ลุ้นพายุเติมน้ำเข้าเขื่อน กู้วิกฤติอ่างฯเหนือ-กลาง-อีสาน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/506317

ลุ้นพายุเติมน้ำเข้าเขื่อน  กู้วิกฤติอ่างฯเหนือ-กลาง-อีสาน

ลุ้นพายุเติมน้ำเข้าเขื่อน กู้วิกฤติอ่างฯเหนือ-กลาง-อีสาน

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติลุ้นพายุเติมน้ำเข้า
เขื่อน หลังปริมาณน้ำในอ่างฯ ภาคเหนือ กลาง อีสาน ยังน่าห่วง พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลฝน
รายวัน ชี้บริเวณ จ.จันทบุรี เข้าข่ายฝนมาก หวั่นเกิดน้ำป่าไหลหลากสั่งหน่วยงานเกี่ยวข้องติดตามใกล้ชิด

นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า ตามที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) มีคำสั่งให้ 14 หน่วยงาน เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมชลประทาน ส่งผู้แทนหน่วยงานมาปฏิบัติการประจำที่ห้องประชุม กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่
15 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อคาดการณ์พายุ น้ำฝนน้ำท่า และน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ และน้ำหลาก ดินโคลนถล่ม การคาดการณ์พื้นที่เสี่ยง และจัดทำแผนที่น้ำท่วม ประชาสัมพันธ์การให้ความช่วยเหลือ และติดตามผลดำเนินการตามข้อสั่งการของผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาตินั้น จากการหารือติดตามประเมินแนวโน้มฝนตกหนัก 24 ชั่วโมงล่วงหน้า พบว่า ฝนในภาพรวมของประเทศระยะนี้ยังมีฝนตกต่อเนื่อง โดยจะมีฝนตกหนักบริเวณภาคตะวันออก คาดว่า จ.จันทบุรีจะคงมีฝนตกหนักเฉลี่ย 50-100 มม. ซึ่งถือว่าเสี่ยงน้ำป่าไหลหลากน้ำท่วมฉับพลัน ดังนั้น กอนช.ได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนในพื้นที่ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อแจ้งเตือนประชาชนในการเฝ้าระวังผลกระทบ

สำหรับสถานการณ์ในแหล่งน้ำต่างๆพบ ปริมาณน้ำรวมทั้งประเทศขณะนี้ 33,995 ล้านลูกบาศก์เมตร( ลบ.ม.) คิดเป็น 41% เป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 10,200 ล้าน ลบ.ม. หรือ 18% โดยมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33 แห่ง มีปริมาณน้ำใช้การน้อยกว่า 30% ซึ่งอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ยังน่าเป็นห่วงและต้องติดตามเฝ้าระวัง แจ้งเตือนกลุ่มผู้ใช้น้ำต่อเนื่องคือ 4 เขื่อนหลักของลุ่มเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยฯ และป่าสักฯมีปริมาณน้ำรวมทั้งสิ้น 7,454 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 30% ของความจุอ่างฯ เป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 758 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 4% ของความจุน้ำใช้การ

ส่วนการจัดสรรน้ำของเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ช่วงที่ผ่านมา แม้จะจัดสรรน้ำเกินกว่าแผนที่กำหนด 300 ล้านลบ.ม. แต่ถ้าเทียบกับสถิติแล้วยังถือว่าน้อยกว่า ซึ่งทุกปีที่ผ่านมาจะจัดสรรเกินกว่าแผนเฉลี่ยถึง 1,000 ล้านลบ.ม. ทั้งนี้ เนื่องจากมีมาตรการสร้างการรับรู้ให้ประชาชน กลุ่มผู้ใช้น้ำ และเกษตรกร เข้าถึงปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ เพื่อควบคุมการจัดสรรน้ำให้เป็นไปตามแผนอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งรณรงค์ให้เกษตรกรเริ่มเพาะปลูก เมื่อมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น โดยใช้น้ำฝนเพาะปลูกเป็นหลัก

“ต้องยอมรับว่า แม้จะมีฝนตกหลายพื้นที่ แต่มีปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำของเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 35 แห่งทั่วประเทศน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ มีปริมาณน้ำไหลเข้า เพียง 2,409 ล้านลบ.ม. จากคาดการณ์ว่าจะมีน้ำไหลเข้าอ่างฯประมาณ 3,899 ล้าน ลบ.ม. และยังมีการระบายออกมากกว่าน้ำไหลเข้า ส่งผลกับปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนทั้งในภาคเหนือ อีสาน กลาง มีปริมาณคงที่หรือบางแห่งมีปริมาณลดลง ดังนั้นหากปริมาณฝนยังน้อยต่อเนื่อง ฤดูแล้งถัดไปน่าจะมีปัญหาและอาจต้องพิจารณามาตรการเข้มข้นมากขึ้นในการจัดสรรน้ำในแต่ละกิจกรรม อย่างไรก็ตาม จากการติดตามพายุของกอนช. คาดว่าจะมีพายุพัดผ่านประเทศไทย 1-2 ลูก มาช่วยเติมน้ำในเขื่อนให้มากขึ้น พร้อมทั้งปรับลดการระบายน้ำลงตั้งแต่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อให้มีปริมาณน้ำเก็บกักน้ำในอ่างฯเพิ่มขึ้น” รองเลขาธิการ สทนช.กล่าว

Leave a comment