#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/506729

บิ๊กสพฐ.ห่วงปัญหาครูบูลลี่เด็ก-ละเมิดทางเพศ รับไม่ได้ปมทุจริตอาหารกลางวัน
วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 15.53 น.
21 กรกฎาคม 2563 นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้เน้นย้ำ แนวทางการดำเนินการในช่วงเปิดภาคเรียนที่ 1 ในปีการศึกษา 2563 โดยเฉพาะการบริหารจัดการโครงการอาหารกลางวัน แก้ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศ การลงโทษนักเรียนเกินกว่าเหตุ และปัญหายาเสพติด
โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสื่อสารให้ชัดเจน ว่าจะไม่ยอมให้เกิดปัญหาการทุจริตเงินอาหารกลางวันเด็ก ซึ่งเป็นสิ่งที่สพฐ.รับไม่ได้ เพราะต้องการให้เด็กได้รับประทานอาหารกลางวันอย่างครบถ้วน และถูกสุขอนามัย ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ส่วนปัญหาล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งยังเกิดขึ้นอย่างเนืองๆอยู่นั้น ยอมรับว่า สพฐ. มีความไม่สบายใจ จึงมอบให้ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญสพฐ.ดูแลพื้นที่อย่างใกล้ชิด หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดูแลอย่างใกล้ชิด พิจารณาตามกระบวนการอย่างเด็ดขาดในทางวินัย ส่วนทางอาญาก็ให้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายกฏหมายและสหวิชาชีพ เข้ามาดูแลโดยต้องไม่ทำให้เด็กได้รับผลกระทบทางจิตใจ เพราะเด็กต้องโตและอยู่ในสังคม
เลขาธิการกพฐ. กล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาการลงโทษนักเรียนเกินกว่าเหตุนั้น พบว่าการทำโทษด้วยการตีเด็กหรือทำร้ายเด็กมีจำนวนลดน้อยลง แต่สิ่งที่พบเพิ่มขึ้นคือการบูลลี่ กระทำในสิ่งที่กระทบต่อจิตใจของเด็ก เช่น การตัดผมนักเรียน ซึ่งตนได้ให้นโยบาย ไปว่าให้โรงเรียนจัดทำระเบียบทรงผมของโรงเรียนให้สอดคล้องกับ ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. 2563 รวมถึงให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
โดยเฉพาะเรื่องการโพสต์ข้อความทางสื่อโซเชียลที่ต้องระมัดระวัง ก็เข้าใจครูที่ทำแต่ต้องปรับเปลี่ยนและอยากให้ครูเข้าใจนักเรียน และให้ครูเน้นที่คุณภาพการศึกษามากกว่า ส่วนเรื่องปัญหายาเสพติด สพฐ. ค่อนข้างกังวลใจ ได้กำชับให้ผู้บริหารโรงเรียนและครูคอยสอดส่องดูแล รวมถึงดูพฤติกรรมครู อย่าให้มีการค้าหรือเสพยาเสพติดเสียเอง เพราะครูต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักเรียน
“ส่วนการเปิดเทอมมา 22 วันแล้ว ภาพรวมถือว่าโรงเรียนและเขตพื้นที่ฯ แต่ละแห่งทำได้ดีมาก มีความเข้มข้น และมีการเคร่งครัดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 มีการเว้นระยะห่าง วัดอุณหภูมิ และให้เด็กสวมหน้ากากอนามัย ให้เด็กล้างมือ ก็ขอชื่นชมครูและโรงเรียน ซึ่งเราอยากให้โรงเรียนเป็นสถานที่ปลอดภัย แต่เด็กก็อาจจะไปติดได้จากที่อื่น ดังนั้น จึงอยากให้ภาคสังคมให้ความร่วมมือ ดูแลความปลอดภัย และอีกเรื่องที่ สพฐ. และรัฐมนตรีว่าการ ศธ. ให้ความสำคัญคือการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ต้องมีความหนักแน่นในชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ความมั่งคงของประเทศ ขณะนี้ต้องยึดโยง 3 สถาบันหลัก จึงฝากผู้บริหารเขตพื้นที่ฯและโรงเรียนร่วมกันจัดกิจกรรม สร้างความรัก สามัคคี และความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์” นายอำนาจ กล่าว