#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/528108

5 วิธีเลิกนิสัยเครียดแล้วกิน ดูแลสุขภาพวิถีใหม่แบบ New Normal
วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
ตอนนี้เราทุกคนกำลังเรียนรู้วิถีชีวิตแบบใหม่ที่เรียกว่า New Normal ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการติดต่อสื่อสารของเรารวมถึงการทำงานไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เช่น การรับประทานอาหารและการออกกำลังกายของเราไปอย่างสิ้นเชิงการเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีใครคาดคิดนี้ส่งผลให้เราต้องปรับตัวและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างรวดเร็วซึ่งอาจทำให้ใครหลายคนรู้สึกเครียดไม่น้อยเลย
แต่รู้หรือไม่ว่า…ความเครียดและความกังวลที่เกิดขึ้นอาจส่งผลต่อพฤติกรรมการรับประทานอาหารของเรา และนำไปสู่อาการ“รับประทานตามอารมณ์” (emotional eating) หรือ“รับประทานเพราะความเครียด” (stress eating) ที่ทำร้ายสุขภาพได้ โดยหวังว่าอาหารที่รับประทานเข้าไปจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้
บางครั้งเราก็เลือกรับประทานอย่างมีสติแต่บ่อยครั้งเมื่อเราเกิดอารมณ์ด้านลบ เราก็มักเผลอรับประทานจุบจิบแก้เครียดโดยไม่รู้ตัว ความเครียดและความรู้สึกเบื่อหน่ายอาจกระตุ้นให้เรารับประทานตามอารมณ์ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่คุณต้องอยู่แต่ในบ้านและสามารถหยิบรับประทานอาหารได้ตามใจตลอดเวลา
เพราะความเครียดทำให้เรารู้สึกเหนื่อยล้าและซึมเศร้าได้ เราจึงอยากรับประทานเมนูคอมฟอร์ทฟู้ดที่ดีต่อใจมากกว่ารับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพในเวลานั้น อาหารคอมฟอร์ทฟู้ดที่มีแคลอรี่สูงเหล่านี้จะไปกระตุ้นสารเคมีในสมองที่ช่วยให้เรารู้สึกดีและทำให้เกิดความอยากรับประทานอีกเรื่อยๆ และเมื่อเรารับประทานมากเกินไป น้ำหนักตัวก็เพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้เราเครียดและยิ่งรับประทานมากขึ้นไปอีก กลายเป็นวงจรทำร้ายสุขภาพไม่รู้จบ
สำหรับ เคล็ดลับวิธีหยุด “กินเพราะเครียด” ที่ดีที่สุดที่เราควรทำตอนนี้ก็คือดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองให้ดี รวมถึงฝึกนิสัยการรับประทานอาหารที่ดีที่จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
ซูซาน โบเวอร์แมน ผู้อำนวยการอาวุโสด้านการศึกษาและการฝึกอบรมโภชนาการระดับโลกของเฮอร์บาไลฟ์นิวทริชั่น ได้ให้คำแนะนำดีๆ ที่จะช่วยให้เราเลิกรับประทานตามอารมณ์ หรือemotional eatingอย่างได้ผล ดังต่อไปนี้
1.ยอมรับความรู้สึกด้านลบที่เกิดขึ้นในใจ
เรารู้อยู่แล้วว่าอารมณ์ความเครียดเป็นตัวกระตุ้นให้เราเกิดพฤติกรรมการรับประทานที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ทางแก้ก็คือเราควรยอมรับความรู้สึกด้านลบที่เกิดขึ้น และเข้าใจว่าเราสามารถรู้สึกโกรธ ไม่พอใจ เหงา และเบื่อได้ในบางครั้ง แม้มันจะไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีแต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เป็นอันตราย และเราไม่จำเป็นต้องหาทาง “แก้” อารมณ์เหล่านั้นเสมอไป ปล่อยให้ความรู้สึกมันเกิดขึ้นและปล่อยวางโดยไม่ต้องไปคิดว่ามันเป็นเรื่องดีหรือไม่ดีบ้าง
2.หาวิธีผ่อนคลายอารมณ์แบบอื่นๆ แทน
ลองออกไปเดินเล่นหรือดื่มชาสมุนไพรสักถ้วยอาจจะช่วยคลายเครียดได้ดีกว่า ถ้าคุณรู้สึกอยากรับประทานอาหารจริงๆ ให้เลือกอาหารที่แข็งและกรุบกรอบ เช่น อัลมอนด์ เมล็ดถั่วเหลือง หรือเบบี้แครอท เพราะการใช้ฟันขบเคี้ยวและการบริหารขากรรไกรจะช่วยลดความเครียดได้
3.รับประทานอาหารให้ครบทุกมื้ออย่าอดอาหาร
บอกตัวเองให้รับประทานอาหารทุกมื้อตามปกติ บางครั้งเวลาที่เราเครียด เราอาจเลื่อนเวลารับประทานอาหารออกไปหรือไม่รับประทานเลย แล้วเราจะสูญเสียระดับพลังงานที่ร่างกายต้องการ และพอถึงเวลาที่เรารับประทานจริงๆ เราอาจจะลงเอยด้วยการรับประทานมากเกินความต้องการ ถ้าความเครียดทำให้เราไม่รู้สึกอยากอาหาร ลองรับประทานในปริมาณที่น้อยลงแต่รับประทานให้บ่อยขึ้นในระหว่างวันแทน
4.ลดกาเฟอีน
เวลาที่เราเครียด ร่างกายเรามักรู้สึกขาดพลังงานและหันไปหาเครื่องดื่มกาเฟอีนเพื่อให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้ประเปร่า แต่ก็ทำให้เรานอนไม่หลับตอนกลางคืน แนะนำให้ดื่มกาแฟและชาที่ไม่มีส่วนผสมของกาเฟอีนแทน
5.ฝึกรับประทานอาหารอย่างมีสติ (mindful eating)
เวลาที่เรารับประทานอาหารอย่างมีสติ เราจะสังเกตเห็นสัญญาณร่างกายตัวเองได้ดีขึ้นเวลาที่รู้สึกหิวหรืออิ่ม และมองเห็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เรารู้สึกอยากรับประทานตั้งแต่แรกได้ง่ายขึ้นด้วย การรับประทานอย่างมีสติช่วยให้เราเลี่ยงการรับประทานมากจนเกินไปและทำให้เราเพลิดเพลินกับอาหารที่รับประทานได้มากขึ้นแม้ในตอนที่เรารับประทานน้อยลงก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้น เราจะใส่ใจเลือกสรรอาหารที่ดีให้แก่ร่างกายมากขึ้น
จำไว้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เราจะจำกัดปริมาณอาหารที่รับประทานเข้าไป แต่เป็นเวลาที่เราต้องให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์อย่างเพียงพอแก่การสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันที่ดี แม้วิกฤติการแพร่ระบาดโควิด-19 นี้ จะสร้างความเครียดแก่เราทุกคน แต่การรู้จักรับมือกับความเครียดที่เกิดขึ้นอย่างเข้าใจและรู้วิธี จะช่วยให้เราและคนที่เรารักมีสุขภาพกายและใจที่เข้มแข็งและสามารถก้าวผ่านช่วงเวลายากลำบากนี้ไปด้วยกัน