‘โจนัส แอนเดอร์สัน’ เปิดตัวเพลงใหม่ ฝรั่งคลั่งไคล้ ฉลองครบรอบ 20 ปี พร้อมเปิดใจเคยท้อจนเกือบถอดใจลาวงการ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/528606

‘โจนัส แอนเดอร์สัน’ เปิดตัวเพลงใหม่ ฝรั่งคลั่งไคล้ ฉลองครบรอบ 20 ปี  พร้อมเปิดใจเคยท้อจนเกือบถอดใจลาวงการ

‘โจนัส แอนเดอร์สัน’ เปิดตัวเพลงใหม่ ฝรั่งคลั่งไคล้ ฉลองครบรอบ 20 ปี พร้อมเปิดใจเคยท้อจนเกือบถอดใจลาวงการ

วันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 15.11 น.

ถ้าพูดถึงชาวต่างชาติที่คร่ำวอดในวงการลูกทุ่งไทย เชื่อว่า “โจนัส แอนเดอร์สัน” ต้องเป็นชื่อแรกๆที่คนคิดถึง เผลอแป๊บเดียว ฝรั่งหัวใจไทยคนนี้ก็อยู่ในวงการเพลงลูกทุ่งมา 20 ปีพอดีเป๊ะ แม้ช่วงหลังๆจะห่างหน้าจอไป แต่เจ้าตัวก็บอกว่ายังอยู่ชิดวงการบันเทิงแต่มีไปทำเบื้องหลังบ้าง แถมยังอยู่เมืองไทยตลอดไม่ได้ไปไหน วันนี้ครบ 20 ปีของการเป็นนักร้อง โจนัส เลยขอมาฝากตัว ฝากใจ ฝากเพลงใหม่กับแฟนเพลงอีกครั้งใน รายการ ต้มยำอมรินทร์  ผลิตโดย CHANGE2561

อยู่เมืองไทยมากี่ปีแล้วตอนนี้  

โจนัส : 30 กว่าปี ครับผม จริงๆคุณพ่อคุณแม่ย้ายมาอยู่เมืองไทยแล้วผมยังอายุ 9 ขวบเองคุณพ่อคุณแม่ก็ทำงานสาธารณะประโยชน์ในเมืองไทยแล้วผมก็เลยเติบโตที่นี่ได้สัมผัสวิถีไทยๆแล้วพอโตมาก็คือผูกพันแล้ว ท่านก็ย้ายกลับไปอยู่สวีเดนบ้านเกิด แต่ว่าผมไม่อยากจะไปแล้วอยากอยู่เมืองไทยแล้วครับตอนนั้น คือผูกพันไปแล้วรู้สึกว่าที่นี่คือบ้าน

เข้าสู่การเป็นนักร้องลูกทุ่ง ไม่ใช่นักร้องธรรมดาเป็นนักร้องลูกทุ่งเลย คือไปเวอร์ชั่นแบบไทยกว่าไทยไปอีก ในตอนนั้น

โจนัส : อันนี้คือความบังเอิญมากเลยครับ เพราะว่าผมเริ่มต้นร้องเพลงไทยเนี่ยเป็นสตริงอยู่เลยครับ แล้วในที่สุดคือตอนนั้น ลูกทุ่งกลับมาฮอตกลับมาฮิตอีกรอบในกรุงเทพ แล้วก็เริ่มมีเพลงที่อยู่ในกระแสหลายๆเพลงแล้วก็มันเริ่มต้นจากขอให้ โจนัส ร้องเพลงคู่กับ คริสตี้ เป็นเพลงคู่ในละครมนต์รักลูกทุ่งออกงานแล้วก็ทุกคนตะลึงกันมากเลยในตอนนั้น

โจนัส : ที่จริงตอนนั้นยังไม่เป็นอาชีพทั้งคู่เลยครับเราเป็นสมัครเล่น แล้วเรามีกิจกรรมเพื่อการกุศลด้วยกัน โดยใช้เพลงในกิจกรรมอะไรอย่างนี้ แต่ว่ามันเป็นคำขอที่เขาขอให้ร้องเพลงลูกทุ่งก็เลยร้องไป แล้วก็ดูผลตอบรับแบบเกินคาดมากๆเลยครับ ทุกคนแบบมีคล้องมาลัยด้วยซึ่งไม่เคยเจอมาก่อนเลย มาลัยน้ำใจ

จากวันนั้นมาถึงวันนี้ถ้าอยู่เมืองไทยกว่า 30 ปี แต่ถ้าหากว่าเส้นทางการเป็นนักร้องลูกทุ่ง คือ ปีนี้ครบรอบ 20 ปีพอดี และในความพิเศษของการครบรอบ 20 ปีก็มีเพลงใหม่ออกมาด้วยนั่นก็คือเพลงที่ชื่อว่า ?

โจนัส : ฝรั่งคลั่งไคล้ จริงๆมันเป็นนิยามของความเป็น โจนัส เนี่ยแหละ อยู่ในเมืองไทย 30 กว่าปี อยู่ในวงการลูกทุ่ง 20 ปีครบแล้วนะครับ ตอนแรกจะมีการให้ฉายามาเป็น ฝรั่งรักไทย เป็นฝรั่งหัวใจไทยก็ในที่สุดก็มาถึง 20 ปีอยากจะให้มีชื่อใหม่มีฉายยาใหม่ก็คิดไปคิดมานี้มันคล้องจองดี แล้วมันมีเสน่ห์ในความหมายที่ลึกมาพอสมควร สำหรับเพลงนี้ทำกันเองเลยนะครับไม่มาสังกัดเป็นมนุษย์จรจัดแล้วครับ

ย้อนกลับไปความประทับใจแรกของคุณโจนัสกับประเทศไทยเห็นบอกว่ามันแปลกมาก ?

โจนัส : จริงๆ ตอนนั้นเครื่องบินลงเนี่ยมันจะไม่ได้เป็นทางเข้าที่มีติดแอร์เนอะ มันจะเป็นบันไดลงมาใช่ไหมความประทับใจแรกคือ ร้อน ร้อนมากครับ ประทับใจไม่มีลืม จนป่านนี้ก็จำได้วันนั้นเลยนะร้อน

คือร้อนแปลว่าทรมาน ?

โจนัส : ร้อนแบบอบอ้าวมาก แล้วพอร้อนเสร็จก็มีฝนกระหน่ำมาเลย มันเป็นเดือนสิงหามันก็เลยเป็นหน้าฝนอยู่นะครับ แต่ว่าความประทับใจจริงๆนะครับก็คือคนไทยเนี่ย เป็นคนที่ต้อนรับมากๆเป็นคนที่แบบว่าพร้อมที่จะเลี้ยงพร้อมที่จะพาไปเที่ยวไปโน่นไปนี่ แล้วผมก็เป็นคนที่แบบชอบพบปะกับคน ชอบพูดคุย ชอบเปิดหูเปิดตา

ภาษาไทยคำไหนที่เรารู้สึกว่ามันยากที่สุดในการออกเสียง เป็นปัญหามากๆในชีวิต ?

โจนัส : เป็นเสียงที่ออกมาพร้อมกับคำพูดคือ “เหงื่อ” มันมีสระเอือ ด้วยแล้วก็มี งองูด้วย เหงื่อแล้วมันต้องเป็นเสียงเอกด้วยเสียงต่ำ ถ้าฝรั่งพูดคำนี้จะพูดยากมาก ภาษาอังกฤษจะไม่มีสระ อือ อึอ เอือ อะไรพวกเนี่ยไม่มี เขาก็เลยพยายามที่จะสอนเราพูดยังไง ให้คิดซะว่ากำลังยิ้มอยู่แล้วก็โดนต่อยท้องมันก็ออกมาเสียงนั้นเลยเพราะฉะนั้นสังเกตฝรั่งดีๆนะบางทีเขาอาจจะทำท่าแปลกๆนะครับพยายามออกเสียงเอือ แค่นั้นเอง

แต่ว่า 30 ปีที่พี่โจนัสมาอยู่เมืองไทย ตอนแรกได้ข่าวว่าวางแผน คือ ไม่ได้อยากเป็นศิลปิน

โจนัส : ไม่เคยคิดไม่เคยแบบวางแผนเลยจะเป็นศิลปินเลยครับจริงๆ คือเป็นคนที่ชอบร้องเพลง ชอบเพลงชอบดนตรี ชอบแสดง แต่ว่าทุกทีก็จะทำเป็นลักษณะของกิจกรรมการกุศลไม่ได้ทำเป็นศิลปินนะครับ ในที่สุดก็สถานการณ์พาไปเองครับ

จนกลายมาเป็นศิลปิน แล้วคนที่ออกงานคู่หรือถ้าพูดถึงโจนัสต้องพูดถึงคู่กันตลอดเวลาเลย ต้องเรียกว่าเป็นคู่จิ้น คือ โจนัสคริสตี้ จนมีคนสงสัยว่าถามจริงเถอะเป็นแฟนกันเปล่า?

โจนัส : คริสตี้ใช่ไหมครับ คริสตี้กับโจนัสเนี่ย ตอนนี้ก็เลิกสงสัยได้แล้วเพราะว่ามีผัวเป็นตัวเป็นตนแล้วครับ ในส่วนของคริสตี้เป็นเพื่อนกัน เป็นเพื่อนสนิทเลยครับ เพราะว่าจริงๆคริสตี้กับผมเนี่ยเจอกันครั้งแรกนี่ คริสตี้ยังอายุแค่ 7 ขวบเอง และผมก็อายุประมาณ 12-13 แล้วก็เป็น 2 ครอบครัวที่ฝรั่งขาวๆแบบนี้ที่อยู่โคราชกัน ก็เลยเจอกันตรงนั้นเลย แล้วก็ในที่สุดมันก็มีความบังเอิญเกิดขึ้นที่ว่า คริสตี้ก็เป็นคนที่ร้องเพลงเก่งด้วยแล้วก็มาร่วมคอร์สเป็นการเรียนเรื่องศิลปะการแสดงด้วยกัน แล้วก็มีคณะขึ้นมาอีกทีนึงครับ

 แต่เห็นบอกว่าตอนนี้คุณคริสตี้เข้าประเทศไทยไม่ได้ ?

โจนัส : ใช่ครับตอนนี้มีสภาวะของเรื่อง covid อยู่ซึ่งคริสตี้กำลังเสียใจสื่อสารกันได้ทาง Social Media อย่างเดียว เนื่องจากว่าเขาช่วยดูแลธุรกิจคุณพ่อคุณแม่เขาอยู่ ซึ่งเขาจะต้องเดินทางไปมาตลอด แต่ตอนนี้มาไม่ได้เพราะว่าไม่สามารถที่จะใช้เวลาในการกักตัว

เห็นบอกว่าเคยมีช่วงหนึ่งเคยอยากจะลาออกจากวงการไม่อยากทำและเกิดอะไรขึ้น ?

โจนัส : ใช่ คือจริงๆประมาณตอนนี้ประมาณ 20 ปี พอครบรอบประมาณ 10 ปี ตอนนั้นเหมือนทำอะไรมันไม่สำเร็จสักเรื่องเลย คือทำอัลบั้มมาโดยตลอดนะครับ แล้วก็เจอช่วงที่แบบช่วงแผ่นซีดีช่วงอะไรนี้มันไม่ค่อยมี มันก้าวเข้าสู่เรื่องของการดาวน์โหลดอะไรอย่างนี้มากกว่า แต่ก็ยังมุ่งมั่นที่จะทำอยู่ก็ขึ้น Project แล้วอัดเสียงแล้วลงทุนบางส่วนแล้ว แล้วสุดท้ายก็คือเดินหน้าไม่ได้ ครั้งแรกก็เจอน้ำท่วมใหญ่ตอนนั้นน้ำท่วมใหญ่ก็คือต้องเบรกไว้เลย อันนั้นก็คือทำออกมาแล้วเริ่มโปรโมทแล้วก็เจอน้ำท่วมเลยก็เลยต้องรอไว้ก่อน รอไว้เลยชลอไว้เลย อีกครั้งหนึ่งก็คือเป็นช่วงที่ CD มันมีปัญหาจริงๆเรื่องธุรกิจ ก็คืออันนั้นลงทุนทำ Demo ตั้ง 10 เพลงเลแล้วก็อัดเสียงบางส่วนแล้ว อะไรแล้ว แล้วก็สุดท้ายก็ต้องยอมสละ Project ไปก่อนจนในที่สุดก็คิดว่า อย่างนี้มันมันเหมือนมันจะไปไม่เป็นแล้วอะไรอย่างเนี้ย มันเหนื่อยแล้ว มันก็ใช้เงินด้วย แล้วก็ช่วงนั้นก็คืองานแย่อีกด้วย ก็เลยจะยกเลิกเลยจะไม่ทำ แต่ในที่สุดก็ไม่ยอมแพ้เพราะว่ามีกำลังใจจากคนไทยนี่แหละ มีกำลังใจจากแฟนเพลง แล้วก็เกิดเป็นงานเพลงที่เป็นที่ทำให้โจนัสมีคนรู้จักอีกรอบหนึ่งก็คือ “กวางขาวอยู่กลางเขา”หลังจากนั้นนะครับ

โจนัส : มันเป็นเพลงที่รวมคำยากๆทั้งหมด มันเหมือนเป็นการเก็บกดของ โจนัส เองที่ว่า โดนให้ใช้พูดคำนี้แหละตั้งแต่ต้น ก็เลยรวมเอาทุกคำเลยครับใน 1 เพลง ก็เป็นที่ฮือฮาพอสมควรก็เป็นบทเรียนอันหนึ่งที่ว่าถึงแม้ว่าจะรู้สึกท้อแล้วก็จะยอมแพ้ซะแล้ว พอในที่สุดไม่ยอมแพ้ก็ทำ ก็กลายเป็นสิ่งที่เกิดกระแสขึ้นมาอีกรอบนึงด้วย

 แต่ยังไงก็แล้วแต่ในอีกมุมหนึ่งมีงานอื่นๆด้วยนอกเหนือจากงานหน้าจอที่เรียกว่าแบบหน้าไมค์หรือบนเวทีที่เราได้เห็นกัน ก็คืองานที่เกี่ยวกับเรื่องของทำ Production อะไรต่างๆ ?

โจนัส : อยู่หลังฉากด้วยนะครับ มีงาน Production มีผลิตสื่อ มีจัดอีเว้น ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าที่แบบเป็นชาวต่างชาติที่เขาอยากเจาะตลาดในเมืองไทย แล้วเขาต้องการตัวเชื่อมในเรื่องของการตลาด ในเรื่องของภาษาด้วยอะไรด้วย เราก็สามารถที่จะช่วยเติมเต็มในตรงนี้ให้เขาด้วยครับ แล้วก็มีจัด Event ในเมืองไทยก็หลายEvent  รวมทั้งนำทีมของโปรดักชั่นไทยไปจัด Event ที่อัมสเตอร์ดัมปีที่แล้วด้วยครับ ก็เป็นอีกหนึ่งส่วนที่เป็นงานที่ชอบเป็นงานที่ท้าทายดี

 ในบางมุมของเรา เราเคยมีความคิดไหมที่ว่าสักวันหนึ่งฉันคงต้องย้ายกลับไปสวีเดนแหละ หรือไม่เลยคิดว่าเมืองไทยคือคือประเทศของเรา ของโจนัสแล้วครับ ?

โจนัส : คือในอนาคตบางอย่างเราไม่สามารถที่จะรู้ได้ บางอย่างมันบังคับเราหรือว่าป่วยหนักหรืออะไรอย่างเนี่ย แต่ถ้ามันเป็นทางเลือกของผมผมเลือกที่จะอยู่ในเมืองไทย และอยากจะอยู่ในเมืองไทยให้นานที่สุดครับ ไม่อยากจะไปไหนครับ

ได้ฟังในอีกแง่มุมหนึ่งของคนที่อาจจะรู้สึกว่าหน้าตาเป็นฝรั่ง แต่ผมว่าถ้าเราคุยเนี่ยถ้าเขาหัวใจเป็นคนไทย 100%  ให้โจนัสได้ฝากอะไรกับคนไทยรวมถึงกับผลงานล่าสุดอีกครั้งหนึ่งด้วยกับฝรั่งคลั่งไคล้ครับ ?

โจนัส : เบื้องต้นสิ่งที่ต้องทำคือต้องขอบคุณนะครับ ตอนแรกก็จะแซวๆกันพูดเล่นกันว่าทำเองอะไรเนี่ยแต่จริงๆแล้วที่ผมอยู่ในเมืองไทยได้ ที่ผมเป็นศิลปินเป็นโจนัสคนนี้ได้ก็เพราะคนไทย หลายๆคนก็ขอบคุณผมแต่ผมต้องขอย้อนกลับไปขอบคุณคนไทยที่ให้สิ่งดีๆกับผมที่ให้โอกาส แล้วก็ให้ผมเป็นบุตรบุญธรรมของลูกทุ่งคนนึงนะครับ แล้วก็จะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดนะครับ ก็อยากจะให้ช่วยกันติดตาม สำหรับเพลงฝรั่งคลั่งไคล้เนี่ยเป็นการสื่อถึงจิตใจของโจนัสทั้งเลือกของการเที่ยวการกินหรือว่าเรื่องของวิถีไทยวัฒนธรรมไทย การพูดภาษาไทยนะเป็นสิ่งที่ผมคลั่งไคล้จริงๆ แล้วก็อยากจะสืบสานก็ฝากให้ช่วยกันเป็นแรงในการเชียร์ ช่วยกันแชร์ช่วยกันกด Like ด้วยอะไรด้วยนะครับ ติดตาม โจนัส ก็ Search โจนัส ภาษาไทยง่ายๆอย่าsearchเป็นภาษาอังกฤษเพราะว่าเป็นชื่อที่โหลมากครับ แต่ว่าภาษาไทยอาจจะยังน้อยอยู่ครับ

Leave a comment