ยืนมติแบนสารพิษ พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส คณะกก.วัตถุอันตรายยัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/521587

ยืนมติแบนสารพิษ พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส คณะกก.วัตถุอันตรายยัน

ยืนมติแบนสารพิษ พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส คณะกก.วัตถุอันตรายยัน

วันอังคาร ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ยืนมติแบนสารพิษ พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส

คณะกก.วัตถุอันตรายยันศึกษาดีแล้ว/เป็นภัยกับคน

คณะกรรมการวัตถุอันตรายยันแบนพาราควอต-คลอร์ไพริฟอส ตามมติเดิม ไม่มีการผ่อนผันตามข้อเรียกร้องจากบางฝ่าย “สุริยะ” บอกศึกษาดีแล้ว เพราะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ในขณะที่ภาคเกษตร ครวญยังหาสารทดแทนไม่ได้ ปรับตัวใหม่เน้นเกษตรอินทรีย์มากขึ้น

เมื่อวันที่ 28 กันยายน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ครั้งที่ 3-2/2563 ว่า หลังจากมีประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2563 ซึ่งกำหนดให้พาราควอตและคลอร์ไพริฟอสเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ซึ่งห้ามมิให้มีการผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 เป็นต้นมา คณะกรรมการฯ ได้รับข้อมูลจากภาคส่วนต่างๆ พอสมควร ทั้งที่เป็นการรายงานผลการดำเนินการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และข้อเสนอจากบุคคลและกลุ่มองค์กรต่างๆ ที่ให้ขยายเวลาบังคับใช้กฎหมาย ให้คงมติคณะกรรมการฯ (ไม่ขยายเวลา) และขอให้ทบทวนมติที่ให้ยกเลิกการใช้พาราควอต รวมทั้งมีผู้ส่งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบและแนวทางลดผลกระทบมาให้คณะกรรมการพิจารณา

ทั้งนี้า ที่ประชุมจึงได้มีการลงมติยังไม่สมควรทบทวนการออกประกาศที่ให้ยกเลิกการใช้พาราควอตและคลอร์ไพริฟอส เนื่องจากประกาศเพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2563 โดยมีคณะกรรมการอยู่ในห้องประชุมจำนวน 24 คน จากคณะกรรมการทั้งหมด 27 คน มีผู้เห็นด้วยกับการทบทวนมติ จำนวน 4 คน และไม่เห็นด้วย จำนวน 20 คน

“เสียงส่วนใหญ่เห็นว่ายังไม่สมควรทบทวนการออกประกาศที่ให้ยกเลิกการใช้พาราควอตและคลอร์ไพริฟอส เนื่องจากประกาศเพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2563 รวมทั้งมีเหตุผลรองรับชัดเจนอยู่แล้วว่าว่าเป็นสารอันตรายมีผลเสียต่อสุขภาพ เห็นได้จากต่างประเทศที่ประกาศยกเลิกใช้สารนี้ในหลายประเทศแล้วเช่นกัน ”นายสุริยะกล่าว

ด้านนายอภัย สุทธิสังข์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตร กล่าวว่าเบื้องต้นยอมรับทางกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังไม่สามารถจัดหาสารทดแทนได้ แต่มีสารทางเลือกซึ่งต้นทุนสูงกว่า และกระบวนการทางเกษตรอินทรีย์ในการควบคุม/กำจัดวัชพืช แมลง/ศัตรูพืชให้ผลผลิตทางการเกษตรปลอดสารเคมีด้วย โดยกระทรวงเกษตรฯ จะร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์หามาตรการทางการตลาดด้านราคาพืชผลทางการเกษตรจะขายได้ราคาสูงขึ้นจูงใจให้เกษตรกรหันมาใช้กระบวนการเกษตรอินทรีย์มากขึ้น และเลิกใช้สารเคมีในที่สุด

“ปัจจุบันจะเห็นว่าเกษตรกรกลุ่มเครื่องจักรกลทางการเกษตรได้รวมกลุ่มกันรับจ้างไถพรวน ไถกลบต่างๆ แทนการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชและศัตรูพืชแล้ว และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นทางเลือกให้เกษตรกรมากขึ้น รวมถึงการรวมกลุ่มของเกษตรกรรายย่อยเพื่อทำเกษตรแปลงใหญ่ช่วยลดต้นทุน”นายอภัยกล่าว

Leave a comment