รมว.เกษตรฯนำทีมลงพื้นที่ติดตามแผนการบริหารจัดการน้ำรองรับEEC #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/513622

รมว.เกษตรฯนำทีมลงพื้นที่ติดตามแผนการบริหารจัดการน้ำรองรับEEC

รมว.เกษตรฯนำทีมลงพื้นที่ติดตามแผนการบริหารจัดการน้ำรองรับEEC

วันอาทิตย์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 20.48 น.

รมว.เกษตรฯนำทีมลงพื้นที่ติดตามแผนการบริหารจัดการน้ำ รองรับพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC)

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังรับฟังการบรรยายสรุปผลและแผนการบริหารจัดการน้ำเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ณ ห้องประชุมอ่างเก็บน้ำดอกกราย อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ว่า ภาคตะวันออกมีปริมาณน้ำเก็บกัก (ข้อมูล ณ วันที่​ 21​ ส.ค.63) มีปริมาตรน้ำปัจจุบัน 957 ล้าน ลบ.ม.ปริมาตรน้ำที่นำมาใช้ได้ 80​2​ ล้าน ลบ.ม.แบ่งเป็น อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 6 แห่ง อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 42 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก 14 แห่ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน จึงมีแผนจัดสรรน้ำและเพาะปลูกพืชฤดูฝน 2563 (1 พ.ค.63 – 31 ต.ค.63) 1,215 ล้าน ลบ.ม.สำหรับใช้ในการอุปโภค – บริโภค 265 ล้าน ลบ.ม. , อุตสาหกรรม 154 ล้าน ลบ.ม. , รักษาระบบนิเวศและอื่นๆ 199 ล้าน ลบ.ม.และด้านเกษตรกรรม 597 ล้าน ลบ.ม.ปัจจุบันจัดสรรน้ำไปแล้ว 390 ล้าน ลบ.ม.

สำหรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ EEC (จังหวัดระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา จันทบุรี) มีปริมาณน้ำเก็บกัก (ข้อมูล ณ วันที่​ 21 ส.ค. 63) มีปริมาตรน้ำปัจจุบัน 487 ล้าน ลบ.ม.ปริมาตรน้ำที่นำมาใช้ได้ 386 ล้าน ลบ.ม.แบ่งเป็น อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่ง อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 14 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก 5 แห่ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน จึงมีแผนจัดสรรน้ำและเพาะปลูกพืชฤดูฝน 2563 (1 พ.ค.63 – 31 ต.ค.63) 644 ล้าน ลบ.ม.สำหรับใช้ในการอุปโภค – บริโภค 135 ล้าน ลบ.ม. , อุตสาหกรรม 153 ล้าน ลบ.ม. , รักษาระบบนิเวศและอื่นๆ 112 ล้าน ลบ.ม.และด้านเกษตรกรรม 244 ล้าน ลบ.ม.ปัจจุบันจัดสรรน้ำไปแล้ว 209 ล้าน ลบ.ม.

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน ได้มีการคาดการณ์ปริมาณน้ำอ่างเก็บน้ำ ภาคตะวันออกและพื้นที่ EEC ในช่วงฤดูฝน 2563 ใน 5 กรณี ทั้งกรณีน้ำมาก กรณีน้ำเฉลี่ย กรณีน้ำน้อย กรณี Inflow ปี 2538 และกรณีน้ำ AVG-5% โดยได้วางมาตราการรองรับการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ EEC ในช่วงฤดูแล้งปี 63/64 ไว้ 8 มาตราการ ดังนี้ 1) สูบผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่มาลงอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล​ สูบถึงเดือนพฤศจิกายน​ 2563​ ปริมาณน้ำรวม​ 60​ ล้าน ลบ.ม.​ 2) สูบคลองสะพานเติมอ่างฯ​ประแสร์​ ถึงเดือนพฤศจิกายน​ 2563​ ปริมาณน้ำรวม​ 15​ ล้าน ลบ.ม. 3) สูบกลับวัดละหารไร่​ (แม่น้ำระยอง)​ เติมอ่างฯ​หนิงปลาไหล​ ถึงเดือนพฤศจิกายน​ ปริมาณน้ำรวม​ 4.84 ล้าน ลบ.ม.​ 4) การนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดสูบใช้น้ำคลองน้ำหู​ ถึงเดือนพฤศจิกายน​ 2563​ ปริมาณน้ำรวม​ 5​ ล้าน ลบ.ม. 5) สูบผันน้ำคลองพระองค์ฯ/พานทอง​ -​ อ่างฯ​ บางพระ​ ถึงเดือนพฤศจิกายน​ 2563​ ปริมาณน้ำรวม​ 50​ ล้าน ลบ.ม.​ 6) สูบผันน้ำแม่น้ำบางปะกง – อ่างฯ บางพระ​ ถึงเดือนพฤศจิกายน​ 2563​ ปริมาณน้ำรวม​ 20​ ล้าน ลบ.ม.​ 7) ประหยัดการใช้น้ำทุกภาคส่วนในจังหวัดระยอง​ และ ชลบุรี 8) สูบปันน้ำคลองวังโตนด​ จังหวัดจันทบุรี​ มาลงอ่างประแสร์​ มีแผนการสูบน้ำตั้งแต่วันที่​ 1 – 30​ กันยายน​ 2563​ ปริมาณน้ำรวม​ 12​ ล้าน ลบ.ม.

อย่างไรก็ตาม น้ำถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด​ จึงต้องบริหารจัดการให้ดี​ เพราะการบริหารจัดการที่ดีเป็นหัวใจของระบบทั้งหมด รวมถึงต้องดูแลพี่น้องเกษตรกรเป็นหลัก​ ดังนั้นกรมชลและทุกภาคส่วน​ ต้องดูแล​และคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด​ เริ่มจากสำรวจและดูปริมาตรที่แท้จริงของอ่างฯ และฝายต่างๆ ที่มีอยู่ เนื่องจากสิ่งปลูกสร้างใช้งานมานาน​ อาจมีการตื้นเขินมากขึ้น​ การสำรวจและขุดลอกจะช่วยเพิ่มพื้นที่กักเก็บ​ รวมถึงต้องรณรงค์การใช้น้ำอย่างมีคุณค่าอย่างต่อเนื่อง​ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่มีน้ำใช้การเยอะหรือน้อย​ ต้องรณรงค์ให้เกิดเป็นนิสัย​ โดยต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทาง​ ไปถึงปลายทางของน้ำ​ ต้องขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย​ และการเริ่มโครงการสร้างพื้นที่กักเก็บน้ำต่างๆ​ ต้องขอให้ดูพื้นที่ที่มีฝนมากเป็นหลัก​ ไม่ใช่ใช้พื้นที่ที่มีอยู่ไปสร้างเพิ่ม​ และเมื่อสร้างแล้วใช้ท่อส่งไปยังพื้นที่ต่างๆ​ เพื่อให้เรามีน้ำใช้เพียงพอ​ในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออก​ในอนาคตจะกลางเป็นส่วนกลางของความเจริญ ไม่ว่าจะเป็นภาคการท่องเที่ยว​ที่จะกลับมาครึกคักอีกครั้งเมื่อสถานการณ์ไวรัสโคโรนา​ 2019​ คลี่คลายลง ภาคการเกษตร​ ภาคอุตสาหกรรม​ และความเจริญจากการขยายเมืองออกมาจากภาคกลาง​ ซึ่งจะทำให้ความต้องการใช้น้ำก็จะเพิ่มมากขึ้น​ ดังนั้น​จึงต้องเตรียมตัว​ วางแผนบริหารจัดการ​ และเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำ​ เพื่อมีน้ำเพียงพอสำหรับความต้องการที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต​

Leave a comment