#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/506314

สวพส.ดันโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ลดผลกระทบภัยแล้งยั่งยืน
วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
นายภูธาดล ธีรอธิยุต รองผู้อำนวยการอุทยานหลวงราชพฤกษ์ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) สวพส. เปิดเผยว่า ปัจจุบันวิกฤตการณ์ภัยแล้งที่รุนแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเหนือสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) มีพื้นที่ดำเนินงานครอบคลุมพื้นที่สูงกว่า 5 ล้านไร่ ซึ่งหลายพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบเดือดร้อนขาดแคลนแหล่งน้ำเพื่อใช้อุปโภค บริโภค และทำการเกษตร ไม่สามารถเพาะปลูกพืชสร้างรายได้ ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพและชีวิตความเป็นอยู่ สถาบันเล็งเห็นความสำคัญและจัดทำ “โครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำขนาดเล็ก เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง” สนับสนุนงบประมาณวงเงิน 13.8 ล้านบาท ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ในระดับชุมชน โดยน้อมนำแนวพระราชดำริ ด้านการบริหารจัดการน้ำ ประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ใช้แผนที่ดินรายแปลงเป็นเครื่องมือ ในการวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำให้ตรงความต้องการของชุมชน และถูกต้องเหมาะสมตามบริบทของแต่ละพื้นที่ เกิดนวัตกรรมการบริหารจัดการน้ำโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน สถาบันได้สำรวจพื้นที่ร่วมกับชุมชนที่ได้รับผลประสบจากปัญหาภัยแล้ง ปี พ.ศ. 2563 ในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง44 แห่ง 296 ชุมชน 28,725 ครัวเรือน พื้นที่ทำเกษตรได้รับผลกระทบ 424,963 ไร่
ทั้งนี้ สถาบันดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง 180 แห่ง ครอบคลุมในโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง 44 แห่ง 85 ชุมชน 10,256 ครัวเรือนพื้นที่เกษตร 131,821 ไร่ โดยเป็นการพัฒนาอย่างเป็นระบบครบวงจรและการมีส่วนร่วมของประชาชนตั้งแต่กำหนดขอบเขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน วางแผนการพัฒนาเชิงพื้นที่ อย่างถูกต้องเหมาะสม การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธารการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กและระบบกระจายน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและการเกษตรส่งเสริมทำการเกษตรอย่างประณีต ปลูกพืชด้วยระบบเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใช้น้ำอย่างคุ้มค่า มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำและระบบน้ำ 180 แห่ง มอบให้ชุมชน เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง และพัฒนาอาชีพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมชุมชนในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง 85 ชุมชน ทำการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธารดูแลรักษาป่าชุมชนและป่าอนุรักษ์ 89,726 ไร่ และปลูกป่าฟื้นฟูระบบนิเวศต้นน้ำ 3,690 ไร่
นอกจากนี้ ยังได้รับการบูรณาการของหน่วยงานตามแผนแม่บท อาทิเช่น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน และเกษตรกรในชุมชนส่งเสริมและพัฒนาชุมชนถูกต้องเหมาะสมตามระเบียบกฎหมาย และแผนใช้ที่ดินทำให้ชุมชนมีแหล่งน้ำใช้อุปโภคบริโภคและการเกษตรเกษตรกรมีทางเลือกปรับระบบเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเหมาะสมกับบริบทและภูมิสังคม โดยนำเทคโนโลยี องค์ความรู้โครงการหลวงมาใช้พัฒนาอย่างยั่งยืนผลิตพืชปลอดภัยมีคุณภาพ ใช้พื้นที่น้อยลง สร้างรายได้พอเพียง ตามความต้องการตลาด ทำให้ชุมชนมีความมั่นคงทางด้านอาหารและทำเกษตรควบคู่กับการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชนและประเทศชาติ ชุมชนสามารถอยู่ร่วมกับป่า และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
“จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงพบว่า ในพื้นที่ดำเนินงานดังกล่าวมีจุด Hotspot ลดลงต่อเนื่อง เกิดความสมดุลทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืน โดยวันที่ 22 กรกฎาคมนี้ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง กำหนดวันจัดกิจกรรมการปลูกป่าฟื้นฟูแหล่งต้นน้ำ ณ โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงแม่มะลอบ้านแม่วาก หมู่ที่ 6 ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนเครือข่ายในการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมของชุมชน และการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชน ร่วมกับหน่วยงานร่วมบูรณาการ”นายภูธาดล กล่าว