#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/528145

อ้วนลงพุง อาจไม่ใช่ไขมัน แต่เป็นเนื้องอกมดลูก
วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
สาวๆ เคยสังเกตร่างกายตัวเองหรือไม่ ว่าบริเวณท้องน้อยที่ป่องออกมานั้น คือไขมันที่สะสมจนกลายเป็นพุงน้อยๆ หรือความจริงแล้วมันคือก้อนเนื้องอกที่ฝังตัวอยู่ในมดลูกกันแน่
แพทย์หญิงจุฑาธิป พูนศรัทธา สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวชโรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า ในปัจจุบัน มีผู้หญิงจำนวนมากไม่รู้ตัวว่ามีเนื้องอกมดลูกซ่อนอยู่ภายในร่างกาย เนื่องจากการมีเนื้องอกมดลูกนั้นอาจไม่มีอาการผิดปกติ เช่น ประจำเดือนมามากมานาน ปวดประจำเดือน ปัสสาวะบ่อย หรือท้องผูก หลายครั้งเราจึงตรวจพบเนื้องอกมดลูกได้จากการตรวจสุขภาพประจำปี
ผู้ป่วยจำนวนหนึ่ง มาพบแพทย์เนื่องจากคลำได้ก้อนบริเวณท้องน้อย แต่ช่วงแรกมักไม่ได้มาหาหมอ เพราะคิดว่าท้องโตขึ้นจากการอ้วนลงพุง เมื่อคลำได้ก้อนใหญ่ขึ้นๆ จึงมาพบแพทย์เมื่อเนื้องอกมีขนาดโตขึ้นมากแล้ว
เราสามารถแยกความแตกต่างระหว่างอ้วนลงพุงกับเนื้องอกมดลูกได้คร่าวๆ โดยการคลำและกดบริเวณท้องน้อย หากเป็นการอ้วนลงพุงจะมีลักษณะนิ่มๆ ของชั้นไขมัน แต่หากเป็นเนื้องอกมดลูก จะกดแล้วแข็งคล้ายผลส้ม เมื่อเนื้องอกมดลูกใหญ่ขึ้น ก็จะคลำได้ก้อนโตขึ้น จากบริเวณหัวหน่าวและสามารถใหญ่ได้จนเท่าคนท้องใกล้คลอดเลยทีเดียว
ทั้งนี้ ขนาดของเนื้องอกมดลูกที่ใหญ่ขึ้นยังส่งผลต่อการรักษาที่ยากขึ้น เนื่องจาก
1.เนื้องอกมดลูกที่ขนาดใหญ่ มีโอกาสไปเบียดติดกับอวัยวะข้างเคียงจนทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น หากไปเบียดกระเพาะปัสสาวะจะทำให้ปัสสาวะบ่อย หรือกลั้นปัสสาวะได้น้อยลง หากไปกดเบียดลำไส้จะทำให้มีอาการท้องผูกเรื้อรัง ในการผ่าตัดรักษาเนื้องอกขนาดใหญ่ จึงมีโอกาสเกิดการบาดเจ็บต่ออวัยวะข้างเคียงมดลูกได้มากขึ้น
2.เมื่อก้อนเนื้องอกมดลูกใหญ่ขึ้น ก็ยิ่งมีเส้นเลือดมาเลี้ยงเยอะ จึงมีโอกาสเสียเลือดจากการผ่าตัดได้มากขึ้น
3.การผ่าตัดเนื้องอกมดลูกที่มีขนาดใหญ่ ใช้เวลาในการผ่าตัดนานกว่า มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนมากกว่าการผ่าตัดเนื้องอกมดลูกที่มีขนาดเล็ก
สำหรับแนวทางการรักษาเนื้องอกมดลูกนั้น คุณหมอเผยว่า จะดูที่อาการเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นอาการประจำเดือนผิดปกติ หรืออาการที่เกิดจากเนื้องอกไปเบียดอวัยวะข้างเคียง รวมถึงการใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วของขนาดเนื้องอกมดลูก แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัด สามารถผ่าตัดเอาแต่ก้อนเนื้องอกออก ไปจนถึงการผ่าตัดนำมดลูกออกพร้อมเนื้องอก
เทคนิคในการผ่าตัดนั้น การผ่าตัดส่องกล้องเป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยแพทย์จะเปิดแผลขนาดเล็ก 0.5 ซม.ประมาณ 3แผล บริเวณหน้าท้อง แล้วจึงใช้กล้องและเครื่องมือเข้าไปทำการผ่าตัด เมื่อแผลมีขนาดเล็ก จึงเจ็บแผลน้อยกว่าการผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบเก่า ใช้เวลาในการพักฟื้นน้อยกว่า และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจุบันยังมี “การผ่าตัดส่องกล้องแบบไร้แผล” (เรียกชื่อย่อในทางการแพทย์ว่าเทคนิค NOTES) แพทย์จะทำการผ่าตัดส่องเข้าทางรูปเปิดตามธรรมชาติของร่างกาย ทำให้ไม่มีแผลที่หน้าท้อง การเจ็บแผลจึงน้อยลงไปยิ่งขึ้น ทั้งยังไม่เกิดรอยแผลเป็นในภายหลังด้วย
“ผู้ป่วยที่มารักษา มีจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีอาการของเนื้องอก แต่จะมาพบโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพและตรวจภายในประจำปีเพราะฉะนั้นการตรวจสุขภาพและการตรวจภายในอย่างสม่ำเสมอ เป็นเรื่องที่ผู้หญิงต้องให้ความสำคัญเพราะการเจอเนื้องอกในขณะที่ยังมีขนาดเล็กการรักษาจะง่ายและมีทางเลือกในการรักษามากกว่าค่ะ” แพทย์หญิงจุฑาธิป กล่าว