รายงานพิเศษ : ประมงเร่งพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ มุ่งอนุรักษ์-เพิ่มความสามารถแข่งขันในตลาดโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/507840

รายงานพิเศษ : ประมงเร่งพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ  มุ่งอนุรักษ์-เพิ่มความสามารถแข่งขันในตลาดโลก

รายงานพิเศษ : ประมงเร่งพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ มุ่งอนุรักษ์-เพิ่มความสามารถแข่งขันในตลาดโลก

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กรมประมง เห็นความสำคัญของการเพิ่มศักยภาพพัฒนาพันธุ์สัตว์น้ำ ที่ต้องทำควบคู่กับการบูรณาการวิทยาการด้านการเพาะเลี้ยงทั้งในด้านโภชนาการสัตว์น้ำ สุขภาพสัตว์น้ำ และเทคโนโลยีการเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อเป็นการอนุรักษ์และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก

นายถาวร จิระโสภณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า หนึ่งในพันธกิจหลักที่กรมประมงให้ความสำคัญมาตลอดคือ การจัดการทรัพยากรพันธุกรรมสัตว์น้ำเพื่อคงไว้ซึ่ง “ความหลากหลายทางพันธุกรรม” เนื่องจากทรัพยากรพันธุกรรมสัตว์น้ำเป็นหนึ่งในทรัพยากรสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศ ทั้งนี้ ประชากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติมีรูปแบบบริหารจัดการความหลากหลายทางพันธุกรรมในเชิงการอนุรักษ์ ในขณะที่ประชากรสัตว์น้ำที่มีการเพาะเลี้ยง เพื่อการบริโภคนั้น มีรูปแบบการบริหารจัดการเพื่อการดำรงสายพันธุ์ หรือเพื่อลดผลกระทบต่อการผสมเลือดชิดเป็นหลัก กรมประมงจึงมีแนวทางบริหารจัดการความหลากหลายทางพันธุกรรมแตกต่างกัน เช่น การบริหารจัดการความหลากหลายทางพันธุกรรมในประชากรธรรมชาติ ที่จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือในการทำประมงถูกกฎหมาย ตลอดจนลดการปล่อยปลาที่ได้จากการเพาะเลี้ยงหรือจากการปรับปรุงพันธุ์ หรือเป็นสัตว์น้ำที่ไม่ทราบแหล่งที่มาชัดเจน จนอาจส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางพันธุกรรมสัตว์น้ำของประเทศ ซึ่งปัจจุบัน กรมประมง โดยกองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดได้เก็บรวบรวมตัวอย่างเนื้อเยื่อและสารพันธุกรรมสัตว์น้ำมากกว่า 240 ชนิด ในธนาคารดีเอ็นเอ/ห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีชีวภาพพันธุศาสตร์โมเลกุล นอกจากนี้ กองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำได้เก็บรวบรวมสารพันธุกรรมสัตว์น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติเก็บไว้ในธนาคารเชื้อพันธุ์มากกว่า 20 ชนิด เพื่อใช้วิเคราะห์โครงสร้างทางพันธุกรรมของประชากรสัตว์น้ำ ติดตามการเปลี่ยนแปลงและกำหนดแผนการจัดการทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน

ส่วนอีกแนวทางหนึ่งคือ การบริหารจัดการความหลากหลายทางพันธุกรรมของประชากรโรงเพาะฟัก มีเป้าหมายสำคัญในการดำรงรักษาสายพันธุ์ให้มีศักยภาพเชิงเพาะเลี้ยงคงเดิม และลดการเกิดการผสมเลือดชิดที่อาจส่งผลให้ความหลากหลายทางพันธุกรรมลดลง ซึ่งการบริหารจัดการพ่อแม่พันธุ์ตามหลักพันธุศาสตร์สามารถช่วยให้เกษตรกรดำรงไว้ซึ่งความหลากหลายของประชากรพ่อแม่พันธุ์ไว้ได้ การบริหารจัดการพ่อแม่พันธุ์ ต้องคำนึงถึงทรัพยากรที่ใช้เพาะเลี้ยงของหน่วยงาน รูปแบบการผสมพันธุ์ของสัตว์น้ำ จำนวนพ่อแม่พันธุ์ที่ใช้ ตลอดจนอัตราส่วนการผสมพันธุ์ โดยปัจจุบัน กรมประมงโดยกองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำได้พัฒนาคู่มือ “การบริหารจัดการความหลากหลายทางพันธุกรรมของพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำ” เพื่อใช้เป็นแหล่งความรู้และแนวทางปฏิบัติภายในกรมประมง

อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการเสริมสร้างองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์บริหารจัดการความหลากหลายทางพันธุกรรมระหว่างกรมประมงและเกษตรกร เพื่อความยั่งยืนในการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำและแหล่งน้ำในท้องถิ่น กรมประมง โดยกองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ ยังร่วมกับกองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด และกองวิจัยและพัฒนาประมงทะเล จัดให้มีการฝึกอบรมหลักสูตร “การบริหารจัดการความหลากหลายทางพันธุกรรมของพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำ” ขึ้นในปี 2561 เพื่อเป็นการพัฒนาบุคลากรของกรมประมงให้มีความรู้และความเข้าใจในการบริหารจัดการความหลากหลายทางพันธุกรรม พ่อแม่พันธุสัตว์น้ำ ตลอดจนการบริหารจัดการประชากรสัตว์น้ำ เพื่อปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อให้บุคลากรของกรมประมงนำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดแก่เกษตรกร ตลอดจนนำไปใช้เป็นแนวทางอนุรักษ์ทรัพยากรประมงร่วมกับชาวประมง หรือชุมชนที่มีส่วนได้ส่วนเสีย

นายถาวร กล่าวอีกว่า นอกจากการบริหารจัดการความหลากหลายทางพันธุกรรมสัตว์น้ำแล้ว กรมประมงยังได้วิจัยด้านการพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ เพื่อนำไปสู่การส่งเสริมให้เกษตรกรควบคู่กันไปด้วย โดยกองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำได้พัฒนาพันธุ์สัตว์น้ำใหม่ เช่น ลักษณะเจริญเติบโตในกุ้งขาว ปลาช่อน ปลาสลิด และกบนา ลักษณะต้านทานโรคในกุ้งขาว (EMS) ปลานิล(Streptococcus agalactiae) ลักษณะทนเค็มในปลานิล ลักษณะรูปร่างในปลาหมอสายพันธุ์ชุมพร 1 และขณะนี้กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งและกองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ อยู่ระหว่างพัฒนาสายพันธุ์โตเร็วในปูทะเล และสายพันธุ์ปลากะพงขาวปลอดโรคและโตดีอีกด้วย โดยในกระบวนการวิจัยพัฒนาสายพันธุ์สัตว์น้ำ กรมประมงได้พัฒนานำเทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์ ด้วยเครื่องหมายพันธุกรรมโมเลกุลที่สัมพันธ์กับลักษณะที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เช่น ลักษณะต้านทานโรค Streptococcus agalactiae ในปลานิล ซึ่งผลงานวิจัยต่างๆ เหล่านี้ เมื่อได้ลักษณะที่ต้องการแล้ว จะส่งต่อให้กองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด กองวิจัยและพัฒนาประมงทะเล ผลิตและกระจายพันธุ์สู่เกษตรกร เพื่อเพิ่มทางเลือกให้เกษตรกรได้มีโอกาสเข้าถึงลูกพันธุ์คุณภาพดี ช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตสัตว์น้ำของประเทศต่อไป ซึ่งกว่า 30 ปีที่กรมประมงปรับปรุงพันธุ์สัตว์น้ำ และได้สร้างสายพันธุ์สัตว์น้ำรวม12 สายพันธุ์ในสัตว์น้ำ 8 ชนิด ได้แก่ ปลานิลดำ ปลานิลแดง ปลาตะเพียน กุ้งก้ามกราม ปลายี่สกเทศ ปลานวลจันทร์เทศปลาหมอ ปลาไน และพันธุ์ไม้น้ำ 1 ชนิดได้นำไปใช้ประโยชน์ส่งเสริมเกษตรกรผ่านโครงการภาครัฐหลากหลายโครงการ

“จะเห็นว่า พันธุกรรมสัตว์น้ำมีบทบาทสำคัญส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมีศักยภาพการผลิตสูงขึ้น ช่วยให้เกษตรกรแข่งขันในตลาดในและต่างประเทศได้ อีกทั้ง ยังเป็นแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อคงไว้ซึ่งความหลากหลายทางพันธุกรรม ป้องกันสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติสูญพันธุ์และส่งเสริมให้ใช้ประโยชน์จากแหล่งพันธุกรรมสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน กรมประมงยังมุ่งมั่นวิจัยพัฒนาด้านพันธุกรรมสัตว์น้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนไทยมั่นคงปลอดภัยทางอาหารตลอดไป” รองอธิบดีกรมประมง

Leave a comment