#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/513817

ไขปัญหากับอายุรแพทย์ โดยราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย
วันอังคาร ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
ในขณะที่โควิด-19 กำลังคร่าชีวิตประชากรทั่วโลกไปแล้วกว่า 8 แสนคนแต่ยังห่างไกลจากการเสียชีวิตที่เกิดจากกลุ่มโรคที่เป็นแชมป์ในการคร่าชีวิตประชากรโลกปีละกว่า 41 ล้านคนคิดเป็นร้อยละ 71 ของการเสียชีวิตทั้งหมด และเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการเสียชีวิตของคนไทยกว่า 3.9 แสนคนคิดเป็นร้อยละ 74 กลุ่มโรคที่เป็นแชมป์ของการคร่าชีวิตก็คือ “กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง” ที่มักจะเรียกทับศัพท์ภาษาอังกฤษ ว่า “เอ็นซีดี” ซึ่งย่อมากจาก Non Communicable Disease หมายถึง“โรคที่ไม่ได้มีสาเหตุจากการติดเชื้อและไม่ติดต่อกันจากคนสู่คน หรือสัตว์สู่คน โรคกลุ่มนี้จะมีลักษณะเรื้อรัง ไม่หายเอง และโอกาสหายขาดเป็นไปได้ยาก”
หากเปรียบเอ็นซีดีเหมือนกับต้นไม้ รากของเอ็นซีดีก็คือ “ปัจจัยเสี่ยง”ต้นก็คือ “ปัจจัยเสี่ยงทางเมตาโบลิกซ์”และดอกใบของเอ็นซีดีก็คือ “กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง” ถ้าเราไม่ให้มีรากเกิดขึ้น ต้นไม้ก็ไม่อาจเติบโต ผลิดอกออกผล แผ่กิ่งก้านสาขาได้ ดังนั้นถ้าเราลดปัจจัยเสี่ยง (ราก) ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ คือการไม่ออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ และการรับประทานอาหารที่มีผลเสียต่อสุขภาพ ก็เหมือนเราถอนรากถอนโคนเอ็นซีดีทำให้ไม่เกิดเป็นลำต้น คือ “ปัจจัยเสี่ยงทางเมตาโบลิกซ์”ได้แก่ ความดันโลหิตสูงคอเลสเตอรอลสูง น้ำตาลในเลือดสูง และน้ำหนักเกินหรืออ้วน เมื่อไม่มีลำต้น ก็จะป้องกันไม่ให้เกิดใบเกิดดอกของเอ็นซีดี ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวานโรคมะเร็ง และโรคปอดเรื้อรังตามมาได้
จึงสำคัญที่ต้องดูแลรากเหง้าของเอ็นซีดี คือปัจจัยเสี่ยงทั้ง 4 ประการนะครับ เราจึงควรออกกำลังอย่างสม่ำเสมอเพราะการไม่ออกกำลังกายทำให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคเบาหวาน มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ และตายก่อนวัยอันสมควร การออกกำลังกายอย่างน้อย 5 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30-60 นาที ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่อเอ็นซีดีได้
การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดเอ็นซีดี ได้แก่ มะเร็งหลายชนิด โรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมองส่วนปลาย และโรคหลอดเลือดสมอง นอกจากทำให้เกิดความเสี่ยงกับผู้สูบแล้ว ผู้สูบบุหรี่ยังเพิ่มความเสี่ยงให้กับผู้ใกล้ชิดด้วย การงดสูบบุหรี่จึงเป็นการป้องกันการเกิดเอ็นซีดีที่คุ้มค่าที่สุด เช่นเดียวกับการหยุดดื่มสุรา ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่อเอ็นซีดี โดยเฉพาะโรคตับ โรคมะเร็ง และความดันโลหิตสูง
การรับประทานอาหารที่มีผลเสียต่อสุขภาพ ได้แก่อาหารปริมาณมากเกินความต้องการ อาหารหวาน อาหารไขมันสูง อาหารเค็ม ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคอ้วน เป็นปัจจัยสำคัญในการเกิดเอ็นซีดี ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ด้วยปริมาณที่เหมาะกับความต้องการของร่างกาย การงดอาหารหวาน อาหารมัน งดของเค็ม จะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดเอ็นซีดีได้
พลอากาศโท นายแพทย์อนุตตร จิตตินันทน์
ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย
