#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/512698

‘จระเข้’ค้างเต็มบ่อ! สงครามการค้าสหรัฐ-จีน พ่วงพิษโควิด ทุบผู้เลี้ยงบักโกรก
วันพุธ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 12.49 น.
กระทรวงเกษตรฯเร่งช่วยเกษตรกรผู้เลี้ยง “จระเข้” กว่าล้านตัวจากผลกระทบโควิด-19 และสงครามการค้าสหรัฐ-จีน ขณะที่ “อลงกรณ์” นัดถกคณะกรรมการประมง 25 ส.ค.นี้ เคาะโครงการสินเชื่อ 8 พันล้าน
19 สิงหาคม 2563 นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพประมงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะประชุมในวันที่ 25 สิงหาคม นี้ โดยจะมีการหารือพิจารณาโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงจระเข้ และผู้ประกอบการ วงเงิน 8,770 ล้านบาท ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวตั้งแต่สงครามการค้าสหรัฐ และจีน จนถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19
ทั้งนี้ มีเกษตรกรผู้เลี้ยงจระเข้ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ที่มีการเลี้ยงในระบบรวม 1,189,836 ตัว ในทุกภาคทั่วประเทศ 1,150ราย ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าประจำปี 2562 ประกอบด้วย ผู้เพาะเลี้ยง , ผู้ค้าและผู้เลี้ยง(ครอบครอง) โดยเฉพาะขณะนี้มีจระเข้ขนาด 1.8 เมตรขึ้นไป (อายุ 3 ปี ) ค้างในบ่อเลี้ยงของเกษตรกร ไม่น้อยกว่า 200,000 ตัว เป็นภาระให้กับเกษตรกรที่ต้องแบกรับต้นทุนค่าดูแล และค่าอาหาร
“จระเข้ไทยเป็นหนึ่งในจระเข้ที่นำมาทำผลิตภัณฑ์จากจระเข้ที่ดีที่สุดในโลก หากคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพประมงให้ความเห็นชอบ จะเสนอนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณานำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป” นายอลงกรณ์ กล่าว
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 คณะอนุกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ได้จัดการประชุมนัดพิเศษเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรและผู้ประกอบการจระเข้ที่ได้ยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือถึงนายเฉลิมชัย โดยมีนายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพประมง พร้อมด้วยนายรัฐชทรัพย์ นิชิด้า ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอรุณชัย พุทธเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตร นายบรรจง จำนงศิตธรรม รองอธิบดีกรมประมง สมาคมฟาร์มจระเข้ไทย ผู้ประกอบการฟาร์มจระเข้ ตัวแทนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ตัวแทนบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ร่วมประชุมพิจารณาช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวตั้งแต่สงครามการค้าสหรัฐ และจีน จนถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19
สำหรับจระเข้ไทยเป็นหนึ่งในจระเข้ที่นำมาทำผลิตภัณฑ์จากจระเข้ที่ดีที่สุดในโลกโดยที่ประชุม ได้มีการหารือถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือการกระจายสินค้าจระเข้ และที่ประชุมได้เห็นชอบโครงการสินเชื่อ soft loan สำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการจระเข้วงเงินสินเชื่อ 8,770 ล้านบาท โดยรัฐชดเชยดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการจระเข้ไทย และรับซื้อจระเข้จากเกษตรกร ในช่วงปี 2563-2564 ประมาณ 150,000 ตัว ระยะปลอดชำระ 3 ปีเพื่อบรรเทาผลกระทบและสร้างเสถียรภาพของตลาดจระเข้
จากข้อมูลของกรมประมงพบว่าปัจจุบันมีจระเข้ในระบบรวมกว่า 1,189,836 ตัว มีผู้ครอบครองผู้ค้าและผู้เพาะเลี้ยงจำนวน 1,150 รายในทุกภาคทั่วประเทศ ผลจากการประชุมจะนำเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพประมงในวันที่ 25 สิงหาคม นี้ เพื่อเร่งดำเนินการออกสินเชื่อโดย ธกส. และ บสย. ร่วมค้ำประกันสินเชื่อซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงจระเข้และผู้ประกอบการของไทยผ่านวิกฤติโควิด-19 ไปได้ นอกจากนี้นายอลงกรณ์ได้แสดงความกังวลกรณีจระเข้หลุดอาจหลุดลงแหล่งน้ำสาธารณะจึงมอบกรมประมงร่วมกับสมาคมจระเข้ร่วมกันตรวจตราอย่างใกล้ชิด
สำหรับการส่งออกจระเข้ทั้งตัวเป็นผลิตภัณฑ์เนื้อและหนังจระเข้ในปี 2562 มีมูลค่ากว่า 3 พันล้านบาท และก่อนเกิดสงครามการค้าสหรัฐ-จีน มีมูลค่าส่งออกกว่า 6 พันล้านบาท โดยมีจีน ฮ่องกง สิงคโปร์และยุโรป เป็นตลาดใหญ่ของไทย