พม.ร่วมกับทุกภาคส่วน ประกาศเจตนารมย์ สร้างสังคมเสมอภาค ปราศจากการเลือกปฏิบัติระหว่างเพศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/506968

พม.ร่วมกับทุกภาคส่วน ประกาศเจตนารมย์  สร้างสังคมเสมอภาค ปราศจากการเลือกปฏิบัติระหว่างเพศ

พม.ร่วมกับทุกภาคส่วน ประกาศเจตนารมย์ สร้างสังคมเสมอภาค ปราศจากการเลือกปฏิบัติระหว่างเพศ

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)  ร่วมกับ 39  หน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประกาศเจตนารมณ์  “มุ่งมั่นในการสร้างสังคมเสมอภาค ปราศจากการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ” อย่างเป็นรูปธรรม

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ เป็นประธานในพิธีประกาศเจตนารมณ์ “การส่งเสริมความเสมอภาคและขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ” จัดขึ้นโดย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และมีหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน จำนวน 39 หน่วยงาน เข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์ฯ โดย นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวรายงานความเป็นมาและวัตถุประสงค์การจัดงาน และ นายปรเมธี  วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วย นางสาวอุษณี กังวารจิตต์ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว และคณะผู้บริหาร พม. เข้าร่วมงานดังกล่าว ณ ห้องประชุม ชั้น 2 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอแสดงความชื่นชมกับทุกหน่วยงานที่เข้าร่วมลงนามประกาศเจตนารมณ์ “การส่งเสริมความเสมอภาคและขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ” ในวันนี้ ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา ได้มี 24 หน่วยงานจากทั้งภาครัฐ สถาบันการศึกษาและภาคเอกชน ได้ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ฯ และแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะร่วมสร้างให้สังคมไทยตระหนักถึงความเสมอภาค และขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ร่วมกันป้องกันมาให้มีการกระทำใดๆ อันเป็นการแบ่งแยกกีดกัน หรือจำกัดสิทธิประโยชน์ เพียงเพราะบุคคลนั้น เป็นเพศชาย เพศหญิง หรือบุคคลที่แสดงออกแตกต่างจากเพศกำเนิด 

“ในการประกาศเจตนารมณ์ฯ ครั้งแรก ได้เคยกล่าวไว้ว่าอยากเห็นหน่วยงานภาครัฐ และภาคธุรกิจ ที่มีความพร้อมเข้ามาร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ฯ ให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น และผมในฐานะที่เป็นนักการเมืองด้วย เห็นว่าพรรคการเมืองควรจะมีบทบาทในการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกับทุกภาคส่วนและจากการรายงานความก้าวหน้าของหน่วยงานที่มาร่วมประกาศเจตนารมณ์ฯ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา ยกตัวอย่างเช่น ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี และจังหวัดปทุมธานี ได้ประกาศเจตนารมณ์เรื่องการส่งเสริมความเสมอภาคและขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มีการพิจารณาเรื่องประกาศการแต่งกายตามเพศสภาพ การจัดทำห้องน้ำ All Gender ภายในหมาวิทยาลัย เป็นต้น

นอกจากนี้ การดำเนินงานเพื่อส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ จำเป็นต้องเร่งรัดการดำเนินงาน 3 ประการ คือ         1) มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์พ.ร.บ. ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ให้ทุกคนได้รับรู้และเข้าถึงง่าย 2) ปรับเจตคติและค่านิยมของคนในสังคมให้คำนึงถึงความเสมอภาคระหว่างเพศ และยอมรับความหลากหลายทางเพศ และ 3) ร่วมกันขจัดความรุนแรง และเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ผ่านกลไกของรัฐที่มีหน้าที่ตาม พ.ร.บ. ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 นายจุรินทร์กล่าว

 ด้าน นายจุติ  ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พม. โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ในฐานะที่ดำเนินงานด้านการพัฒนาศักยภาพสตรี การคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิสตรี การส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชาย ได้ผลักดันให้มี พ.ร.บ. ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2558 ได้ขับเคลื่อนให้เกิดการคุ้มครองและป้องกันมิให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การจัดงานในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาครัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชนเพื่อส่งเสริมความเสมอภาคและขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ และรณรงค์เพื่อสร้างกระแสการยอมรับของสังคมในเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ

นอกจากนี้ มีข้อมูลที่น่าสนใจว่า ภายหลังจากการประกาศเจตนารมณ์ฯ ไปเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2563 พบว่า หน่วยงานที่ร่วมประกาศเจตนารมณ์ส่วนใหญ่ครบทั้ง 6 ด้าน ได้แก่ 1) การแต่งกาย ให้บุคลากรหรือนักศึกษาสามารถแต่งกายตามลักษณะเฉพาะทางเพศ ตามข้อบังคับของหน่วยงานหรือสถาบันการศึกษา 2) การจัดพื้นที่ที่เหมาะสมและเอื้อต่อการใช้ประโยชน์สำหรับทุกเพศทุกวัย 3) การประกาศรับสมัครงานและกำหนดคุณสมบัติผู้สมัครงาน ไม่ควรระบุเพศ แต่ควรระบุคุณสมบัติในการปฏิบัติงานที่หน่วยงานต้องการอย่างชัดเจน 4)การใช้ภาษาและท่าทาง หน่วยงานต้องสร้างความรู้ความเข้าใจแก่บุคลากรเกี่ยวกับการใช้ถ้อยคำหรือภาษาที่เหมาะสมสำหรับใช้เรียกลักษณะเฉพาะทางเพศ หรือท่าทางที่ไม่ควรแสดงออกถึงการมีอคติทางเพศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการตีตรา เสียดสี หรือลดทอนคุณค่าของบุคคลทุกเพศ 5) การสรรหาคณะกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในหน่วยงาน ควรส่งเสริมให้คนทุกเพศได้มีโอกาสเข้าร่วมเป็นกรรมการในทุกระดับ และ 6) การป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในการทำงาน ควรให้ความรู้สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ และมีแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว 

“การประกาศเจตนารมณ์ในครั้งแรกนั้น ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม เป็นการรณรงค์ผ่านทางภาครัฐ สถานบันการศึกษา และภาคธุรกิจ ดังนั้น จึงเห็นควรให้มีการขยายความร่วมมือในหน่วยงานภาครัฐ พรรคการเมือง และภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง ด้านการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานให้ไม่มีการเลือกปฏิบัติระหว่างเพศในสังคม จึงเป็นที่มาของการจัดพิธีประกาศเจตนารมณ์ฯ ครั้งที่ 2     ผมขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่มาร่วมลงนามประกาศเจตนารมณ์ในวันนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อสร้างสังคมให้มีความเสมอภาคปราศจากการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ” นายจุติ กล่าวในตอนท้าย

Leave a comment