#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/517181

สมิติเวช สุขุมวิท ติดตั้งเครื่อง MRI ใหม่ล่าสุด ชูจุดเด่นเทคโนโลยีทางการแพทย์สุดล้ำ
วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.
โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ร่วมกับบริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวเครื่องตรวจด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า(MRI) Ingenia Ambition 1.5Tesla ใหม่ล่าสุด ซึ่งติดตั้งที่โรงพยาบาลสมิติเวชสุขุมวิท เป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชูจุดเด่นด้านเทคโนโลยีเพื่อการตรวจที่รวดเร็วและสะดวกสบายมากขึ้นสำหรับผู้ป่วย พร้อมความล้ำสมัยกับMRI เครื่องแรกของโลกที่ลดการใช้ฮีเลียมจาก1,500 ลิตร เหลือเพียง 7 ลิตร และยังมาพร้อมความพิเศษสำหรับครั้งแรกในประเทศไทยที่ห้องตรวจ MRI มาพร้อมระบบเอ็นเตอร์เทนเมนท์สำหรับผู้ป่วย
.jpg)
นายแพทย์ภาวัต ปิยภัณฑ์
นายแพทย์ภาวัต ปิยภัณฑ์ รังสีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาพวินิจฉัยชั้นสูง โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท กล่าวว่า “ปัจจุบัน การตรวจด้วยเครื่อง MRI มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปีอย่างของโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เรามีเคสตรวจ MRI ปีละกว่า 5,000 เคส และเพิ่มเฉลี่ย 8% ต่อปี เนื่องจาก MRI เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใช้ตรวจวินิจฉัยโรคที่มีความแม่นยำสูง สามารถตรวจความแตกต่างของเนื้อเยื่อได้ดี ตรวจได้เกือบทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ระบบสมอง, ระบบไขสันหลัง, ระบบกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ, ระบบหัวใจ, ระบบหลอดเลือดดำและแดง ฯลฯ แต่เรามักพบปัญหาจากการตรวจ MRI เป็นประจำ ทำให้ผู้ป่วยบางรายไม่สามารถตรวจด้วยเครื่อง MRI ได้ หรืออาจตรวจได้ไม่ครบ ตรวจได้ไม่นาน ต้องตรวจซ้ำหลายรอบ ส่งผลให้ยากต่อการวิเคราะห์ผลยืนยันโรคได้”
ซึ่งปัญหาเป็นประจำในผู้ป่วยที่เข้ารับการตรวจด้วยเครื่อง MRI มีหลายประการผู้ป่วยมีอาการกลัวที่แคบ ไม่สามารถนอนในอุโมงค์ได้, รู้สึกเครียด เป็นกังวล เพราะขณะสแกนต้องนอนในอุโมงค์นิ่งๆ ห้ามขยับ และมีเสียงดังจากสนามแม่เหล็กไฟฟ้าของตัวเครื่อง, ต้องกลั้นหายใจสำหรับการตรวจอวัยวะบางอย่าง อาจจะลำบากสำหรับผู้ป่วยบางราย,อวัยวะหรือโรคบางอย่างต้องมีการสแกนหลายครั้งเพื่อดูภาพหลายมุม ทำให้ต้องใช้เวลานานขึ้น,ผู้ป่วยเด็กมีข้อจำกัดในการเข้าตรวจ MRI
.jpg)
แต่สำหรับ Philips Ingenia Ambition เพื่อการตรวจที่ดีกว่า เครื่อง MRI ใหม่ล่าสุดรุ่น Ingenia Ambition 1.5Tesla เป็น MRI ระบบ Fully Digital ให้ภาพคมชัดทั้งแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ มาพร้อมเทคโนโลยี Compressed SE NSE ที่ช่วยลดเวลาในการตรวจได้สูงสุดถึง 50% (ขึ้นอยู่กับแต่ละเทคนิคที่ใช้ในการสแกน) ทำให้เวลาที่ใช้ในการตรวจรวมลดลงอยู่ที่ 25-35% ทำให้ผู้ป่วยลดระยะเวลาในการต้องอยู่ในอุโมงค์ให้น้อยลง นอกจากนี้ ยังมาพร้อมเทคโนโลยี ComforTone ที่ช่วยลดเสียงรบกวนได้ถึง 35-50% (ขึ้นอยู่กับแต่ละเทคนิคที่ใช้ในการสแกน) ลดความกังวลให้ผู้ป่วยขณะนอนสแกนอยู่ในอุโมงค์ MRI รุ่น Ingenia Ambition ยังเพิ่มขนาดอุโมงค์ให้กว้างขึ้นกว่าเดิม พร้อมดีไซน์แบบเปิดโล่ง ช่วยลดความอึดอัดของผู้ป่วยขณะเข้าตรวจด้วยเครื่อง MRI และเตียงเมมโมรี่ โฟม(Memory Foam) ที่รองรับสรีระผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง ทำให้นอนสบายหากต้องนอนเป็นเวลานาน
นอกจากนี้ นับเป็นเครื่องแรกของโลกที่ลดการใช้ฮีเลียมจาก 1,500 ลิตร เหลือเพียง7 ลิตร ปกติ MRI เป็นนวัตกรรมที่จำเป็นต้องใช้ฮีเลียมเป็นส่วนสำคัญในการเดินเครื่อง และเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ใช้ฮีเลียมถึง 20% ของโลกในขณะที่ฮีเลียมเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัดและหายาก เคยมีการขาดแคลนอย่างหนักในช่วงหนึ่งจนดิสนีย์แลนด์ในกรุงโตเกียวถึงกับต้องระงับการขายลูกโป่งบรรจุก๊าซฮีเลียม ดังนั้น ฟิลิปส์ จึงได้มีการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนสามารถลดการใช้ฮีเลียมจาก 1,500 ลิตร เหลือเพียง 7 ลิตรด้วยเทคโนโลยีสนามแม่เหล็ก BlueSeal ในเครื่อง MRI รุ่นใหม่ล่าสุด อย่าง Ingenia Ambition1.5Tesla
และนับเป็นที่แรกในไทย ที่ได้ติดตั้งเครื่องMRI ใหม่ล่าสุด ควบคู่กับระบบเอ็นเตอร์เทนเมนท์ที่ใช้แสดงภาพและเสียง เพื่อให้ผู้ป่วยได้ผ่อนคลายและลดความกังวลขณะตรวจได้ โดยผู้ป่วยสามารถนำเพลงโปรด หรือภาพยนตร์ที่ชื่นชอบมาเปิดดูได้ โดยการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของผู้ป่วยเอง
“เนื่องจากโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิทเราให้ความสำคัญกับการตรวจและดูแลรักษาผู้ป่วย ด้วยบริการและมาตรฐานที่ดีที่สุด เราจึงให้ความสำคัญกับการลงทุนในเทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการผู้ป่วยได้เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยคลายความกังวลเวลาตรวจได้” นายแพทย์ภาวัตกล่าวสรุป