องค์กรพิทักษ์สัตว์ฯล่าหมื่นชื่อ จี้ยุติผสมพันธุ์เสือในกรงเลี้ยง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/501506

x

องค์กรพิทักษ์สัตว์ฯล่าหมื่นชื่อ จี้ยุติผสมพันธุ์เสือในกรงเลี้ยง

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

คุณปัญจเดช สิงห์โท ที่ปรึกษาด้านนโยบาย องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก เปิดเผยว่าจากข้อมูลจำนวนเสือในประเทศไทย ที่อยู่ในกรงเลี้ยงมีอยู่ประมาน 1,500 ตัว ส่วนใหญ่เป็นเสือโคร่งเบงกอล หรือเสือโคร่งไซบีเรีย ซึ่งไม่ใช่สายพันธุ์ท้องถิ่น โดยพบว่ามีการผสมพันธุ์เสือในกรง และทำให้จำนวนเสือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึงกว่า 200 ตัวในรอบสิบปีที่ผ่านมา บ่งชี้ให้เห็นว่าไม่ใช่เพื่ออนุรักษ์ แต่เป็นการเร่งเพิ่มจำนวนเสือ เพื่อนำเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ใช้สัตว์ป่าเพื่อความบันเทิง นอกจากนี้ ข้อมูลจากการศึกษาด้านต่างๆ ยังทำให้พบว่า การผสมพันธุ์เสือที่เกิดขึ้นไม่ถูกต้องนี้ เป็นไปเพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ทางการค้า ทั้งเสือที่มีชีวิตและชิ้นส่วนเสือ เพื่อใช้ทำยาแผนโบราณและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยตกอยู่ในสถานะละเมิดอนุสัญญาไซเตส (CITES) ที่ว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ห้ามมิให้ค้าทั้งเสือที่มีชีวิตชิ้นส่วน หรือผลิตภัณฑ์ และเมื่อเดือนมกราคม 2561 คณะกรรมการอนุสัญญา CITES มีหนังสือแจ้งเตือนมายังรัฐบาลไทย เพื่อให้ออกมาตรการควบคุมปริมาณเสือที่อยู่ในกรงเลี้ยง เนื่องจากมีมากเกินความจำเป็น และอาจลักลอบค้าอย่างผิดกฎหมายได้

องค์กรพิทักษ์สัตว์ฯจึงดำเนินโครงการการยุติการผสมพันธุ์เสือในกรง เพื่อยุติการทารุณกรรมสัตว์จากกระบวนการเลี้ยงที่ไม่เหมาะสม ทั้งขนาดกรง สถานที่เลี้ยง อาหาร รวมทั้งฝึกเสือเพื่อนำมาแสดง เป็นภาพรวมที่ทำให้เสือแต่ละตัวต้องทุกข์ทรมานแสนสาหัส นับตั้งแต่ลูกเสือที่ถูกพรากจากแม่ เพื่อให้แม่เสือมีโอกาสผสมพันธุ์อีกครั้งได้เร็วขึ้น จากปกติลูกเสือจะหย่านมเมื่ออายุ 4-6 สัปดาห์ และแยกจากแม่เมื่ออายุ 1-2 ปี กลับถูกนำมาเลี้ยงโดยคนเมื่ออายุเพียง 2 เดือน และให้อาหารที่ไม่เป็นไปตามธรรมชาติของลูกเสือ ทั้งยังต้องทำกิจกรรมให้ความบันเทิงกับคน เช่น ถูกอุ้มถ่ายรูป และป้อนนมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้ลูกเสืออ่อนแอและมีสุขภาพไม่สมบูรณ์ ทั้งยังรวมไปถึงการแยกลูกเสือออกมาฝึกเพื่อการแสดง เช่น ลอดห่วงไฟ หรือการแสดงขัดกับหลักพฤติกรรม เช่น ขังรวมเพื่อให้ลูกเสือใช้ชีวิตร่วมกับสัตว์ชนิดอื่น เช่น ให้กินนมจากแม่หมู เสือที่โตจะถูกเลี้ยงด้วยโครงไก่และเนื้อหมูเนื้อวัวแล่ปรุงสุก ซึ่งทำให้สูญเสียวิตามินตามธรรมชาติไป บางครั้งเป็นอาหารสำเร็จรูปของแมวและหมา ทำให้เสือส่วนใหญ่ขาดสารอาหาร เพราะตามธรรมชาติเสือจะกินซากสัตว์ทั้งตัวเพื่อให้ได้โปรตีน ไขมันและสารอาหารจำเป็น ในปริมาณสูงเท่าที่ร่างกายต้องการ

ปัจจุบันกฎหมายภายใต้ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2560 ยังมีช่องว่างและเปิดโอกาสอนุญาตให้ผสมพันธุ์เสือในกรงเลี้ยงได้ ถึงแม้กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะมีมาตรการติดตามควบคุมและบังคับใช้กฎหมายผสมพันธุ์เสือดังกล่าว เช่น แยกพ่อพันธุ์กับแม่พันธุ์ การตรวจดีเอ็นเอเสือ แต่จากข้อมูลยังพบการลักลอบผสมพันธุ์เสือต่อเนื่องด้วยวิธีไม่ถูกต้อง จะมีผลเสียด้านพันธุกรรมที่เกิดจากการผสมเลือดชิด ทำให้ร่างกายไม่สมบูรณ์มีชีวิตอยู่ไม่นาน ด้วยเหตุนี้ องค์กรพิทักษ์สัตว์ฯจึงรณรงค์เรียกร้องให้ภาครัฐปรับเปลี่ยนนโยบายยุติผสมพันธุ์เสือในกรงเลี้ยง ป้องกันการเพิ่มจานวนเสือซึ่งเป็นสัตว์ป่าที่ถูกนำมาใช้เพื่อความบันเทิงและทำการค้าในรูปแบบต่างๆ ในการรณรงค์นี้เราต้องการผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนอย่างน้อย 10,000 ชื่อ พร้อมสำเนาบัตรประชาชน เพื่อให้เป็นการเรียกร้องที่สมบูรณ์ตามกฎเกณฑ์ที่รัฐกำหนด

Leave a comment