#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/510496

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ตำบลขุนศรี’ ภูมิคลองขุดทำนาสมัยรัชกาลที่๕
วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
วัดคลองขุนศรี
จากการติดตามงานโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กบ้านคลองโต๊ะนุ้ย ที่ตำบลขุนศรี อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี โดยคุณจิราวัฒน์ สุนทราอาคเนย์ ปชส.จ.นนทบุรี และคุณสมทรง เจริญผล ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลขุนศรีและคณะ โดยมี นายสุรสีห์ ศรีอินทร์สุทธิ์ อดีตกำนันตำบลขุนศรีและรองประธานหอการค้าจังหวัดนนทบุรี ผู้ที่พยายามทำให้พื้นที่ได้งบประมาณทำเส้นทางการคมนาคมที่เอื้อกับการแหล่งการเกษตรกรรมชายเขตนครปฐมและปทุมธานีนั้น เมื่อติดตามต้นทุนของพื้นที่นั้น พบว่าตำบลขุนศรีแห่งนี้คือป่ากระทุ่มมืดในอดีต เมื่อ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้ขุดคลองทวีวัฒนา (คลองเจ้า) และคลองนราภิรมย์ทางด้านทิศใต้ของป่ากระทุ่มมืดไปบรรจบแม่น้ำท่าจีน ใน พ.ศ. ๒๔๒๑-๒๔๒๓ เพื่อส่งน้ำเข้ามาในบริเวณพื้นที่อำเภอไทรน้อยนั้น ได้มีการขุดคลองเปิดพื้นที่การเกษตรเพื่อทำนาทางด้านตะวันตก ซึ่งด้านตะวันออกนั้นมีการขุดคลองรังสิตเปิดพื้นที่การทำนาเช่นเดียวกัน
ต่อมา พ.ศ. ๒๔๓๓-๒๔๔๒ พระองค์ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้พระราชาภิมณฑ์ (เพ็ง) ทำการขุดคลองต่อจากคลองบางบัวทองไปทางทิศตะวันตก ไปสิ้นสุดใกล้รางกระทุ่ม ตรงบริเวณวัดยอดพระพิมล ซึ่งเป็นพื้นที่ตำบลขุนศรีและมีชื่อคลองว่า “คลองพระราชาภิมณฑ์” ผู้คนนิยม เรียกว่า คลองพระราชาพิมล หรือคลองพระพิมล ใน พ.ศ. ๒๔๓๕ พระยาบรรฤาสิงหนาท (เจ๊ก) ได้รับพระบรมราชานุญาตให้ขุดคลองพระยาบรรฤา หรือ คลองพระยาบรรลือ เชื่อมต่อจากแม่น้ำท่าจีน หรือแม่น้ำสุพรรณบุรีจากอำเสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี หลังสุดราวปี พ.ศ. ๒๔๔๕ ขุนศรี (ไม่ปรากฏชื่อจริง)ได้เป็นกำนันตำบลนี้ตอนนั้นขึ้นกับ อำเภอบางปลา อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ได้ขุดลำรางเล็กๆแยกจากคลองพระราชาพิมลฝั่งทิศเหนือถึงวัดคลองขุนศรี เพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้น้ำทำนา

กำนันสุรสีห์ ศรีอินทวิสุทธิ์
ต่อมาในปีเดียวกันกำนันพร มัณยานนท์ กำนันตำบลไทรใหญ่ ได้ขุดลำรางต่อจากที่ขุนศรีกำนันตำบลขุนศรีขุดไว้แต่เดิมไปบรรจบกับคลองพระยาบรรลือ อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กำนันพร มัณยานนท์ ผู้นี้ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นขุนศรีราษฎร์นิยม กำนันตำบลไทรใหญ่ ทำให้คลองขุดที่ขุนศรีทั้งสองคนนี้ขุดไว้นั้นถูกเรียกว่า คลองขุนศรี ตามชื่อขุนศรีทั้งสองคน และ พ.ศ. ๒๔๔๕ หม่อมแช่มกฤดากร ณ อยุธยา ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศวรฤทธิ์ ได้บริจาคทรัพย์ให้ขุดลอกคลองจากคลองขุนศรีฝั่งตะวันตก ในเขตพื้นที่ตำบลขุนศรีไปบรรจบคลองลำลาดสวาย ตำบลบางภาษี อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม คลองนี้มีชื่อว่า คลองหม่อมแช่ม ดังนั้นตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๓๓-๒๔๕๐ นั้นป่ากระทุ่มมืด จึงเป็นพื้นที่ทำนาด้วยมีคลองสายหลักขุดส่งน้ำเข้านาได้เพียงพอ จึงทำให้ราษฎรพากันเข้ามาตั้งถิ่นฐานสองฝั่งคลองกลายเป็นชุมชนตามลำนำ โดยยังมีการขุดคลองเพิ่มขึ้นอีกเพื่อเชื่อมคลองพระราชาพิมลและคลองพระยาบรรลือ ในเขตอำเภอบางบัวทอง อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานีและอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐมทำให้พื้นที่ระหว่างคลองนราภิรมย์ฝั่งทิศเหนือต่อเนื่องจากมาถึงคลองพระราชพิมลและคลองหม่อมแช่มนั้นมีถิ่นฐานบ้านช่องจนป่ากระทุ่มมืดนั้นเป็นพื้นที่ทำนาในที่สุด เมื่อมีการตั้งอำเภอบางปลาขึ้น ชุมชนที่อยู่ในบริเวณปากคลองทวีวัฒนา (คลองเจ้า) ชุมชนริมคลองพระราชาพิมล จากปากคลองเจ้าไปถึงปลายคลองพระราชาพิมลจึงมีวัดยอดพระพิมล ชุมชนที่อยู่ฝั่งใต้นั้นมีชื่อตามกำนันคนแรกว่า ตำบลขุนศรี อำเภอบางปลา จังหวัดนครปฐม
ต่อมาอำเภอบางปลาได้เปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอบางเลนและ พ.ศ. ๒๕๐๒ นายเชื้อ วิสุทธิเสน กำนันตำบลขุนศรีพร้อมราษฎรตำบลขุนศรีอยู่ใกล้ที่ว่าการอำเภอไทรน้อยได้ขอให้ตำบลขุนศรีนั้นโอนมาอยู่กับอำเภอไทรน้อย ซึ่งอยู่ใกล้และสะดวกแก่ราษฎรติดต่อราชการจึงทำให้พื้นที่การเกษตรกรรม ๑๓,๗๕๐ ไร่แห่งนี้ใช้ประโยชน์ในอาชีพเกษตรกรรม ประมาณ ๑๐,๘๐๑ ไร่ ที่ยังมีสภาพบ้านนาริมคลองหนองน้ำส่วนจะรักษาพื้นที่ทำนาไว้ได้แค่ไหนเป็นเรื่องการพัฒนาที่ ซึ่งทุกวันนี้ถูกวงล้อมของถนนหนทางวิ่งวนอยู่รอบด้าน
คณะดูงานโครงการ
คลองขุนศรี
คลองพระยาบรรลือ
คลองพระพิมลราชา
พื้นที่ทำนาจากอดีต
พื้นที่ทำนา
ผู้บริหารท้องถิ่น
แนวกำแพงกั้นริมคลอง
ทุ่งนาที่เก็บเกี่ยวแล้ว
ถนนริมคลอง
คลองขุดในอดีต
ผังคลองขุดทำนา