‘หน.พรรคกรีน’ชี้แก้ปัญหาภาคเกษตร ต้องจัดโครงสร้างกำไร’เกษตรกร-นายทุน’ใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/522278

'หน.พรรคกรีน'ชี้แก้ปัญหาภาคเกษตร ต้องจัดโครงสร้างกำไร'เกษตรกร-นายทุน'ใหม่

‘หน.พรรคกรีน’ชี้แก้ปัญหาภาคเกษตร ต้องจัดโครงสร้างกำไร’เกษตรกร-นายทุน’ใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 18.58 น.

‘หน.พรรคกรีน’ชี้แก้ปัญหาภาคเกษตรต้องจัดโครงสร้างกำไร‘เกษตรกร-นายทุน’ใหม่

1 ตุลาคม 2563 นายพงศา ชูแนม หัวหน้าพรรคกรีน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว ว่าด้วยโครงสร้างส่วนแบ่งผลกำไรจากสินค้าที่นายทุนได้มากกว่าเกษตรกรหลายเท่าตัว แต่เมื่อเกษตรกรมีปัญหากลับต้องไปนำเงินจากคนกลุ่มอื่นๆ ในสังคมมาชดเชยเยียวยา ซึ่งไม่เป็นธรรม แต่ก็น่าเสียดายเพราะที่ผ่านมาภาครัฐไม่กล้าแตะต้องนายทุน ดังนี้

#ข้าวสารที่ญี่ปุ่นกิโลละ250บาทขณะที่ข้าวเปลือกกิโลละ80สัดส่วน1ต่อ3มันบอกอะไร
……

“พงศาซัง!ก็ข้าวสารไม่ได้ทำจากเพชรนิลจินดามันทำจากข้าวเปลือกราคาจึงต้องสัมพันธ์กันในอัตรา1:3 หมายถึงราคาข้าวสารเป็น3เท่าของข้าวเปลือก”ผมแปลภาษาญี่ปุ่นเป็นไทยจากปากคำเพื่อนชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง
…..
ผมจึงเอามาจับกับปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรของไทย ที่เดินห่างจากวิธีการที่เรียกว่า”สมการราคา”เห็นได้ดังนี้
1).น้ำมันพืชเป็น15เท่าของปาล์มสด ทั้งที่ควรเป็นแค่8เท่าหรือ1:8 เพราะน้ำมันพืช1กก.มาจากปาล์มสด5.5กก.ตอนนี้ซื้อในราคา2.50บาท/กก.หมายถึงต้นทุนปาล์มสด11.25บาท+ค่าหีบอีก1.50บาทต่อ1กก.น้ำมัน รวมทุน12.75บาท แต่ขายขวดละ42บาท ฟาดกำไรไปเหนาะเกื อบ30บาทต่อกก.น้ำมัน 
…..
2).ข้าวเปลือกเหนียวซื้อราคาตันละ7000บาทเป็นสีข้าวสารได้650กก.ขายกก.ละ50บาทได้เงิน32,500บาทฟันกำไรไป25000บาท/ตัน  คิดเป็น1:4.6
…..
3).ไม้ยางพาราซื้อต้นละ500ส่งออกต้นละ18,000บาทมาหลายปี เป็น38เท่า
ฯลฯ
…..

คนที่ได้กำไรและทำให้ราคาตกต่ำคือพ่อค้า โรงงานแปรรูปผลผลิต อ้างปริมาณล้นตลาด ล้นสต็อก เป็นกลไกการตลาด แต่รัฐไปเอาเงินจากคนอาชีพอื่นมาชดเชยให้เกษตรกร โดยไม่แตะต้องพ่อค้านายทุนที่เป็นตัวปัญหาและกอบโกยเอาส่วนต่างไป 

นี่หรือมันสมองนักการเมือง นักวิชาการ ทหาร ที่อ้างว่ารักประชาชน
…..
ผมจึงหยิบแนวทางที่ประเทศพัฒนาแล้วจัดการราคาสินค้าเกษตรด้วยการใช้ความสัมพันธ์ระหว่างราคาต้นทุนกับราคาขาย และตั้งชื่อเรียกเสียใหม่ว่า “#สมการราคา”
….. เช่น
1).ราคาข้าวสารเป็น3เท่าของข้าวเปลือก
2).ราคาน้ำมันพืชปาล์มเป็น8เท่าของปาล์มสด
3).ราคาไบโอดีเซลเป็น6เท่าของปาล์สด
4).ราคาน้ำตาลทรายเป็น20เท่าของอ้อย
5).ราคาอาหารสัตว์เป็น7เท่าของมันสำปะหลัง
6).ราคากะทิเป็น1.5เท่าของราคาเนื้อมะพร้าวสด
7).ไม้ยางพาราส่งออกเป็น5เท่าของไม้ยางสด ฯลฯ

ซึ่งอยู่บนพื้นฐานความรับผิดชอบร่วมกันอยู่กันได้ตามสัดส่วนควรจะเป็น คือธรรมาภิบาลด้านการเกษตรและการค้า ไม่ใช่ให้พ่อค้านายทุนเป็นใหญ่แปลว่าคนที่กุมนโยบายคือพวกกลุ่มเดียวกัน…..

พงศา ชูแนม  หัวหน้าพรรคกรีน

Leave a comment