#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/507969

วธ.อยากให้วัฒนธรรมยั่งยืน ต้องบำรุงรากให้มั่นคง มีอะไรบ้างที่ควรจับตา ในวันภาษาไทยแห่งชาติที่ผ่านมา
วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
24 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมาเป็นวัน “วันภาษาไทยแห่งชาติ พุทธศักราช 2563” กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้มีการจัดกิจกรรมมอบโล่เกียรติยศ ให้แก่ ผู้ใช้ภาษาไทยสร้างสรรค์ดีเด่น มอบเข็มและโล่เชิดชูเกียรติแก่ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทยผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น ผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น ผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทยเยาวชนผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นที่มีความสามารถด้านการพูด การอ่าน การเขียน และมอบรางวัลเพชรในเพลงนอกจากนี้ ยังได้มอบเกียรติบัตรให้แก่ สถานทูตที่ร่วมรณรงค์เผยแพร่การใช้ภาษาไทย และมอบรางวัลผู้ชนะการประกวดคลิปสั้น “ชีวิตวิถีใหม่ภาษาไทยในสื่อออนไลน์” โดยมีผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนสถานทูตประเทศต่างๆ นักเรียนนักศึกษา และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงานคับคั่ง
ถ้าเปรียบกิจกรรมวัฒนธรรมในวันนี้ เป็นต้นไม้ใหญ่ ก็ต้องบอกว่า วธ.บำรุง ทุกองคาพยพของต้นไม้ได้ครบถ้วนสมบูรณ์
ดังนั้น จึงทำให้ เราชาวไทยทุกคนจะต้องจับตามองว่า ในแต่ละส่วนของต้นไม้นี้ ส่วนไหนควรได้รับการฟูมฟักมากที่สุด
ในต้นไม้ใหญ่ ไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับ รากไม้ ซึ่งทำหน้าที่ยึดหาอาหาร เพื่อให้ต้นไม้ดำเนินชีวิตอยู่ได้อย่างเติบโตยั่งยืน ดังนั้น หากงานวัฒนธรรม เปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่แล้ว สิ่งที่ วธ.จะต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ ในการบำรุง รักษา คือ “รากของต้นไม้” ซึ่งน่าจะเปรียบได้ว่าเป็นกลุ่มเด็กและเยาวชน เพราะเป็นกลุ่มคน ที่จะต้องมีชีวิตอยู่ไปได้อีกนานหลายสิบปี
ในงานนี้ เราจึงได้เห็นว่ามีเด็กและเยาวชนของชาติ หลายแหล่งที่ได้มีส่วนร่วมในการได้รับการเชิดชูในครั้งนี้ ซึ่งจากรายชื่อที่ได้รับการประกาศออกมา มีดังนี้
รางวัลเยาวชนผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น ตัดสินจากผู้ที่มีความสามารถด้านการพูด การอ่าน การเขียน จำนวน12 รางวัล แบ่งเป็น ระดับประถมศึกษา (อายุไม่เกิน 12 ปี) ได้แก่ ด.ช.ณฐพรตมารศรี โรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 1กทม., ด.ญ.วรินรำไพ ศรีสุนนท์โรงเรียนวัดเลา (คณะศิษย์เทพสิทธิอุทิศ)กทม. และด.ช.อัฟฟันดี้ หนูโสยโรงเรียนบ้านเขาพระ จ.สงขลา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (อายุไม่เกิน 15 ปี)ได้แก่ ด.ญ.เจตนิพิฐ สืบมา โรงเรียนสตรีวิทยา กทม., ด.ญ.ชลธิชาเทียมขุนทด โรงเรียนวัดยกกระบัตร(ชุบราษฎร์นุสรณ์) จ.สมุทรสาคร และด.ญ.ปิยธิดา อุ้ยฟูใจ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า (อายุไม่เกิน 18 ปี) ได้แก่ น.ส.โชติรส เลือกถือ โรงเรียนอำมาตย์พาณิชนุกูล จ.กระบี่, นายสหภูมิปลายชัยภูมิ โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัยจ.ขอนแก่น, นายอัศวุธ อุปติ โรงเรียนปราจิณราษฎรอำรุง จ.ปราจีนบุรี ระดับอุดมศึกษาหรือบุคคลทั่วไป(อายุไม่เกิน 25 ปี) ได้แก่ นายธวัชชัยสายอ๋อง มหาวิทยาลัยทักษิณ จ.สงขลา นายบัณฑิต รวยสันเทียะ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จ.นครราชสีมา นายอติรุจ ดือเระ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จ.ปทุมธานี และอีกสองคน ที่ได้เป็นผู้ชนะการประกวดคลิปสั้น “ชีวิตวิถีใหม่ ภาษาไทยในสื่อออนไลน์ ได้แก่ น.ส.เบญจรัตน์กวีนันทชัย จากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และรางวัลชนะเลิศประเภทนักเรียน ได้แก่ น.ส.ปาริชาติ สีหาบุตร โรงเรียนกระดุมทองวิทยา จ.ศรีสะเกษ
รายชื่อของเด็กและเยาวชน ที่ได้รับรางวัลดังกล่าว จัดได้ว่า เป็น รากของวัฒนธรรม ที่จะต้องส่งเสริม เลี้ยงดูให้วัฒนธรรมเติบใหญ่และมั่นคงสืบต่อไปอย่างยั่งยืน
ในกลุ่มอื่นๆ จัดได้ว่าเป็นองค์ประกอบที่จะส่งเสริมให้วัฒนธรรมเกิดความสวยงาม ส่งเสริมให้งานวัฒนธรรมงอกงามยิ่งๆ ขึ้นไป แต่กลุ่มคนเหล่านี้ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นก้าน กิ่ง และใบ มีวันร่วงโรย หล่นหลุดออกมาจากต้น ดังนั้น ความจำเป็นที่จะต้องฟูมฟักให้วัฒนธรรม ไม่สิ้นสูญ หรือล้มตายลงไป ราก ต้องหยั่งลึก และแผ่ขยายบริเวณให้กว้างออกไปให้มากที่สุด เพื่อสร้างกิ่ง ก้าน และใบที่ร่วงหล่น ให้เกิดกลับมาเหมือนเดิม
องค์ประกอบของกลุ่มดังกล่าวได้มีการประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลดังต่อไปนี้
ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย3 รางวัล ได้แก่ รศ.ชำนาญ รอดเหตุภัย,รศ.มณีปิ่น พรหมสุทธิรักษ์ และรศ.สุจิตรา จงสถิตย์วัฒนา
ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น 10 รางวัล แบ่งเป็นคนไทย 9 รางวัล ได้แก่ น.ส.กรุณา บัวคำศรี, นายโกมุท คงเทศ,นายชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์, นายภูสิต ธวัชวิเชียร, นายเรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป, นางลักษิกา เจริญศรี, ผศ.สมชายสำเนียงงาม, นายสันติภพ เจนกระบวนหัด(เจนภพ จบกระบวนวรรณ), ผศ.สุทัศน์ วงศ์กระบากถาวร และชาวต่างประเทศ1 รางวัล ได้แก่ น.ส.จิ อิน อง(Ms. Ji In Ong)
ผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น 4 รางวัลได้แก่ นายขวัญชัย สุรินทร์ศรี, นายทองพูลทองน้อย, นางประไพ สุริยะมลและนายมงคล รัตนพันธุ์
ผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทยประเภทบุคคล ได้แก่ นางถนอมวงศ์สุกโชติรัตน์ ล้ำยอดมรรคผล, รศ.นวลทิพย์เพิ่มเกษร และนายยุทธพร นาคสุข และประเภทองค์กร ได้แก่ มูลนิธิดำรงพุฒตาล (อนุรักษ์และพัฒนาภาษาไทยและวัฒนธรรมไทย) และสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย
สำหรับรางวัลการประกวดเพลง(เพชรในเพลง) จำนวน 19 รางวัล มีดังนี้
รางวัลเชิดชูเกียรตินักจัดรายการวิทยุผู้อนุรักษ์เพลงไทยในอดีต(รายการสุขกันเถอะเรา) ได้แก่ น.ส.ดารณีมณีดิษฐ์, รางวัลเชิดชูเกียรติองค์กรสนับสนุนวัฒนธรรมดนตรีไทย ได้แก่ สมาคมสงเคราะห์สหายศิลปิน
รางวัลชนะเลิศผู้ประพันธ์คำร้องเพลงไทยสากล ได้แก่ เพลงวัฒนธรรมนำไทย ผู้ประพันธ์ นายชัยรัตน์วงศ์เกียรติ์ขจร รางวัลชนะเลิศผู้ประพันธ์คำร้องเพลงไทยลูกทุ่ง ได้แก่ เพลงยังมีวันพรุ่งนี้ ผู้ประพันธ์ นายรชตโชติมิตรจตุรผล รางวัลชนะเลิศผู้ประพันธ์คำร้องเพลงเพื่อชีวิต ได้แก่เพลงสวัสดี ผู้ประพันธ์ นายเทียรี่สุทธิยงค์ เมฆวัฒนา (เทียรี่ เมฆวัฒนา)
รางวัลชนะเลิศผู้ขับร้องเพลงไทยสากลชาย ได้แก่ เพลงดาราดรุณี ผู้ขับร้อง นายพรพัฒน์ สัมมาวรรณ (พรหมเทพ เทพรัตน์) รางวัลชนะเลิศผู้ขับร้องเพลงไทยสากลหญิง ได้แก่ เพลงเพ็ญแข ผู้ขับร้อง น.ส.กุสุมาเอื้อเฟื้อ (ผุสดี เอื้อเฟื้อ) รางวัลชนะเลิศผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งชาย ได้แก่ เพลงคอยน้องคืนนา ผู้ขับร้อง นายอาคม พูลลาภ (เติ้น อาคม คำพันธุ์) รางวัลชนะเลิศผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งหญิงได้แก่ เพลงลูกทุ่งท้องถิ่น ผู้ขับร้องน.ส.ชญาภา พงศ์สุภาชาคริต (บูม ชญาภา)รางวัลชนะเลิศผู้ขับร้องเพลงเพื่อชีวิตชาย ได้แก่ เพลงนานแสนนานผู้ขับร้อง นายเทียรี่ สุทธิยงค์ เมฆวัฒนา(เทียรี่ เมฆวัฒนา) และรางวัลชนะเลิศผู้ขับร้องเพลงเพื่อชีวิตหญิง ได้แก่เพลงเด็กหลังเขา ผู้ขับร้อง น.ส.ณริสสาดำเนินผล (ฟ้า ขวัญนคร)
ทั้งหมดนี้คือ องคาพยพ ของต้นไม้วัฒนธรรม ที่กระทรวงวัฒนธรรมปลูกขึ้นมา แต่ดูเหมือนว่ายังมองไม่เห็นความสำคัญที่แท้จริงของต้นไม้ว่า อวัยวะส่วนไหนที่สำคัญที่สุด ที่ควรฟูมฟักรักษา ซึ่งจะสังเกตได้จากการจัดรางวัลที่นำมามอบทั้งหลายทั้งปวงดังกล่าวแล้ว
จากเหตุการณ์การชุมนุมของนักเรียนนักศึกษาทั่วประเทศ มีบางคน บางแห่ง มองเห็นได้ว่า บางอย่างของการพูดการกระทำได้มีการทำลายล้าง ความเชื่อทางวัฒนธรรมบางอย่างสอดแทรกอยู่ในคำปราศรัยของเหล่าเยาวชน ซึ่งมันเกิดจากความจงใจ หรือ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ (เนื่องจากมีผู้ไม่หวังดีที่จะทำลายให้วัฒนธรรมของชาติสิ้นสูญ) ก็ยังไม่มีใครมีหลักฐานที่แท้จริง แต่ที่พูดได้ อย่างเต็มปาก ก็คือ วัฒนธรรมของไทย ถูกจับจ้องที่จะมีคนทำลายอยู่ในสังคมไทยเวลานี้ โดยผู้ที่ไม่ปรารถนาดี ที่จะให้วัฒนธรรมไทย ยืนยง มั่นคง และเติบโตอย่างกล้าแข็ง
ดังนั้น หน้าที่อันสำคัญยิ่งทางด้านวัฒนธรรม จึงหนีไม่พ้นความรับผิดชอบของกระทรวงวัฒนธรรม ที่จะต้องสร้างต้นไม้วัฒนธรรมให้เติบใหญ่อย่างกล้าแข็งและมั่นคงยากที่จะมีมาใครทำให้ล้มลงอย่างง่ายๆ
ในความมั่นคง ไม่มีสังคมใด มั่นคงได้ ถ้าไม่มีกลุ่มก้อน ไม่ต้องดูไกลมองแค่การบริหารประเทศในวันนี้หากคำพูดของ ท่านนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นจริงที่ว่า“ผมคนเดียวที่มีอำนาจในการคัดเลือกตัวรัฐมนตรี” เชื่อเถอะว่า อายุของรัฐบาลไม่ยืนยาวมาถึงวันนี้หรอก เพียงปีเดียวก็ล่มแล้ว ดังนั้น จงจำ และเชื่อเถอะว่า หากต้องการความมั่นคง ก้าวหน้า ความสามัคคี ร่วมกันคิดร่วมกันทำ เป็นหัวใจสำคัญที่สุดที่ทุกคนต้องคำนึงถึง
วันภาษาไทยแห่งชาติ เสร็จสิ้นลงไปอีกหนึ่งปี แต่งาน ด้านวัฒนธรรมของ วธ.ยังคงดำเนินต่อไป และไม่ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวง วัฒนธรรม คุณอิทธิพล คุณปลื้มจะถูกปรับเปลี่ยนหรือไม่ งานวัฒนธรรมก็ต้องเข้มแข็งให้มากยิ่งขึ้นทุกๆ วัน เพราะกระแสการขุดรากถอนโคนวัฒนธรรมไทย เริ่มมีเสียงเล็ดลอดออกมาสู่สังคมมากขึ้นเรื่อยจน บางครั้งอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้เหมือนกัน


