รายงานพิเศษ : คนรุ่นใหม่ทำเกษตร…ใช้บัญชีนำทาง ช่วยวิเคราะห์-วางแผนการผลิต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/518294

รายงานพิเศษ : คนรุ่นใหม่ทำเกษตร...ใช้บัญชีนำทาง  ช่วยวิเคราะห์-วางแผนการผลิต

รายงานพิเศษ : คนรุ่นใหม่ทำเกษตร…ใช้บัญชีนำทาง ช่วยวิเคราะห์-วางแผนการผลิต

วันอังคาร ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เกษตรกรวัย 35 ปี จากจังหวัดสิงห์บุรี ผันตัวจากพนักงานโรงงานสู่อาชีพเกษตรกร โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ทำเกษตรผสมผสาน และปลูกฝรั่งปลอดสารพิษ พร้อมนำข้อมูลทางบัญชีมาคิดวิเคราะห์และช่วยในการวางแผนการผลิต จนประสบความสำเร็จ ผลผลิตขายดีเป็นที่ต้องการของตลาดและยังสามารถกำหนดราคาได้เอง

นายชยุตม์ โตสำราญ ครูบัญชีอาสาจากจังหวัดสิงห์บุรี และเป็นเกษตรกรดีเด่นสาขาบัญชีฟาร์ม ระดับจังหวัดประจำปี 2563 เปิดเผยว่าก่อนหน้าที่จะมาทำการเกษตรผสมผสาน เคยทำงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมนวนคร ประมาณ 5-6 ปี จึงลาออกมา เพราะมองว่าการเป็นลูกจ้างก็เพียงทำงานให้เจ้าของกิจการรวย แต่เราเองมีเงินเดือนเท่าเดิมแค่พออยู่พอกินเท่านั้น ไม่มีเงินเก็บเงินออม อีกทั้งต้องการกลับมาดูแลแม่ที่สุขภาพไม่ดี จึงตัดสินใจกลับบ้านและเลือกที่จะเป็นนายของตัวเอง ด้วยการทำเกษตรผสมผสาน โดยน้อมนำแนวทางที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้ ซึ่งเมื่อค้นคว้าหาข้อมูลเรื่องการทำเกษตรทฤษฎีใหม่แบบยั่งยืน ทำให้ได้หลักการที่ว่าหากทำการเกษตรแบบพืชผสมผสานปลูกทั้งพืชอายุสั้นและพืชอายุยืนผสมผสานสลับกัน ก็จะมีผลผลิตบริโภคและจำหน่ายได้ตลอดทั้งปีเมื่อคิดได้ดังนั้นก็ตัดสินใจลงมือทำทันที ด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำเกษตรแบบปลอดสารพิษเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยทั้งตัวเราเองและผู้บริโภค เริ่มต้นจากปรับพื้นที่จำนวน 3 งาน ปลูกฝรั่ง เพราะเห็นคุณยายข้างบ้านปลูกฝรั่งแล้วมานั่งขายกิโลกรัมละ 10 บาท เพียงแค่ช่วงเช้าคุณยายก็ได้เงินกลับไปหลายร้อยบาท จึงมีความคิดว่า หากเราจะปลูกบ้างก็ต้องขายได้เช่นกันแต่จะปลูกคนละสายพันธุ์กับคุณยายเพื่อที่จะได้ไม่แย่งตลาดกันซึ่งคุณยายปลูกพันธุ์แป้นสีทอง ตนจึงหาฝรั่งพันธุ์กิมจูมาทดลองปลูก 50 ต้น แต่เนื่องจากต้องใช้เวลา 7-8 เดือนจึงจะเริ่มเก็บผลผลิตได้ ระหว่างนั้น ก็ปรับพื้นที่ระหว่างต้นฝรั่งทำแปลงปลูกผักปลอดสารพิษ เพื่อจำหน่ายสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง

แต่การปลูกฝรั่งใน 2 ปีแรก ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ผลผลิตที่ได้น้อยมากเฉลี่ยไม่ถึง 20 กิโลกรัม เพราะยังขาดประสบการณ์และความรู้ด้านการจัดการต่างๆ ที่ถูกต้อง แต่ก็ไม่ได้ละความพยายาม ตัดสินใจเข้าหาแหล่งความรู้ทั้งหาหนังสือมาอ่านและขอคำแนะนำจากทางสำนักงานเกษตรอำเภอค่อยๆ เรียนรู้จนกระทั่งได้ผลผลิตฝรั่งกิมจูเพิ่มมากขึ้นและมีรสชาติดี โดยชูจุดขายการเป็นฝรั่งปลอดสารพิษปรากฏว่าช่วงแรกยังขายไม่ดีนัก เพราะลูกค้ายังไม่รู้ว่าฝรั่งที่ปลอดสารพิษกับไม่ปลอดสารพิษแตกต่างกันอย่างไร จึงนำผลผลิตมาให้ลูกค้าชิมบ่อยๆ จนลูกค้าเริ่มติดใจและขายดีขึ้นตามลำดับ ราคาขายฝรั่งก็เพิ่มขึ้นจากเคยขายได้กิโลกรัมละ 10 บาท ก็เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 20 บาท และเพิ่มขึ้นมาตามลำดับจนปัจจุบันกิโลกรัมละ30-50 บาท โดยช่องทางการตลาดในปัจจุบันมีร้านจำหน่ายผลผลิตอยู่ในศูนย์การค้าท็อปส์ สาขาสิงห์บุรี ชื่อร้านกลุ่มผักดี๊ดี ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของสมาชิกที่ทำเกษตรปลอดสารพิษ นำผลผลิตของตัวเองมาจำหน่าย และส่วนหนึ่งจำหน่ายผ่านเพจชยุตม์ฟาร์ม ซึ่งได้ผลตอบรับเป็นอย่างดีทั้ง 2 ช่องทาง จึงขยายพื้นที่ปลูกฝรั่งเพิ่มเป็น 2 ไร่ครึ่ง จำนวน 200 กว่าต้น พร้อมกับปลูกพืชผสมผสานอื่นๆ เพิ่ม เช่น กล้วยหอม มะละกอผักสลัด ผักปลอดสารพิษ โดยผลผลิตจากสวนได้รับการรับรองมาตรฐานGAP มาตรฐานออแกนิกส์ไทยแลนด์จากหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบยิ่งตอกย้ำคุณภาพของผลผลิตจากสวน สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค

นายชยุตม์ บอกว่า ปัจจัยแห่งความสำเร็จเหล่านี้ เกิดจากการวางแผนที่ดีโดยการนำข้อมูลทางบัญชีมาคิดวิเคราะห์ตั้งแต่เริ่มทำการเกษตรในปีแรกๆ โดยได้เข้าไปขอคำแนะนำความรู้ด้านต่างๆ ในการทำเกษตรจากทุกหน่ายงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อนำองค์ความรู้มาพัฒนา แก้ไขปัญหาและหาวิธีลดต้นทุนการผลิตซึ่งรวมถึงสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์สิงห์บุรี กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ที่ได้เข้าไปขอรับคำแนะนำในการจดบันทึกบัญชีครัวเรือนและบัญชีต้นทุนอาชีพ เมื่อลงมือจดบันทึก จึงทำให้เรารู้ต้นทุนการผลิตในทุกๆ กิจกรรมที่ทำ ทั้งค่าแรงค่าปัจจัยการผลิต ค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าขนส่ง เป็นต้น และเมื่อเรารู้ต้นทุนที่แท้จริงเหล่านี้ก็จะทำให้เราสามารถกำหนดราคาผลผลิตได้เองหรือสามารถต่อรองกับพ่อค้าได้

การจดบันทึกทางบัญชีนอกจากจะช่วยให้รับรู้ รายรับ รายจ่ายแล้วจะช่วยให้เรามีระเบียบวินัยในการวางแผนการใช้จ่ายที่เหมาะสม ทั้งในส่วนของการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิต นอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลของการผลิต ว่าเราผลิตได้เท่าไหร่ ส่งจำหน่ายที่ไหนบ้าง มีสต๊อกสินค้าเท่าไหร่ มีการตีกลับสินค้าหรือไม่ เพราะเหตุใด สินค้าประเภทใดควรผลิตเมื่อไหร่เพื่อให้เป็นที่ต้องการของตลาดและจะขายได้ราคาดีในช่วงใดเป็นต้น และจากการให้ความสำคัญกับการทำบัญชีครัวเรือนและบัญชีต้นทุนอาชีพมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์สิงห์บุรีเป็นพี่เลี้ยง จึงได้รับคัดเลือกให้เป็นครูบัญชีอาสาเมื่อปี 2560 และในปี 2563 ได้รับคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่นสาขาบัญชีฟาร์ม ระดับจังหวัดอีกด้วย ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจที่ได้รับโอกาสในครั้งนี้และพร้อมที่จะทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ทางบัญชีให้กับเกษตรกรหรือผู้สนใจทั่วประเทศ

“เรื่องของบัญชีครัวเรือนและบัญชีต้นทุนอาชีพ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หากเราจดบันทึกเป็นประจำจะทำให้เรารู้ตัวตนที่แท้จริงว่ามีรายรับ รายจ่ายเท่าไหร่ จากทางไหนบ้าง โดยเฉพาะหากเรารู้ต้นทุนในการผลิตสินค้า เราก็จะกำหนดราคาสินค้าได้เอง เมื่อมีการต่อรองจากพ่อค้าเราก็จะรู้ราคาในระดับที่เราสามารถรับได้ ซึ่งจะช่วยให้เราไม่ขาดทุนและมีกำไรเพิ่มขึ้น”นายชยุตม์กล่าว

Leave a comment