เคาะมาตรฐานทำประมงพื้นบ้านยั่งยืน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/522801

เคาะมาตรฐานทำประมงพื้นบ้านยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงออกประกาศใช้มาตรฐานทำการประมงพื้นบ้านอย่างยั่งยืนและการแปรรูปสินค้าประมงพื้นบ้าน พ.ศ.2563 ซึ่งมาตรฐานนี้ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการจับสัตว์น้ำ การดูแลสัตว์น้ำหลังจับและแปรรูป เพื่อยกระดับวิถีและสินค้าประมงพื้นบ้านของไทยมีมาตรฐานอาหารปลอดภัยและรับผิดชอบต่อสังคมก่อให้เกิดความยั่งยืนของทรัพยากรประมง

สำหรับชาวประมงพื้นบ้านที่ประสงค์จะยื่นขอใบรับรองมาตรฐานการทำการประมงพื้นบ้านอย่างยั่งยืนและการแปรรูปสินค้าประมงพื้นบ้าน พ.ศ.2563 ต้องมีคุณสมบัติ คือ 1.ต้องเป็นสมาชิกองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำการประมง(ทบ.3) และเป็นเรือประมงที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย 2.การขอใบรับรองมาตรฐานการแปรรูปสินค้าประมงพื้นบ้าน ต้องได้รับการจดทะเบียนเป็นองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นด้านแปรรูปหรือเป็นสมาชิกองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น หรือได้รับการจดทะเบียนผู้ประกอบการด้านการประมง (ทบ.2) โดยใบรับรองดังกล่าว มีอายุ 2 ปี นับแต่วันออกใบรับรอง ซึ่งเมื่อผู้ประกอบการได้รับใบรับรองฯไปแล้วต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของระเบียบ และรักษาให้เป็นไปตามมาตรฐานตลอดอายุใบรับรองซึ่งกรมประมงจะตรวจประเมินปีละ 1 ครั้ง หากตรวจพบไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือมาตรฐานที่กำหนด หรือยินยอมให้ผู้อื่นนำใบรับรองดังกล่าวไปแอบอ้าง หรือกระทำการใดๆที่ไม่สุจริต จะถือว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติผู้มีสิทธิขอใบรับรอง โดยผู้ที่จะยื่นความประสงค์ขอใบรับรองฯ สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร สำนักงานประมงอำเภอ สำนักงานประมงจังหวัดชายทะเลในเขตพื้นที่

ทั้งนี้ ก่อนออกระเบียบว่าด้วยการขอและการออกใบรับรองมาตรฐานการทำประมงพื้นบ้านยั่งยืน และการแปรรูปสินค้าประมงพื้นบ้าน พ.ศ.2563 กรมประมงจัดให้รับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องผ่านระบบเอกสารแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาพบว่ามีเสียงตอบรับจากกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านในเชิงบวก เนื่องจากระเบียบดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดมาตรฐานผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำชาวประมงพื้นบ้านหรือมาตรฐานบลูแบรนด์ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ชาวประมงพื้นบ้านพัฒนาขึ้นมาเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่า สินค้าของพวกเขามาจากการทำประมงแบบยั่งยืนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ใช้เครื่องมือประมงทำลายล้าง และผู้บริโภคไม่ต้องเสี่ยงกับสารเคมี ดังนั้น จึงแสดงให้เห็นว่า แนวทางหน่วยงานภาครัฐ กับแนวคิดของชุมชนชาวประมงพื้นบ้านที่ปัจจุบันมีอยู่จำนวนกว่า 629 ชุมชน สอดประสานเป็นอย่างดีและเชื่อมั่นว่าในอนาคตมาตรฐานการทำประมงพื้นบ้านและมาตรฐานผลิตภัณฑ์จากการทำประมงพื้นบ้านของไทย จะสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

Leave a comment