‘กรมปศุสัตว์’ ส่งชุดเฉพาะกิจเร่งควบคุมโรคคอบวม‘มหาสารคาม-ขอนแก่น’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/508037

‘กรมปศุสัตว์’ ส่งชุดเฉพาะกิจเร่งควบคุมโรคคอบวม‘มหาสารคาม-ขอนแก่น’

‘กรมปศุสัตว์’ ส่งชุดเฉพาะกิจเร่งควบคุมโรคคอบวม‘มหาสารคาม-ขอนแก่น’

วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 10.30 น.

เมื่อวันที่ 28 กรกฎา 2563 นายสัตวแพทย์ สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ขณะนี้เกิดการระบาดของโรคเฮโมรายิกเซพติกซีเมีย หรือ โรคคอบวม ที่จังหวัดมหาสารคาม มีกระบือ ป่วย 28 ตัว ตาย 25 ตัว และจังหวัดขอนแก่น มีกระบือป่วย 4ตัว ตาย 1 ตัว โคเนื้อตาย 1 ตัว ซึ่งโรคคอบวมเป็นโรคระบาดร้ายแรงในกระบือ เนื่องจากมีอัตราป่วยและอัตราตายสูง โดยโรคนี้เป็นโรคสัตว์ที่ไม่ติดคน เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่พบอยู่ในระบบทางเดินหายใจของสัตว์ปกติ ซึ่งสัตว์จะไม่แสดงอาการป่วย แต่เมื่อมีภาวะที่ทำให้สัตว์เครียด เช่น ช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะต้นหน้าฝน มีการเคลื่อนย้ายสัตว์หรือการแรงงานสัตว์มากเกินไป สัตว์จะแสดงอาการป่วยและขับเชื้อออกมาในสิ่งแวดล้อมผ่านสิ่งขับถ่ายต่างๆ และปนเปื้อนในอาหารและน้ำ เมื่อสัตว์อื่นมาสัมผัสเชื้อ ทำให้สัตว์ป่วยและเกิดการแพร่กระจายของโรคอย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นการควบคุมโรคไม่ให้แพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่น กรมปศุสัตว์ได้ระดมกำลังชุดเฉพาะกิจจากส่วนกลางและภูมิภาคดำเนินการตามมาตรการเมื่อพบสัตว์สงสัยหรือแสดงอาการป่วยด้วยโรคคอบวม ดังนี้

1. เก็บตัวอย่างส่งตรวจที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออกเฉียงหนือตอนบน จังหวัดขอนแก่น เพื่อเพาะเชื้อและทดสอบยาที่มีความไวต่อการรักษา

2. ประกาศเขตโรคระบาดชั่วคราวชนิดโรคเฮโมรายิกเซพติกซีเมียในโค กระบือพื้นที่ อ.บรบือ อ.กุดรัง อ.นาดูน จ.มหาสารคาม  และประกาศเขตโรคระบาดชั่วคราวชนิดโรคเฮโมรายิกเซพติกซีเมียในโค กระบือ พื้นที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น  เพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่วยและสัตว์ในพื้นที่

3.ทำบันทึกสั่งกักโค กระบือในพื้นที่พบโรคทั้งหมด

4. รักษาโค กระบือป่วยด้วยยาปฏิชีวนะที่ไวต่อเชื้อ ร่วมกับการรักษาทางอาการ

5. ตั้งจุดตรวจสัตว์และซากสัตว์ เพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายโค กระบือเข้า-ออกในพื้นที่

6. ฉีดวัคซีนโรคเฮโมรายิกเซพติกซีเมียให้กับโค กระบือ ในรัศมี 5 กิโลเมตร จากจุดเกิดโรค

7. ให้คำแนะนำตลอดจนควบคุมการทำลายซากโค กระบือให้ถูกสุขลักษณะโดยการฝังกลบ รวมทั้งทำลายเชื้อโรคบริเวณที่ฝังซาก เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค

8. ทำลายเชื้อโรคบริเวณจุดเสี่ยง จนกว่าจะไม่พบสัตว์ป่วยเพิ่มเติม

9. เฝ้าระวังเชิงรุกทางอาการ โดยให้ปศุสัตว์อำเภอร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบล และองค์กรปกครอง     ส่วนท้องถิ่นค้นหาโรคในพื้นที่ และจัดตั้งศูนย์รับแจ้งสัตว์ป่วยที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ

10. ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ เฝ้าระวังโรคดังกล่าว หากพบกระบือแสดงอาการผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอทันที พร้อมทั้งให้ความรู้เกษตรกรเกี่ยวกับการป้องกันโรคคอบวม

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายจากโรคคอบวม จึงขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้กับกระบือ และโคที่มีอายุตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป โดยวัคซีนดังกล่าวสามารถคุ้มโรคได้นานถึง 1 ปี และสังเกตอาการโค กระบือ ของตนเอง หากพบสัตว์แสดงอาการป่วยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ หรือปศุสัตว์จังหวัด หรือ   แจ้งสายด่วนกรมปศุสัตว์ที่ 063-2256888 หรือ แอพพลิเคชั่น DLD 4.0 โดยทันที เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เร่งดำเนินการให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

Leave a comment