#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
x
ผลผลิตลิ้นจี่-ลำไยภาคเหนือปี’63พุ่ง เกษตรฯเร่งวางแผนหาตลาดรองรับ
วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
นายทวี มาสขาว รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยหลังประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันแก้ไขปัญหาผลไม้ภาคเหนือ ครั้งที่ 1/2563 เพื่อรับทราบรายงานผลจัดทำข้อมูลประมาณการผลผลิตผลไม้ภาคเหนือ (ลิ้นจี่และลำไย) ครั้งที่ 3/2563 สถานการณ์เก็บเกี่ยวรวมทั้งแผนบริหารจัดการลิ้นจี่และลำไย ปีการผลิต 2563 จากคณะทำงานสำรวจข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจ สำหรับลิ้นจี่ใน 4 จังหวัดภาคเหนือคือ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา และน่านผลผลิตปีนี้มี 28,676 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ซึ่งมีผลผลิตรวม 26,278 ตัน ขณะนี้ผลผลิตเก็บเกี่ยวใกล้หมดแล้ว โดยมีคณะกรรมการแก้ปัญหาอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) เป็นแกนหลัก วางแผนบริหารจัดการเชิงปริมาณ แบ่งเป็น กระจายผลผลิตในประเทศ 24,029 ตัน ได้แก่ ล้งในประเทศ วิสาหกิจชุมชน ส่งตลาดภายในจังหวัด/สถานที่ท่องเที่ยว สหกรณ์การเกษตร ตลาดอื่น อาทิ รถเร่ รถขนส่งสินค้านิคมอุตสาหกรรม ตลาดไท ตลาดต่างจังหวัด Modern Trade จำหน่ายผ่านไปรษณีย์ไทยและตลาดออนไลน์ แปรรูป 2,854 ตัน เป็นลิ้นจี่กระป๋อง น้ำลิ้นจี่และอื่นๆ เช่น ลิ้นจี่อบแห้ง และลิ้นจี่แช่แข็ง และส่งออก 1,793 ตันการจัดการเชิงคุณภาพเน้นส่งเสริมผลิตตามมาตรฐาน GAP การห่อผลลิ้นจี่ก่อนเก็บเกี่ยว การให้คำแนะนำทำลิ้นจี่คุณภาพ ส่งเสริมดำเนินงานรูปแบบแปลงใหญ่ ให้ความรู้จัดการผลผลิตและเชื่อมโยงตลาด ประชาสัมพันธ์ลิ้นจี่คุณภาพ รวมทั้งสร้างเว็บเพจซื้อขายออนไลน์ โดยเฉพาะปีนี้การขายผ่านออนไลน์มียอดสั่งซื้อผ่านไปรษณีย์ไทยสูงขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงที่ประชาชนต้องอยู่บ้านตามมาตรการป้องกันควบคุมการะบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ประกอบกับผลผลิตมีคุณภาพดี เกษตรกรพัฒนาบรรจุภัณฑ์ (packaging) พร้อมจัดเรียงผลผลิตเพื่อป้องกันความเสียหายได้ดีขึ้น
ส่วนลำไยแหล่งผลิตหลักอยู่ใน 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย น่าน พะเยา ลำปาง แพร่ และตาก คาดการณ์ปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดรวม 635,394 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ให้ผลผลิต 620,379 ตันหรือร้อยละ 2.42 แบ่งเป็นผลผลิตในฤดู 386,065 ตัน (ร้อยละ 60.76) และผลผลิตนอกฤดู 249,329 ตัน (ร้อยละ 39.24) โดยผลผลิตจะออกมากที่สุดช่วงเดือนสิงหาคมคิดเป็นร้อยละ 35.41 ของผลผลิตทั้งปี ด้านผลผลิตต่อไร่ของลำไยเพิ่มขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศเหมาะสม โดยช่วงที่ลำไยติดดอกมีความหนาวเย็นพอเหมาะ ส่งผลให้ลำไยปีนี้ออกดอกและติดผลมากกว่าปีที่แล้ว
สำหรับแผนบริหารจัดการลำไยจังหวัดวางแผนการบริหารจัดการผลไม้แบบเบ็ดเสร็จด้วยตัวเอง ผ่านกลไกของคณะกรรมการเพื่อแก้ปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) ในเชิงคุณภาพตั้งแต่ระยะก่อนเก็บเกี่ยวจนถึงหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต ได้แก่ โครงการรณรงค์การผลิตลำไยคุณภาพ ปี 2563 โดยมีกิจกรรมสำคัญ เช่น ส่งเสริมการผลิตตามมาตรฐาน GAP ส่งเสริมและแนะนำให้เกษตรกรใช้เทคโนโลยีที่สำคัญ 5 ด้าน คือ เตรียมต้นให้สมบูรณ์ ตัดแต่งช่อผล การให้น้ำใส่ปุ๋ยและปรับปรุงคุณภาพสีผิว รวมทั้งจัดทำแปลงเรียนรู้ ส่งเสริมการรวมกลุ่มพัฒนาคุณภาพผลผลิตและการตลาด ถ่ายทอดความรู้การผลิตลำไยคุณภาพในรูปแบบแปลงใหญ่ จนถึงคำแนะนำเตรียมต้นหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม ส่วนเชิงปริมาณลำไยภาคเหนือจะเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กันยายน ช่วงที่ให้ผลผลิตมาก ต้องเฝ้าระวังสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนสิงหาคม ซึ่งทั้ง 8 จังหวัดเตรียมบริหารจัดการลำไยในฤดูรวม 386,065 ตันแล้ว ทั้งการประชุมเชื่อมโยงตลาดลำไยล่วงหน้า สนับสนุนให้มีจุดรวบรวมและคัดคุณภาพลำไยและกระจายผลผลิต จัดเตรียมข้อมูลความต้องการรับซื้อผลผลิตของผู้ประกอบการลำไยโดยประสานความร่วมมือกับพาณิชย์และอุตสาหกรรมจังหวัด
สำหรับการบริหารจัดการผลผลิตมีดังนี้ บริโภคสดในประเทศ 69,102 ตัน ด้วยวิธีกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิตผ่านผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตร ตลาดในจังหวัดและท่องเที่ยวชุมชน รวมทั้ง Modern Trade และตลาดออนไลน์/ไปรษณีย์ แปรรูป 269,021 ตัน ด้วยวิธีการอบแห้งทั้งเปลือก อบแห้งเนื้อสีทอง แปรรูป เช่น ทำน้ำลำไยสกัดเข้มข้นลำไยกระป๋อง และการส่งออกลำไยสด 47,942 ตัน ทั้งนี้ ในการประชุมดังกล่าวเตรียมเสนอแนวทางกำกับ ติดตาม เฝ้าระวังผลผลิตลำไยปริมาณมาก (ช่วง Peak)ปี 2563 เพื่อเสนอคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board)เห็นชอบแผนบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือต่อไป