#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/501216

‘ครูตั้น’พร้อมทำโรงเรียนคุณภาพ ปลอด’ยาเสพติด-ล่วงละเมิดทางเพศ’
วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 13.48 น.
“ครูตั้น”พร้อมทำโรงเรียนคุณภาพมาตรฐาน ปลอดยาเสพติด-การถูกล่วงละเมิดทางเพศ มีคุณธรรมจริยธรรม ไม่ต้องแข่งขัน แต่ประเมินคุณภาพที่มีการพัฒนาขึ้นในแต่ละปี
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2563 ที่ห้องประชุมวชิราวุธ กระทรวงศึกษาธิการ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามการดำเนินงานของโรงเรียนในโครงการต่างๆ ที่มีส่วนอื่นๆ และภาคเอชนเข้ามาสนับสนุนโครงการและที่รัฐบาลสนับสนุนงบลงไป เช่น โรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) โรงเรียนประชารัฐ (CONNEXT ED) หรือโรงเรียนดีประจำตำบล เพื่อพิจรณาถึงความเชื่อมโยงกันระหว่างโรงเรียนต่างๆที่อยู่ในโครงการเหล่านี้ ว่าจะสามารถสร้างเป็นมาตรฐานในการทำเป็นโรงเรียนคุณภาพในอนาคตได้อย่างไร และจะทำให้มีปริมาณมากขึ้นอย่างไรบนข้อจำกัดของเรื่องงบประมาณและมาตรฐานต่างๆ แต่เป้าหมายคือทำโรงเรียนเหล่านี้ให้มีคุณภาพมาตรฐานและมีความเหมาะสมในการเป็นโรงเรียนที่ปลอดยาเสพติด มีการป้องกันการถูกล่วงละเมิดทางเพศ มีคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งมีมาตรฐานโดยที่ไม่ต้องแข่งขันและประเมินคุณภาพที่มีการพัฒนาขึ้นในแต่ละปี และลดงานเอกสารของคุณครู เพื่อให้คุณครูมีเวลามากขึ้นกับการเรียนการสอนของนักเรียน และมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการมุ่งเข้าแนวทางพัฒนาไปสู่บริบทต่างๆ ที่โรงเรียนวางเป้าหมายไว้
“วันนี้เป็นการพูดคุยกันภายในองค์กร ศธ.ก่อน ครั้งต่อไปจะหารือกับภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุน ถึงแนวทางที่กระทรวงศึกษาฯพร้อมจะปรับเรื่องของความยืดหยุ่นในโครงสร้างต่างๆ ความก้าวหน้าของครูและผู้บริหารโรงเรียนจะต้องเห็นความชัดเจนว่าหากมาโปรแกรมนี้แล้วเป้าหมายในอนาคตคืออะไร จะได้มุ่งมั่นทำให้โรงเรียนเจริญก้าวหน้าไปในทิศทางที่วางไว้ และมีความต่อเนื่องซึ่งตรงนี้มีความสำคัญ และทางภาคเอกชน ก็ต้องการความยืดหยุ่น และบางอย่างมีความเข้าใจยังไม่ตรงกันซึ่งทำให้ภาคเอกชนยังมีความกังวลอยู่ ส่วนกลางก็ต้องจัดบุคลากรเข้าไปทำให้เขาใจเพื่อให้เห็นในแนวทางเดียวกัน เพราะบางทีผู้บริหารอาจจะมองในเรื่องการสนับสนุนที่จะทำให้โรงเรียนมีการพัฒนาในบริบทที่ไม่ตรงกับที่ภาคเอกชนมองอีกแบบหนึ่ง ดังนั้น ศธ.จะต้องทำตรงนี้ให้มีเชื่อมโยงกับความสนใจของภาคเอกชน และหากมีความเข้าใจตรงกันแล้วก็น่าจะเป็นผลดีในการทำงานร่วมกันในทุกภาคส่วน ซึ่งขณะนี้มีภาคเอกชนที่อยากจะเข้ามาร่วมกันพัฒนาโรงเรียน แต่ ศธ.มีแนวทางที่จะรวมโปรแกรม หรือหลักสูตรของโรงเรียนต่างๆนี้เข้าสู่แนวทางเดียวกันเพื่อให้ง่ายต่อการขับเคลื่อนการศึกษา”