กศน.กับปณิธานที่ได้จัดตั้งขึ้น เรื่องที่ผู้บริหารประเทศควรให้ความเหลือบแลให้มากกว่านี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/504056

กศน.กับปณิธานที่ได้จัดตั้งขึ้น  เรื่องที่ผู้บริหารประเทศควรให้ความเหลือบแลให้มากกว่านี้

กศน.กับปณิธานที่ได้จัดตั้งขึ้น เรื่องที่ผู้บริหารประเทศควรให้ความเหลือบแลให้มากกว่านี้

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย หรือ กศน.ก่อตั้งมาตั้งแต่ วันที่ 4 มีนาคม 2551 เป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยในประเทศไทย  ซึ่งว่าไปแล้วถือว่าเป็นหน่วยงานราชการที่เอื้อประโยชน์ต่อประชาชนคนไทยในด้านการศึกษา โดยเฉพาะกับพลเมืองประเภทด้อยโอกาส และเป็นพลเมืองระดับรากหญ้าที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการที่จะแสวงหาความรู้เพื่อสร้างอนาคตให้กับตนเองเฉกเช่นคนระดับมั่งมีศรีสุข

แต่ดูเหมือนว่า “สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย” จะได้รับความเอาใจใส่จากผู้บริหารประเทศน้อยมาก เมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่นๆ ในกระทรวงเดียวกัน

ด้วยเหตุนี้เอง หน้าที่อันหนักอึ้งที่จะพา นโยบายให้เป็นไปตามความวาดหวังที่ตั้งขึ้นจึงต้องอยู่ที่ตัวของตัวเอง สมกับพุทธพจน์ที่ว่า “ตนต้องพึ่งตนเอง”นั่นแล

เมื่อวันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2563 เวลา 13.00 น. ผมได้ไปเห็น กศน.ตำบลข้าวปุ้นร่วมกับงานห้องสมุดประชาชนอำเภอกุดข้าวปุ้น จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านบ้านหนังสือชุมชน เห็นแล้วบอกตรงๆ ว่า ในความมืดถึงอย่างไรก็ยังมีแสงสว่างแทรกอยู่บ้าง เมื่อพบว่า กศน.แห่งบ้านข้าวปุ้นได้ร่วมด้วยช่วยกันตามมีตามกำลังของตัวเอง ในการส่งเสริมประชาชนคนไทยในด้านการศึกษาให้พวกเขาที่ด้อยทั้งด้านเศรษฐกิจและด้านความพร้อมทางโอกาสในการที่จะแสวงหาความรู้ได้มีเหมือนกับผู้มีโอกาสดีๆ ทั้งหลาย

งานเปิดห้องสมุด หรือน่าจะเรียกว่า เปิดสถานที่แสวงหาความรู้ของประชาชนในตำบลข้าวปุ้น วันนั้น ผมได้ประจักษ์ว่า คำกล่าวที่บอกว่า คนไทยไม่ชอบอ่านหนังสือนั้น เป็นคำแก้ตัวของผู้บริหารประเทศที่ไม่สามารถส่งเสริมให้คนไทยมีโอกาสในการอ่านหนังสือมากกว่า “คนไทยไม่ชอบอ่านหนังสือ” เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของผม คือ ความจริงที่ได้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ทุกเพศวัย ล้วนแต่มีความสุขในการที่ได้อ่านหนังสือกันทั้งนั้น แม้แต่เด็กเล็กๆ หรือผู้ใหญ่บางคนที่อ่านหนังสือไม่ออกก็ยังมาร่วมแสดงความตื่นตัวในการหยิบจับหนังสือมาเปิด แม้จะไม่ได้อ่านก็ขอให้ได้ดูภาพก็ยังมีความสุขแล้วเลยอดไม่ได้ที่ผมต้องหันไปบอกอาจารย์ท่านหนึ่งใน กศน.ว่า “คนที่เขาอ่านหนังสือไม่ได้นั่นแหละครับคือหน้าที่ของ ครูกศน.ที่จะเป็นเทพผู้หยิบยื่นโอกาส (เสก) สร้างให้เขาอ่านหนังสือได้และมีความแตกฉานในการอ่านและเขียนภาษาไทย”

ยิ่งโดยเฉพาะในช่วงนี้ กำลังเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 19 และเมื่อ กศน.นำหนังสือที่เกี่ยวกับการให้ความรู้และวิธีดำรงชีวิตเรื่องไวรัสโคโรนา โควิด-19มาให้พวกเขาอ่าน ดูเหมือนประกายตาของพวกเขายิ่งเกิดความหวังมากยิ่งขึ้น และนี่คือ วันหนึ่งอันดีงามของ คนตำบลข้าวปุ้นอำเภอกุดข้าวปุ้น จ.อุบลราชธานี ที่ได้พบกับโอกาสใหม่ที่ กศน.หยิบยื่นให้กับพวกเขา ณ บ้านหนังสือชุมชนบ้านวังนอง อำเภอกุดข้าวปุ้น โดยมีหนังสือใหม่ๆ หมุนเวียนเข้ามาให้ชาวบ้านอ่านอยู่ตลอดเวลาเพื่อลบคำปรามาสจากผู้บริหารประเทศว่าคนไทยไม่ชอบอ่านหนังสือ

Leave a comment