พาณิชย์จับมือเกษตรดันไทยเป็นศูนย์กลางอาหารโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/515108

พาณิชย์จับมือเกษตรดันไทยเป็นศูนย์กลางอาหารโลก

วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยหลังแถลงข่าววิสัยทัศน์ “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” ภายใต้ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิตว่าถือเป็นประวัติศาสตร์อีกวันหนึ่งของประเทศไทยคือ เป็นการเปิดศักราชใหม่เป็นรูปธรรมในการบูรณาการทำงานระหว่าง 2 กระทรวงหลัก คือ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวใจสำคัญเป็นการเปิดวิสัยทัศน์สำคัญร่วมกันของ 2 กระทรวงภายใต้วิสัยทัศน์เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด สร้างโอกาสไทยทุกคน โดยใช้ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต มีเป้าหมายสร้างประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพของโลก สำหรับเป้าหมายทำงานมี 3 เพิ่ม โดยเพิ่มที่ 1 คือ เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันให้ประเทศ เพิ่มที่ 2 เพิ่ม GDP ให้ประเทศ และเพิ่มที่ 3 เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการทุกระดับ

ทั้งนี้ การจะบรรลุ 3 เพิ่มได้ทั้ง 2 กระทรวง จะมีพันธกิจร่วมกัน 4 พันธกิจคือ 1.ร่วมสร้าง Single Big Data ให้เกิดขึ้น
เพื่อให้ทั้งสองกระทรวงได้ใช้ข้อมูลจากฐานเดียวกัน ไม่มีของเขาของเรา ไม่มีของพาณิชย์ไม่มีของเกษตร มีแต่ Single Big Data ร่วมของประเทศทั้งด้านการผลิตและการตลาด 2.สร้างแพลตฟอร์มกลางเกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด ให้เกิดขึ้นให้ได้ เพื่อให้ภาคการผลิตคือ ภาคเกษตร ภาคแปรรูป อุตสาหกรรม ภาคการค้า การลงทุน การส่งออก ได้ใช้แพลตฟอร์มกลางที่ว่านี้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลแลกเปลี่ยนพันธสัญญาซื้อขายและการทำการตลาดร่วมกันได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
3.ร่วมสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในสินค้าเกษตร โดยต้องมุ่งเน้นคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัย และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ซึ่งนี่คือเป้าหมายการตลาดและการผลิตยุคใหม่ที่โลกต้องการ และสะท้อนว่าเราเดินไปสู่ยุทธศาสตร์ ตลาดนำ การผลิต เพราะถ้าตรวจสอบย้อนกลับไม่ได้ จะขายยากในตลาดโลก โดยเฉพาะตลาดสำคัญในประเทศที่มีศักยภาพมีที่ดี มีรายได้สูง 4.พัฒนาคนและผลิตภัณฑ์ให้ตรงความต้องการของตลาด โดยต้องพัฒนาไปด้วยกัน เพื่อนำไปสู่เป้าหมายยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต และเพื่อนำไปสู่เป้าหมายวิสัยทัศน์สร้างโอกาสไทยทุกคน

“จะตั้งคณะทำงานร่วมกัน 2 กระทรวง เพื่อขับเคลื่อนทั้ง 4 พันธกิจ มีปลัดกระทรวงพาณิชย์และปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธานร่วมกันจัดทำเป้าหมายที่เป็นตัวเลขชัดเจน ทำแผนปฏิบัติการ ทำโครงการขับเคลื่อน ทำตัวชี้วัด ทำทุกอย่างให้ผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม และยังต้องมีคณะทำงานย่อยแต่ละชุดที่จะดูเป็นรายพันธกิจด้วย โดยให้เร่งทำงานโดยเร็ว คาดว่าใช้เวลาอีกระยะจะเห็นผล”นายจุรินทร์กล่าว

นายจุรินทร์กล่าวอีกว่า การทำงานด้านการตลาด กระทรวงพาณิชย์จะเป็นพาณิชย์ทันสมัย โดยนำเทคโนโลยีและข้อมูลทันสมัยมาใช้ทำการตลาดจากทุกมุมโลก จากทุกข้อมูล จากทุกแหล่งมาบูรณาการและมากลั่นกรองเป็นข้อมูลที่นำไปสู่การดำเนินการทางการตลาดที่ถูกต้องชัดเจน จะมีทีมงานด้านการตลาดที่ทันสมัย มีทีมเซลส์แมนจังหวัด และทีมเซลส์แมนประเทศ ทำงานร่วมกับภาคเอกชน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จะขยายตลาดด้วยเทคโนโลยีและการค้าออนไลน์ สร้างโมเดลการค้าใหม่ และส่งเสริมและสร้างความเชื่อมั่นให้สินค้าไทย

สำหรับช่องทางตลาดที่จะนำสินค้าเกษตรไปขาย มี 4 ช่องทางคือ 1.ตลาดออฟไลน์ เป็นตลาดดั้งเดิม แต่ยังพัฒนาได้ ประกอบด้วย โมเดิร์นเทรด สมาร์ทโชห่วยร้านธงฟ้า โมบายมาร์เก็ต รถโมบาย คาราวานสินค้า ตลาดกลาง ตลาดสด ตลาดนัด ตลาดต้องชม 2.ตลาดออนไลน์ จะทำแพลตฟอร์มกลาง ที่ต้องสร้างให้เกิดขึ้นและเป็นช่องทางระบายสินค้าเกษตร 3.คอนแทรกฟาร์มมิ่ง การทำเกษตรพันธสัญญา เพื่อสร้างหลักประกันการรับซื้อให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ และ 4.เคาน์เตอร์เทรด จะสร้างเวทีจับคู่ธุรกิจ ทั้งในรูปซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าหรือรูปแบบใดก็แล้วแต่ ตามความเหมาะสมทั้งในและระหว่างประเทศ

ด้านนางอุมาพร พิมลบุตร รองปลัดกระทรวงเกษตรฯกล่าวว่า ในส่วนกระทรวงเกษตรฯเดินหน้าผลักดัน”เกษตรทันสมัย” และ”เกษตรปลอดภัย” โดยเน้นทำเกษตรรูปแบบสมัยใหม่ นำเทคโนโลยีและข้อมูลมาใช้ทำการผลิตอย่างแม่นยำ ผลิตสินค้ามูลค่าสูง มีคุณภาพ ปลอดภัยได้มาตรฐาน และตรวจสอบย้อนกลับได้ มีสินค้าเกษตรเป้าหมาย 5 รายการคือ พืช ปศุสัตว์ ประมง เกษตรแปรรูป และเกษตรบริการ ซึ่งการร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ จะช่วยแก้ปัญหาการตลาด ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น และมีอนาคต

Leave a comment