สทนช.บูรณาการยุทธศาสตร์ พัฒนาลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/507838

สทนช.บูรณาการยุทธศาสตร์ พัฒนาลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า สทนช. ดำเนินโครงการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) พื้นที่ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่ชายฝั่งทะเลติดอ่าวไทย ครอบคลุมพื้นที่ 11 จังหวัดคือ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง ตรัง นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เพื่อประเมินศักยภาพและข้อจำกัดของสิ่งแวดล้อมในการบริหารจัดการน้ำ ที่นำไปพัฒนาจัดทำแผนงานตามแนวทางการพัฒนาลุ่มน้ำแบบบูรณาการระดับยุทธศาสตร์ที่สมดุล และเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืนในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดยุทธศาสตร์ดำเนินการไว้ 8 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 ลดความขาดแคลนและเพิ่มการเข้าถึงน้ำอุปโภคบริโภคในพื้นที่ ยุทธศาสตร์ที่ 2 แก้ปัญหาน้ำท่วมและอุทกภัยในพื้นที่ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การฟื้นฟูพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์และคุ้มครองทรัพยากรยุทธศาสตร์ที่ 4 เพิ่มประสิทธิภาพใช้น้ำ ยุทธศาสตร์ที่ 5 เพิ่มความจุกักเก็บน้ำและเพิ่มพื้นที่การกระจายน้ำยุทธศาสตร์ที่ 6 จัดการคุณภาพน้ำและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำยุทธศาสตร์ที่ 7 การแก้ไขเตรียมความพร้อมรับภัยพิบัติ และยุทธศาสตร์ที่ 8 พัฒนาระบบบริหารจัดการและการมีส่วนร่วมการบริหารจัดการสอดคล้องกับแนวทางดำเนินการตามแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ด้วย

เลขาธิการ สทนช.กล่าวด้วยว่า แผนงานตามแนวทางพัฒนาลุ่มน้ำแบบบูรณาการระดับยุทธศาสตร์ พื้นที่ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก แบ่งออกเป็น 3 พื้นที่ได้แก่ 1.พื้นที่ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนบน ซึ่งประกอบด้วย 4 ลุ่มน้ำสาขาได้แก่ คลองท่าตะเภา ภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนบนคลองหลังสวน และภาคใต้ฝั่งตะวันออกส่วนที่ 2 ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด คือ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และสุราษฎร์ธานี เป็นพื้นที่เป้าหมายในการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน เหมาะสำหรับพัฒนาเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมฐานชีวภาพและการแปรรูปการเกษตรมูลค่าสูง และอุตสาหกรรมโอเลโอเคมิคัลแบบครบวงจร ซึ่งการศึกษาพบว่า ควรจะพัฒนาพื้นที่เต็มศักยภาพ ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคใต้และภาคใต้ชายแดน

2.พื้นที่ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนกลางซึ่งมี 3 ลุ่มน้ำสาขา ประกอบด้วย ภาคใต้ฝั่งตะวันออกส่วนที่ 3 คลองกลายและภาคใต้ฝั่งตะวันออกส่วนที่ 4 ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด คือ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง และพัทลุง เป็นพื้นที่เป้าหมายพัฒนาพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ในพื้นที่ที่เหมาะสม การเกษตรผสมผสานและเกษตรอัจฉริยะ ยกระดับอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงกุ้งและสัตว์น้ำชายฝั่ง อุตสาหกรรมการอาหารทะเล จากการศึกษา พบว่า ควรจะพัฒนาพื้นที่โดยเพิ่มขีดความสามารถของฐานเศรษฐกิจเดิม (เกษตรกรรมและการท่องเที่ยว) และการพัฒนากิจกรรมเศรษฐกิจพื้นฐาน
ด้านเกษตรกรรมและการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ

และ 3.พื้นที่ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่างมี 6 ลุ่มน้ำสาขา ได้แก่ คลองนาทวี คลองเทพา ภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่าง แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำบางนรา และแม่น้ำโก-ลก ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด คือ สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เป็นพื้นที่เป้าหมายพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดน เมืองการค้าและเมืองท่องเที่ยวชายแดน ศูนย์กลางการขนส่งและโลจิสติกส์ (ทางเรือ) อุตสาหกรรมการเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร (ปาล์มน้ำมัน ยางพารามะพร้าว) การเพาะเลี้ยงชายฝั่งและอุตสาหกรรมแปรรูปประมง การศึกษาพบว่าควรพัฒนาพื้นที่เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจสาขาท่องเที่ยวและเกษตรกรรม รวมทั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรมนวัตกรรมที่มีมูลค่าสูง

“แผนงานตามแนวทางการพัฒนาลุ่มน้ำแบบบูรณาการระดับยุทธศาสตร์ดังกล่าว มีงานสำคัญต้องดำเนินการให้ได้ตามเป้าหมาย เช่น ขยายประปาหมู่บ้าน 563 หมู่บ้าน สร้างประปาเมืองหลักหรือพื้นที่เศรษฐกิจครอบคลุม 74,983 ครัวเรือน สนับสนุนการผลิตน้ำดื่มในชุมชน 540 แห่ง เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและจัดการพื้นที่น้ำท่วม 577 แห่ง อนุรักษ์ฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำที่เสื่อมโทรม 167,903 ไร่ เพิ่มความจุของแหล่งกักเก็บน้ำและพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำใหม่ได้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 2,520 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) พัฒนาแหล่งน้ำทางเลือกและแหล่งน้ำบาดาล ได้ปริมาณน้ำเพิ่ม 2,713 ล้าน ลบ.ม.เพิ่มประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำและควบคุมการระบายน้ำเสียออกสู่สิ่งแวดล้อม 664 แห่ง เสริมสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์นโยบาย แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้ได้ 100% เป็นต้น” เลขาธิการ สทนช. กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อเร็วๆ นี้ สทนช.จัดปัจฉิมนิเทศโครงการเพื่อนำเสนอผลการศึกษา พร้อมรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ โดยจะนำข้อเสนอแนะดังกล่าวไปปรับปรุงผลศึกษา และเสนอผลศึกษาต่อคณะกรรมการลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกให้ความเห็นอีกครั้ง เพื่อให้รายงานถูกต้องสมบูรณ์ ใช้เป็นแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรน้ำพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออกที่ชัดเจน สมดุลและยั่งยืน ต่อไป

Leave a comment