#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/526175

‘ฉันทานนท์’ย้ำสศก.ขับเคลื่อน5ภารกิจ ลุยทำหน้าที่‘เนวิเกเตอร์เศรษฐกิจการเกษตร’
วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)กล่าวว่า สศก.ในฐานะองค์กรชี้นำการพัฒนาภาคเกษตรและศูนย์กลางสารสนเทศการเกษตรแห่งชาติ ภายในปี 2565 จำเป็นที่จะต้องก้าวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทุกมิติและด้วยบทบาทภารกิจสำคัญยิ่ง ที่รับผิดชอบเป็นหน่วยงานจัดทำ Big Data ด้านการเกษตรของประเทศ จึงต้องพร้อมทั้งสมรรถนะและศักยภาพบุคลากร เพื่อให้องค์กรเติบโตสู่ Digital Transformation ในยุค New Normal ต้องก้าวให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะภาคเกษตรที่ต้องเผชิญกับความท้าทาย ทั้งด้านภัยพิบัติธรรมชาติ โรคระบาดคนและสัตว์ ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างประเทศ เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีนวัตกรรม
การดำเนินงานของ สศก. ต้องเน้นนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เหมาะสม มาประยุกต์ในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และในฐานะองค์กรชี้นำการพัฒนาภาคเกษตรและศูนย์กลางสารสนเทศการเกษตรแห่งชาติ จึงทำหน้าที่เปรียบเสมือนผู้นำทาง หรือ “เนวิเกเตอร์เศรษฐกิจการเกษตร” เพื่อชี้แนะข้อมูล ทิศทางแนวโน้มภาคเกษตร ให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเกษตรกรสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง
สำหรับนโยบายการปฏิบัติงานที่นายฉันทานนท์ ได้วางแนวทางไว้ให้กับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ในโอกาสเข้าดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สศก.คือ การมุ่งเน้นให้สศก.ขับเคลื่อนงานทั้งด้านข้อมูล วิจัย นโยบาย ประเมินผล และด้านบริหารอย่างครอบคลุม โดยต้องเป็นหน่วยงานที่พัฒนา เตรียมพร้อม และสามารถรับมือต่อทุกสถานการณ์ตลอดเวลา เพื่อทำหน้าที่เป็นเนวิเกเตอร์เศรษฐกิจการเกษตรให้แก่ประเทศด้วยความรวดเร็ว แม่นยำทั้งภารกิจ 5 ด้านคือ 1.พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศให้รวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำ นำไปใช้ในการวิเคราะห์ วิจัย จัดทำนโยบายได้อย่างตรงประเด็น ซึ่งการจัดทำ Big data ต้องพัฒนาไปสู่ ระบบการประมวลผลที่มีการวิเคราะห์เชิงลึก (Artificial Intelligence: AI) ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย เข้าใจง่าย และนำไปใช้ประโยชน์ได้ 2.ด้านวิจัย ใช้ประโยชน์ได้ มีผลกระทบต่อคนในวงกว้าง สนองต่อเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาได้อย่างชัดเจน
3.จัดทำและเสนอนโยบายที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน สนองต่อความต้องการและนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง 4.ประเมินผลตามข้อเท็จจริง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ และยั่งยืน และ 5.จัดทำและเผยแพร่ข้อมูลสะท้อนความเป็นจริงให้ทุกภาคส่วนรับรู้ พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขและพัฒนาอย่างชัดเจนและปฏิบัติได้จริง มีการทำงานรวดเร็ว แม่นยำ มีประสิทธิภาพ มีความเป็นทีม ทั้งภายในและภายนอก สศก. ที่สำคัญคือต้องพัฒนาบุคลากรให้มีองค์ความรู้ มีความเชี่ยวชาญ เป็นมืออาชีพ สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ตลอดจนพัฒนาและเพิ่มศักยภาพของสศท. 1-12 ให้สามารถทำงานแทนส่วนกลางได้ และไม่ลืมในด้านคุณธรรม จริยธรรม เพื่อมุ่งสร้างธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นในองค์กร