#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/520756

ร่วมส่งต่อการ‘ให้’ในวันหัวใจโลก กับ‘มูลนิธิรามาธิบดีฯ’
วันศุกร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.
29 กันยายน ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็นวันหัวใจโลก โดยสมาพันธ์หัวใจโลกเพื่อรณรงค์ให้ผู้คนทั่วโลกตระหนักถึงอันตรายของโรคหัวใจและหลอดเลือดเพราะจากสถิติล่าสุดขององค์การอนามัยโลกพบว่ามีตัวเลขผู้เสียชีวิตสูงถึง 17.9ล้านรายต่อปี เป็นอันดับหนึ่งสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรโลก ขณะที่ประเทศไทยเอง พบว่ามีอัตราตัวเลขการเสียชีวิตสูงกว่า 20,000 รายต่อปี หรือในทุกๆ หนึ่งชั่วโมงจะมีผู้เสียชีวิต 2 คน มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะองค์กรการกุศลผู้เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญในการสนับสนุนงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่อยู่เคียงข้างคนไทยมาอย่างยาวนาน พร้อมเชิญชวนคนไทยทุกคนเป็นส่วนหนึ่งในการ “ให้…(กำลัง)ใจ”กันและกันในวันหัวใจโลกปีนี้
“โรคหัวใจ” เป็นคำจำกัดความที่ครอบคลุมถึงหลายภาวะและมีหลายชนิด ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อาทิโรคหัวใจขาดเลือดโรคลิ้นหัวใจผิดปกติโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เป็นต้น ซึ่งโรคหัวใจและหลอดเลือดเหล่านี้ มักมีความสัมพันธ์กับสาเหตุของการเกิดอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง และอัมพฤกษ์ อัมพาต อย่างภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว 5-6 เท่า หลอดเลือดสมองอุดตัน 2.5-3 เท่า และเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด 2-3 เท่า
.jpg)
อาจารย์ นพ.ธัชพงศ์ งามอุโฆษ
อาจารย์ นพ.ธัชพงศ์ งามอุโฆษ สาขาวิชาโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ หัวหน้างานศูนย์รักษาหัวใจ หลอดเลือด และเมแทบอลิซึม คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และประธานองค์กรนานาชาติด้านโรคไฟฟ้าหัวใจ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ปี 2020 หรือ APHRS ได้อธิบายถึงเรื่องนี้ว่า “หัวใจเต้นระริก หรือภาวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติของหัวใจห้องบนจะส่งผลให้เกิดลิ่มเลือด ซึ่งมีโอกาสที่จะหลุดออกจากหัวใจไปอุดกั้นหลอดเลือดสมอง นำมาซึ่งการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตหลายคนไม่รู้ว่าตัวเองมีอาการของโรคหัวใจเต้นระริก โรคประจำตัวบางชนิดหรือหลายพฤติกรรมเสี่ยงในชีวิตประจำก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหัวใจได้ อย่างผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ผู้ที่มีภาวะไทรอยด์เป็นพิษ โรคไตเรื้อรัง โรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น รวมถึงการสูบบุหรี่จัด ดื่มแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนมากเกินไป รับประทานอาหารที่มีไขมันและคอเรสเตอรอลสูงเป็นประจำ หรือแม้กระทั่งความเครียด เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดหัวใจเต้นระริกและเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้ ปัจจุบันภาวะหัวใจเต้นระริกสามารถรักษาได้ด้วยกันหลายวิธี แต่ทว่าผู้ป่วยส่วนมากมักไม่มีสัญญาณเตือนก่อน จึงมักจะมาพบแพทย์เมื่อช้าไป ดังนั้น ควรหมั่นสังเกตตนเองเช่น การเช็คชีพจรอย่างสม่ำเสมอ เป็นการตรวจตัวเองได้เบื้องต้น หรือการตรวจสุขภาพประจำปี ก็เป็นการป้องกันที่ดีที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้”
ดังนั้นเพื่อส่งเสริมให้คนไทยทุกคนหมั่นดูแลสุขภาพของตนเอง และเข้าถึงการรักษาอย่างทันท่วงที สำหรับผู้ที่ต้องการประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในเบื้องต้นสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Thai CV risk calculator บนระบบ iOs และ Andriod เพื่อให้ทราบถึงเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตหรือเจ็บป่วยจากโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน และโรคเส้นเลือดสมองตีบตันในระยะเวลา 10 ปีข้างหน้าได้ด้วยตนเอง
.jpg)
พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ
พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ กล่าวว่า “เนื่องในโอกาสวันหัวใจโลกปีนี้ มูลนิธิรามาธิบดีฯ นอกจากอยากให้ทุกคนดูแลรักษาสุขภาพกายใจของตนเองและคนรอบข้างให้แข็งแร็งแล้ว อยากขอเชิญชวนทุกคนในสังคมร่วมสืบสานวัฒนธรรมแห่งการให้และเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อ “กำลังใจ” หยิบยื่นพลังบวกให้กันและกันร่วมสร้างและส่งต่อกำลังใจนี้ไปยังผู้ป่วยยากไร้ที่กำลังเฝ้ารอความหวังในการรักษาที่ไม่เพียงจะมอบคุณค่าทางจิตใจอย่างมหาศาลให้ผู้รับ หากแต่ยังช่วยเติมเต็มความอบอุ่นในหัวใจของผู้ให้ทุกๆ ท่าน
อีกด้วยร่วมแบ่งปันความสุขที่ยิ่งใหญ่สุขในการเป็นผู้ให้ชีวิต ต่อลมหายใจของผู้ป่วยและสร้างความหวังในหัวใจของพวกเขาและครอบครัวด้วยกันนะคะ”
ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วม ให้… (กำลัง)ใจ เป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตผู้ป่วยยากไร้ผ่านการร่วมสมทบทุนกับมูลนิธิรามาธิบดีฯหรือสนับสนุนของที่ระลึกที่มีสัญลักษณ์หัวใจอินฟินิตี้ เส้นสายหัวใจสีแดงที่ต่อกันเป็นรูป “อินฟินิตี้” ที่ใช้สื่อถึงความหมายของ “คำว่า ไม่สิ้นสุด(infinity)” เพื่อเติมเต็มโอกาสและความหวังในการรักษาที่ดียิ่งขึ้นให้กับพี่น้องคนไทยทุกคนต่อไปดังปณิธานที่ว่า คำว่าให้…ไม่สิ้นสุด หรือสมทบทุนที่ ชื่อบัญชี มูลนิธิรามาธิบดี ธนาคารกสิกรไทย บัญชีกระแสรายวัน เลขที่ 879-2-00448-3, ธนาคารไทยพาณิชย์ บัญชีกระแสรายวัน เลขที่ 026-3-05216-3 และ ธนาคารกรุงเทพ บัญชีกระแสรายวัน เลขที่ 090-3-50015-5บริจาคออนไลน์ http://www.ramafoundation.or.th สอบถามโทร.02-2011111
