เปิดใจชีวิตและบทบาทของ ‘เกรซ กาญจน์เกล้า’ ทุ่มแรงกายแรงใจเพื่อความสมจริง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/516403

เปิดใจชีวิตและบทบาทของ ‘เกรซ กาญจน์เกล้า’  ทุ่มแรงกายแรงใจเพื่อความสมจริง

เปิดใจชีวิตและบทบาทของ ‘เกรซ กาญจน์เกล้า’ ทุ่มแรงกายแรงใจเพื่อความสมจริง

วันอาทิตย์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2563, 09.45 น.

ประเดิมผลงานเรื่องแรกหลังจากผันตัวเองเป็นนักแสดงอิสระก็แซ่บสุด สำหรับนางเอกสาว “เกรซ-กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า” ซึ่งบอกเลยว่าไม่ธรรมดา กับบทพริตตี้รับงานเอนสุดเซ็กซี่ในละครสุดแซ่บ “เริงริตา” ทางช่อง GMM25 ซึ่งเป็นงานที่ท้าทายอีกหนึ่งบทบาทที่ “เกรซ” ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจเพื่อเป็นตัวละครให้ได้สมจริงที่สุด

ตกลงรับเล่นเรื่อง ทราบมั้ยว่าบทนำแล้วต้องแรงเบอร์นี้?

รู้ว่ามันแรงนะ แต่ไม่ทราบว่าแรงขนาดนี้ เพราะว่าด้วยความที่บทโทรทัศน์ยังเขียนไม่เสร็จ และด้วยความที่เราก็เข้าใจว่าเส้นเรื่องมันแรง พออ่านบทแล้วก็ตกใจ แต่ก็เข้าใจว่าเส้นเรื่องมันจะดำเนินไปแบบนี้เพราะริตาเป็นคนที่ผิดปกติ บางคนอาจจะรับไม่ได้อันนี้ก็อยากให้เปิดใจ การตัดสินใจรับบทนี้ของเกรซ เรียกว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงท้าทายตัวเราเองพอเราเป็นนักแสดงอิสระปุ๊บ เราก็อยากจะทำอะไร และคิดว่าตัวเองมีไดเร็กชั่นที่ชัดเจน รู้แล้วว่าตัวเองอยากเล่นอะไร อยากทำอะไรที่แปลกใหม่ที่ไม่เคยเล่น การทำงานในเรื่องนี้เกรซได้มีส่วนร่วมในการดีไซน์คาแร็กเตอร์ตัวละครด้วย แล้วพี่โอ๋ (กฤษฎา เตชะนิโลบล)ผู้กำกับก็ช่วยเกรซได้มากจริงๆ เราคุยกันว่าทิศทางของตัวละครจะเป็นยังไง เชื่อไหม แล้วต้องเล่นแค่ไหน อันไหนคือพอดี บางทีเราเล่นเยอะไปไม่น่ารัก เล่นน้อยไปไม่เชื่อ ไม่ถึงอีก ก็ต้องคุยกันหาจุดที่พอดี เรียกว่าเป็นการทำงานที่สนุกมากค่ะ รู้สึกแฮปปี้เวลาก้าวขาออกมาจากบ้านไปกองถ่าย แม้ว่าบทเราจะค่อนข้างหนักและถ่ายเยอะเกือบทุกซีนในแต่ละวัน อย่างมีวันหนึ่งถ่ายที่โรงพยาบาล 25 ซีน เกรซร้องไห้หมดเลยติดกันทุกซีน ปวดหัวมาก พอคัทปุ๊บขอนอนก่อนเลย หมดแรง คือถ้ามีอีกซีนต้องไปแอดมินเลยค่ะ ทุกฝ่ายก็เอาพัดลมมาพัดให้ ปวดหัวจี๊ดๆ เพราะมันเครียด ดราม่ามากๆ เป็นอะไรที่หนักและผ่านมาได้ เราก็ดีใจ เฮ้ยเราทำได้ เป็นความภาคภูมิใจ ของเรา

เพราะภาพที่ผ่านมาจะไม่ค่อยเห็นเล่นบทแซ่บๆ เท่าไรเลย มีต้องตกลงลิมิตมั้ย?

ใช่ค่ะไม่ค่อยเล่นอะไรแบบนี้ เพราะเราก็มีลิมิตผู้กำกับก็มีลิมิต ให้กับเรามากๆ คอยเซฟให้กับเราตลอดเวลา อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราวางใจได้ แล้วพี่โอ๋ก็เป็นผู้กำกับที่เกรซอุ่นใจ วางใจได้ว่าเขาคอยเซฟเราตลอดเวลาจริงๆ ซึ่งบทนี้ก็ถือว่าเป็นบทที่สนุกที่สุดเท่าที่เคยเล่นละครมา เกรซชอบนะ ชอบทำอะไรที่หลากหลาย และอยากทำอะไรก็ได้ที่ไม่มีอะไรกั้นอยากทำอะไรได้ตามใจฉัน เลือกไม่ได้ ในฐานะที่เรามาเป็นอิสระ เรื่องนี้เป็นบทที่ดีมากๆ สำหรับเกรซเลยเป็นอะไรที่เราไม่เคยได้เล่นที่ไหน รวบรวมอะไรหลายๆ อย่างที่เราอยากจะเล่นแบบนี้มาตั้งนานแล้วเป็นบทที่ค่อนข้างท้าทาย ได้ปลดปล่อยทุกเรื่องทั้งดี ร้าย ฮา แค้น มีหลายๆ อย่างในคนเดียวกันตัวละคร ริตา ทำให้เกรซได้ก้าวไปในจุดที่เราไม่เคยจะเล่นบทแบบนี้เลย เป็นบทที่ลึกและดีมากๆ ริตามีหลายอารมณ์ มีโลกหลายใบ และเป็นตัวละครที่เล่นยากมากๆ แต่ด้วยความที่เรารักในตัวละครตัวนี้ ก็เลยทำให้เราอินมาก มีความสุขมากเวลามากองถ่าย เพราะเวลาได้สวมบทบาทเป็นตัวริตาไม่จะพาร์ท เศร้า ดราม่า คอเมดี้ มันมีความสนุกมันมีรสชาติที่ทำให้เราเล่นแล้วอิ่มเอม ทุกครั้งที่เล่น เรามีความสุข ไม่ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ ก็ตามมันเหมือนอยู่ในโลกแห่งความจริง เป็นบทละครที่เกรซรู้สึกว่า มันเป็นความจริงมากๆ เลยในโลกยุคปัจจุบัน ก็เลยรู้สึกว่าตัวละครตัวนี้ก็น่าจะเป็นอะไรที่แปลกใหม่สำหรับเกรซและคนดูหลายๆ คนด้วย เพราะก็ไม่ได้มีละครที่จะสามารถที่จะตีแผ่ชีวิตของไซด์ไลน์ได้ขนาดนี้ เราก็ดีใจและยินดีที่จะทำหน้าที่นี้ จริงๆ แล้วมันไม่มีใครหรอกที่จะอยากเป็นอยากที่จะทำงานแบบนี้ กับศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง แต่เมื่อมันจำเป็นที่จะต้องทำ มันก็เป็นเรื่องราวลึกซึ้งที่ไม่ใช่มีแบบโป๊เปลือย แต่มันก็มีบ้างที่ตัวริตาจะต้องเป็นและมีบ้างในเรื่องของความเซ็กซี่ แต่น้อยมาก คนดูจะได้เห็นสิ่งที่เป็นความจริงในกิเลสของคน

หรือถ้าจูบจริงๆ ก็สบายมากๆ?

จูบจริงพี่โอ๋บอกเสมอว่า จูบจริงให้ได้แค่ความหมายพอ ไม่ต้องแบบโอ้โหจูบดูดดื่มอะไรขนาดนั้นแค่ให้ได้ใจความว่ามันคือความรักเท่านั้นจบ เพราะฉะนั้นละครเรื่องนี้เกรซเซฟมาก

การมาเป็นนักแสดงอิสระ ข้อดีคิดว่าคือมุมไหน?

เราได้กำหนดไดเร็กชั่นของตัวเราเอง เราไม่ได้ต้องรอโอกาสจากใคร เรากำหนดชีวิตเราเองเราสามารถสร้างได้ในยุคที่เป็นยุคที่เราสามารถสร้างคอนเทนต์ของตัวเราเองได้ อยู่ในยุคที่เราจะเลือกเส้นทางในวงการเองได้ ยุคสมัยเปลี่ยนไป ถ้าสมัยก่อนผู้ใหญ่ส่งอะไรมาเราก็ต้องเล่น ต้องทำ ในสิ่งที่เขาขีดเส้น แต่ตอนนี้เราเลือกที่จะเป็นตัวเองได้ ก้าวแล้วเดินใหม่ เป็นคนใหม่ในร่างเดิม เราจะเป็นในสิ่งที่เราอยากจะเป็นจริงๆ เท่านั้น เราจะไม่ทำอะไรที่เราไม่อยากจะทำ แล้วจะไม่ทำอะไรที่มันซ้ำเดิม เราจะได้เริ่มใหม่เหมือนมีไฟอีกครั้งหนึ่ง ตั้งใจในการทำงานทุกๆ วัน ทุกๆ ซีนที่เกิดขึ้น ไม่เสียเวลาเปล่า

พอมาเป็นอิสระเนื้อหอมกว่าที่คิดมั้ย หมายถึงว่า (งานแน่น, มีบทมาให้เลือกเยอะขึ้น)?

ก็ต้องขอบคุณที่ส่งบทเข้ามาให้เลือกกันหลากหลายมากค่ะ เราก็ดีใจที่มีคนเห็นคุณค่า เห็นความสามารถของเรา เพราะมันก็ไม่ใช่ง่ายๆ นะ ปัจจุบันการเป็นนักแสดงอิสระยากมาก เพราะว่าคนเป็นนักแสดงอิสระเยอะมากๆ ก็ขอบคุณมากๆ ค่ะ แต่การที่เราเป็นนักแสดงอิสระ เราก็ได้ทำอะไรที่หลากหลายทั้งเพลง รายการ ละคร ซึ่งหัวใจหลักๆ ของเราก็คือละคร เพราะเรารักที่สุด แต่ว่าอย่างอื่นก็เป็นสิ่งที่เราชอบด้วยเหมือนกัน แต่ละครจะเป็นชีวิตของเราทำมาจนเรารู้สึกโอเคกับมัน จะไปกับมันได้เรื่อยๆ โดยที่ไม่อิ่มตัว ยังมีอีกหลายอย่างเลยที่อยากจะเล่นอยากจะเป็น ด้วยความที่เราเป็นที่จะแอ๊กทีฟ ก็เลยอยากจะทำงานไปเรื่อย ไม่อยากจะหยุดทำงาน ต่อให้แก่แล้วก็ตาม เสพติดการทำงานในตรงนี้

ค่าตัวละอัพคูณ 2 เป็นอีกเท่าตัวมั้ย?

ไม่นะคะ แล้วแต่ความยากง่าย จำนวนคิว แล้วก็องค์ประกอบหลายๆ อย่างรวมๆ กันค่ะ

มาเล่นกับผู้ชายมากมาย หลายบท ชอบคนไหน มากระหว่าง ลี และ สมาร์ท?

พี่สมาร์ทไม่เคยเจอกันมาก่อนเลยไม่ว่าจะงานที่ไหน เพิ่งมาเจอกันในละคร เรียกพี่สมาร์ทว่าพ่อเขาจะมีบุคลิกในลักษณะของเขาที่เป็นคุณระวีมากๆ เป็นหนุ่มในฝันของสาวๆ เราก็ต้องเล่นแบบชอบเขาหลงเขา แต่เขาก็มีความเย่อหยิ่ง ทะนงในตัว แล้วเราก็จะเอาชนะไม่ได้สักที แล้วคุณระวีนี่แหละเป็นเป้าหมายที่ริตารู้สึกว่าฉันสามารถเอาชนะผู้ชายได้ทุกคนนะ ยกเว้น ระวี คนนี้ ทำไม มันก็เลยเกิดความท้าทายและเขาเป็นคนที่เข้ามาหาเราเองในวันแรกที่เราเจอด้วยนะ

กับลีต้องบอกว่าน้องไม่ค่อยพูด เขาคงตื่นเต้นและเกร็ง เราก็มีการละลายพฤติกรรมเพื่อนร่วมงาน ต้องคอยแกล้ง เพื่อให้เกิดความเป็นกันเองเราจะต้องเล่นกับเขาแบบถึงเนื้อถึงตัว ด่ากัน มันจะต้องมีความมันส์เกิดขึ้น แล้วก็มีความตลกเกิดขึ้น ถ้าเราไม่ทำให้น้องคลายความกังวลไปได้ กำแพงตรงนี้ก็จะไม่หายไป แล้วมันจะออกมาได้ไม่เต็มที่ ก็พยายามบอกพูดคุย สักประมาณครึ่งวัน เขาก็เป็นตัวเองแล้วโอเค แล้วในเรื่องของการพูด ไดนามิกในการใช้เสียง น้องก็จะคอยถาม น้องเป็นเด็กที่ตั้งใจในการทำงานลีเป็นคนที่มีเสน่ห์ในรอยยิ้ม แล้วก็เป็นคนที่เล่นละครได้เป็นธรรมชาติ เขาเล่นซีรี่ส์มาเยอะ พอมาเล่นละครเราก็อาจจะต้องดึงเขาขึ้นมานิดหนึ่ง เขาจะติดในการเล่นซีรี่ส์ การพูดที่เป็นวัยรุ่นปกติ แต่พอมาเล่นเป็นละครมีเรื่องของความเป็นดราม่าหนักๆ เข้ามา เราก็จะแนะนำเขาในเรื่องของการพูด คำควบกล้ำ ไดนามิกในการใช้เสียง น้องก็จะคอยถาม เกรซก็รู้สึกแฮปปี้ที่ได้ร่วมงานกัน ตั้งใจและเอาใจใส่ในการทำงาน

คำว่า ‘นักแสดง’ ตอนนี้ เกรซคิดว่าถึง เลเวลนี้หรือยัง?

เกรซไม่ได้ให้คะแนนตัวเองว่าอยู่เลเวลไหนพอเราเป็นนักแสดงอิสระเราก็ได้เลือกในสิ่งที่เราอยากจะทำจริงๆ อยากที่จะเป็นจริงๆ เรามีตัวตนชัดเจนค่ะ

ความฝันในอดีตเคยคิดต้องมาเป็นนักแสดงแบบทุกวันนี้มั้ย?

อยู่ในวงการมา 16 ปี แล้ว คือเข้ามาแบบไม่ได้ตั้งใจ แต่พออยู่ไปเรื่อยๆ มันก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของเรา เด็กๆ ก็ชอบเพลง เล่นดนตรี และคิดว่าตัวเองจะเป็นนักร้องด้วยซ้ำ แต่ไม่ได้พยายามถึงขนาดที่ว่าฉันจะต้องไปประกวดร้องเพลงนะ แต่มันก็จับผลัดจับผลูได้มาประกวดมิสทีน แล้วก็ได้ตำแหน่ง ก็ต้องมาเล่นละคร แล้วก็เลยยาวมาเรื่อยๆ จากที่ไม่ได้ใฝ่ฝันจากวันนี้จนวันนี้ก็เรียกมันว่าความรักได้นะกับอาชีพนักแสดงของเรา เป็นส่วนหนึ่งของเรา

มุมมองชีวิตละ ทำงานหนักมาตลอด ตอนนี้ยังอยากจะโฟกัสเรื่องงาน ไปพร้อมๆ กับความใหม่ด้วยหรือเปล่า?

ถ้าไม่ได้ถ่ายละครจะอยู่ยังไงล่ะ เพราะเกรซเป็นคนที่ชอบที่จะร่วมงานกับคนอื่นมากมาย เราเป็นคนขี้เบื่อ เพราะฉะนั้นจะไม่สามารถอยู่กับที่หรืออยู่นิ่งได้ เราชอบอะไรแปลกใหม่ และหลากหลายเราต้องทำงานตรงนี้ไปจนแก่แน่ๆ เลย ถ้ามีงานให้เราทำอยู่เรื่อยๆ และในยุคสมัยนี้ก็เปิดกว้างด้วย และคำว่านักแสดงอิสระ มันจะกว้างขึ้นมาก และเราสามารถทำอะไรได้หลากหลาย เราอาจจะไม่ได้เป็นแค่นักแสดง เราอาจจะไปทำอย่างอื่นด้วยก็ได้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับวงการบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นดนตรี สิ่งที่เราชอบ เกรซว่าเกรซก็คงอยู่ตรงนี้แหละไปเรื่อยๆ ตราบที่เรายังไหว เวลาถ่ายละครก็จะมีแรงบันดาลใจ คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ได้ชอบ แต่คุณยายจะคอยเฝ้าดูละครเราญาติๆ เขาก็จะเฝ้ารอ มีกลุ่มคนที่เฝ้ารอดูผลงานเราซึ่งเราก็รู้สึกแฮปปี้นะที่มีคนกลุ่มนี้ มันมีแรงพลังขับเคลื่อน อย่างคุณพ่อคุณแม่ก็มานั่งดูละคร

ชีวิตของเกรซ มาถึงจุดนี้ มองว่า เป็นศิลปะของชีวิตหรือเปล่า เช่น คิดว่าศิลปะ หรือ art มันจำเป็นกับชีวิตไหม?

ศาสตร์การแสดงเกรซคิดว่าในชีวิตของคนเราทุกๆ คน มีศิลปะสอดแทรกอยู่ เพลงที่เราได้ยินโทรทัศน์ที่เราเปิด หรือแม้กระทั่งวิทยุที่เราเปิดสื่อบันเทิงก็คือสื่อศิลปะ สายงานบันเทิงที่สร้างความสุขเป็นคอนเทนต์ที่ทำให้เรามีความสุขด้วย เป็นการสร้างความสุขให้กับคนดูด้วย เพราะฉะนั้นเกรซอยู่กับสายงานนี้มาตั้งแต่เด็กๆ ในการเรียนดนตรี ทำในสิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เรารัก เกรซเลยรู้สึกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของเกรซไปเลย ต่อให้เกรซไม่ได้เป็นนักแสดงก็เถอะ และยิ่งตอนนี้เกรซเป็นนักแสดงแล้ว เกรซก็ยิ่งชอบยิ่งมีความสุขที่ได้ทำมัน

เป็นสาวที่สวยสะพรั่งตลอดเวลา มีเคล็ดลับอย่างไรที่ต้องดูแลตัวเอง โยคะ หรือบำบัดด้วยธรรมะ?

เกรซทำทุกอย่างนะ อย่างแรกก็คือการนอนก่อน เพราะการนอนเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดนอนพักผ่อนให้เพียงพอ แล้วจึงออกกำลังกาย แล้วจึงควบคุมอาหาร มันเป็นสเต็ปของมัน แต่ก็แล้วแต่คนนะแต่สำหรับเกรซรู้สึกว่าการนอนเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด แล้วก็ออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร แล้วเกรซคิดว่าสองอย่างหลังมันจะมาด้วยกันนะ ต้องทำควบคู่กันไป ควบคุมอาหารในที่นี้ก็คือ อาหารที่เราจะเอาเข้าปากต้องเอาแต่สิ่งดีๆ เข้าร่างกาย ไม่จำเป็นจะนึกแต่เรื่องความอ้วน

ถ้าจะหยุดทำงานวางโปแกรมในชีวิตมองไว้เมื่อไร?

ไม่มีเลยค่ะ ไม่หยุด เกรซจะทำไปเรื่อยๆ ต่อให้แต่งงานมีลูกก็ตาม แต่อาจจะแค่ดร็อปไว้ แล้วค่อยกลับมาต่อ เป็นเบื้องหลังหรือทำอะไรก็ค่อยว่ากัน แต่ทำแน่นอน

ความรักที่ให้กับการทำงาน ตอนนี้ละมีจุดมุ่งหมายในชีวิตมั้ย?

เกินร้อยค่ะ เพราะเกรซมองว่า งานเล็กงานน้อยมันก็คือโอกาสหมดนะ เงินเล็กเงินน้อยก็ไม่เป็นไร เพราะมันคือความสุขที่เราได้ทำ โดยเฉพาะตอนนี้เกรซออกมาเป็นนักแสดงอิสระ เกรซมีความเป็นตัวตนเกรซชัดเจนมากขึ้น และเกรซก็มีความสุขในการทำทุกงาน ทุกงานเราควบคุมมันเอง เราไม่มีนายเพราะเราคือนายตัวเอง

ความรักไม่จำเป็นต้องโฟกัส รักไม่เคยต้องโฟกัส ถ้ามีอยู่มันก็เป็นกำลังใจ ไม่เคยจะต้องโฟกัส เด็กๆ เคยโฟกัสมาก ว่าจะเป็นแบบนั้นแบบนี้นะ แต่ตอนนี้ไม่ ความรักคือสิ่งที่สบายๆ ยิ่งถ้าเรามีแฟนมันต้องสบาย ทำให้เรารู้สึกสบายใจ ไม่ต้องคิด หรือทำอะไรที่มันเหนื่อย เพราะเราเหนื่อยจากงานแล้ว

ยุทธนา นารี

Leave a comment