#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/507017

๑๑๐ ปีพระราชวังพญาไท
วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
การอนุรักษ์อาคารโบราณอันทรงคุณค่าทั้งทางสถาปัตยกรรม และทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี นั้น ต้องกระทำโดยช่างฝีมือที่มีความชำนาญ และที่สำคัญที่สุด คือ ต้องทำด้วยใจ ผู้รับผิดชอบอาคาร และควบคุมงานบูรณะอาคาร ต้องมีความรู้และมีประสบการณ์ จึงจะไม่ทำลายโบราณสถานด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือจะด้วยความประมาทเลินเล่อก็ตาม
“โครงการบูรณะพระราชวังพญาไท” คือ หนึ่งในตัวอย่างของงานอนุรักษ์สถาปัตยกรรมในประเทศไทยที่น่าสนใจในขณะนี้ การอนุรักษ์พระราชวังนี้เกิดขึ้นโดย มูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท ในพระอุปถัมถ์ สมเด็จพระเจ้า
ภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาสิริโสภาพัณณวดี โดยมี ท่านผู้หญิงบุตรี วีรไวทยะ เป็นผู้ให้คำปรึกษา
พระราชวังพญาไท เป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่กลางกรุงเทพมหานคร อยู่ในรั้วเดียวกับโรงพยาบาลของทหารนั่นคือโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า หลายท่านที่ผ่านไป-มาบริเวณถนนราชวิถี อาจจะไม่ทราบเลยว่ามีพระราชวังที่งดงามตั้งอยู่ในบริเวณนี้ และหลายท่านที่มาเยือนพระราชวังพญาไทเป็นครั้งแรก จะรู้สึกประทับใจในความงามของสถาปัตยกรรมแบบยุโรป และจิตรกรรมบนฝาผนังและเพดาน ที่มีความแตกต่างกันทุกห้องโดยสิ้นเชิง พร้อมๆ กับความแปลกใจที่พระราชวังอันงดงามแห่งนี้ ถูกหลบซ่อนอยู่ในมุมหนึ่งของโรงพยาบาลอย่างไรใครเลยจะคิดว่า กว่าจะมีการบูรณะให้มีสภาพดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ต้องผ่านปัญหานานัปการ และต้องใช้เงินมากน้อยเพียงใด ด้วยเหตุที่ต้องฝ่าฟันปัญหาต่างๆมากมายทั้งทางวิชาการ ทางเศรษฐกิจ และทางสังคม ปัจจุบันโบราณสถานหรืออาคารควรอนุรักษ์หลายแห่งจึงต้องถูกทำลายลงโดยง่ายดายแทนการแก้ปัญหา
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงซื้อที่ดินบริเวณถนน “ซางฮี้” (ปัจจุบันเรียก “ซังฮี้) ซึ่งเป็นที่สวน ที่นาประมาณ ๑๐๐ ไร่ มาทรงสร้างพระตำหนักสำหรับทรงพักผ่อนพระอิริยาบถ และทรงทดลองปลูกพืชผัก ทำการเกษตรและเลี้ยงไก่ พระราชทานนามว่า “พระตำหนักพญาไท” และเสด็จมาประทับ ณ พระตำหนักนี้บ่อยครั้งจนเสด็จสวรรคต สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี ทรงพระประชวร พระอนามัยทรุดโทรมลง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้กราบบังคมทูลให้แปรพระราชฐาน จากในพระบรมมหาราชวังมาประทับที่พระตำหนักพญาไทเพื่อให้ทรงสำราญ จนเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระราชดำริให้สร้างพระราชมณเฑียรขึ้นใหม่ และโปรดเกล้าฯให้ยกพระตำหนักพญาไท ขึ้นเป็น พระราชวังพญาไท และเสด็จมาประทับที่พระราชวังพญาไท เป็นการถาวร จนเสด็จสวรรคต
หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.๒๔๗๕ ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมายในพระราชวังพญาไท ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมรถไฟหลวงปรับปรุงพระราชวังพญาไท เป็นโรงแรมชั้นหนึ่งชื่อ “โฮเต็ลพญาไท (Phya Thai Palace Hotel)” เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๔๖๘และในปีเดียวกันนั้นเอง พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน เสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม ได้ทรงเปิดการส่งวิทยุกระจายเสียงจาก “สถานีวิทยุกระจายเสียงกรุงเทพฯ ที่พญาไท” ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ที่พระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถานในบริเวณโฮเต็ลพญาไท
ภายหลัง โฮเต็ลพญาไทต้องประสบภาวะการขาดทุนอย่างมาก ประกอบกับกระทรวงกลาโหมกำลังหาที่ตั้งกองเสนารักษ์ คณะกรรมการราษฎร จึงมีมติให้เลิกกิจการโฮเต็ลพญาไทและให้ย้ายสถานีวิทยุกระจายเสียงกรุงเทพฯ ไปตั้งที่ศาลาแดงและย้ายกองเสนารักษ์จังหวัดทหารบก เข้ามาอยู่ที่พระราชวังพญาไท ซึ่งก็คือ “โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า” ปัจจุบัน กรมศิลปากร ได้ประกาศขึ้นทะเบียน พระราชวังพญาไท เป็นโบราณสถานของชาติ เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๒๒
พระราชวังพญาไท ได้ถูกใช้งานมาตลอด ตั้งแต่เป็นพระราชวัง เป็นโรงแรม เป็นโรงพยาบาล จึงมีสภาพชำรุดทรุดโทรมจากกาลเวลาและการใช้งาน ในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ได้มีคณะบุคคลซึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์ นำโดย พลโทธำรงรัตน์แก้วกาญจน์ และ พลโทสุปรีชา โมกขะเวสรวมทั้ง สุมัณฑนา โมกขะเวส รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๖ ได้ร่วมกันจัดงาน “ชิมไวน์ชมวัง ฟัง BSO” ขึ้นเพื่อหารายได้มาบูรณะพระราชวัง ซึ่งการจัดงานในครั้งนั้นสามารถซ่อมหลังคาพระราชวังได้ทุกพระที่นั่ง ทำให้น้ำไม่รั่วซึมทำลายภาพเขียนสีภายในพระที่นั่งต่างๆ ไปมากขึ้น และในปีเดียวกันนี้เอง คณะบุคคลทางการแพทย์นี้ก็ได้รวมตัวกันก่อตั้งเป็นชมรมชื่อ “ชมรมคนรักวัง” ซึ่ง สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงรับไว้ในพระอุปถัมภ์
การบูรณะพระราชวัง ไม่ได้กระทำได้ง่ายเหมือนการซ่อมบ้าน เพราะต้องทำให้ถูกหลักการบูรณะโบราณสถาน โดยประการแรกต้องสำรวจความชำรุดทรุดโทรมแล้วทำแบบเสนอต่อกรมศิลปากร ซึ่งมีคณะกรรมการตรวจแบบ เมื่อได้รับการอนุมัติแล้วจึงหาบริษัทซึ่งมีฝีมือเป็นที่ยอมรับในการซ่อมแซมปรับปรุงให้คงสภาพ โดยไม่ทำลายรูปลักษณ์เดิม ตลอดเวลานับสิบปี “ชมรมคนรักวัง” พยายามอย่างยิ่งที่จะทำงานหาทุนเพื่อบูรณะพระราชวังพญาไท ในช่วงแรกๆ ชมรมได้พยายามประชาสัมพันธ์แนะนำพระราชวังให้เป็นที่รู้จักต่อข้าราชการ แพทย์ พยาบาลและบุคลากรภายในรั้วโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พยายามชักจูงบุคคลต่างๆให้มามีส่วนร่วมงานกับพระราชวังพญาไท มีการจัดฝึกอบรมวิทยากรนำชมพระราชวังพญาไท เพื่อให้คนทั่วไปได้รู้จักพระราชวังพญาไทมากขึ้น
การดำเนินงานของชมรมคนรักวังต้องประสบปัญหา อุปสรรค และข้อขัดข้องนานัปการ ทั้งนี้ เนื่องจากชมรมเป็นเพียงองค์การอิสระไม่ถูกต้องตามกฎหมายปีพุทธศักราช ๒๔๕๐ คณะกรรมการบริหารชมรมคนรักวัง จึงได้หารือกันเพื่อที่จะจัดตั้งให้เป็นมูลนิธิ โดยใช้ชื่อว่า “มูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท” และด้วยพระกรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดีเมื่อความทราบฝ่าพระบาท จึงทรงรับมูลนิธิฯไว้ในพระอุปถัมภ์ “มูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท” มีวัตถุประสงค์หลักคือ สนับสนุนให้มีการบูรณะพระราชวังพญาไทให้สง่างามสมกับที่เคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อพระราชวังพญาไทและพระราชวังอื่นๆ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ปัจจุบัน “มูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท” ยังคงมุ่งมั่นที่จะหาทุนเพื่อการบูรณะให้แล้วเสร็จ และนอกจากนี้ ยังดำเนินการประชาสัมพันธ์เพื่อให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายยิ่งขึ้น รวมทั้งเพื่อให้เป็นศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวอีกด้วย
ผู้สนใจสามารถเข้าชมพระราชวังพญาไทได้ในวันอังคาร วันพฤหัสบดีวันเสาร์ และ วันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๓๐ น.และ ๑๓.๓๐ น. โดยมีวิทยากรนำชม และสามารถติดตามกิจกรรมต่างๆ ของพระราชวังพญาไท ทางเพจพระราชวังพญาไท
พระที่นั่งเทวราชสภารมย์
พลโทสุปรีชา โมกขะเวส รองประธานมูลนิธิฯ
พลโทธำรงรัตน์ แก้วกาญจน์ ประธานมูลนิธิฯ