#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/529725

‘บัวหลวงร่วมชุมชนแก้ภัยแล้ง’ โมเดลบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน สร้างต้นแบบชุมชนเข้มแข็ง ตามแนวพระราชดำริ พร้อมขยายเครือข่ายทั่วประเทศ
วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.
ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการ“บัวหลวงร่วมชุมชนแก้ภัยแล้ง” ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น
สถานการณ์ “ภัยแล้ง” ถูกยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ ทำให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามและวางแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างเร่งด่วนและเป็นระบบ เพื่อช่วยให้ประเทศไทยรอดพ้นปัญหา “น้ำท่วม-น้ำแล้ง” ที่เกิดขึ้นสลับกันไปมาเป็นเวลาหลายสิบปี และยังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปสู่ปัญหาอื่นๆ เช่น ปัญหาด้านความเป็นอยู่ และด้านเศรษฐกิจตามมา ด้วยความตระหนักในปัญหา ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ มูลนิธิบัวหลวง จึงร่วมกับภาครัฐและเอกชนดำเนินโครงการ “บัวหลวงร่วมชุมชนแก้ภัยแล้ง” สร้างเครือข่ายและพัฒนาองค์ความรู้ด้านกระบวนการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ทั้งเพื่อการอุปโภค- บริโภค และรองรับการทำการเกษตรได้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี ด้วยการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำเดิม การจัดหาที่กักเก็บน้ำรวมถึงการบริหารจัดการและกระจายน้ำสู่ชุมชนสร้างการมีส่วนร่วมให้คนในชุมชนพึ่งพาตนเองตามแนวพระราชดำริ โดยปัจจุบันเข้าไปช่วยเหลือแล้ว 22 แห่ง ครอบคลุม 6 จังหวัด ประกอบด้วย ขอนแก่น เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ พิษณุโลก และสุโขทัย ซึ่งใน 17 ชุมชน เป็นการเข้าไปแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค ส่วนอีก5 ชุมชน เป็นการช่วยเหลือเพื่อให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการเกษตร เพื่อเป็นต้นแบบถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้ชุมชนอื่นๆ เรียนรู้ ดำเนินรอยตามและขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศต่อไป
ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการบัวหลวงร่วมชุมชนแก้ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ว่า “ทางโครงการให้ความช่วยเหลือบริหารจัดการน้ำรวม 9 ชุมชน3 อำเภอ ประกอบด้วย ชุมชนบ้านโคกสำราญบ้านดอนปอแดง อ.บ้านแฮด, ชุมชนบ้านธาตุ บ้านชีกกค้อ บ้านหนองนางขวัญ อ.บ้านไผ่, ชุมชนบ้านหนองหวาย บ้านกุดหล่ม หมู่ 2, 3, 6, 7บ้านกุดหล่ม หมู่ 8 และบ้านดอนดู่ อ.ชนบทโดยวางแนวทางแก้ไขตามสภาพปัญหาและลักษณะของพื้นที่ ทั้งการขุดลอกร่องระบายน้ำจากแหล่งน้ำต้นทุน การขุดบ่อพักเพื่อกระจายน้ำเข้าในระบบ รวมทั้งสร้างระบบส่งน้ำด้วยไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ซึ่งทุกพื้นที่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายอย่างครบถ้วนแล้ว
.jpg)
“ธนาคารกรุงเทพเห็นความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด จึงร่วมมือกับมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์มาตั้งแต่ปี 2550 สนับสนุนโครงการบริหารจัดการน้ำอย่างเข้าใจถึงต้นตอและแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งทั่วประเทศมาทุกปี เช่น โครงการจัดทำโครงสร้างทางชลศาสตร์ ใน 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย ตาก พัทลุง ชัยภูมิ และบุรีรัมย์ พร้อมทั้งยกระดับความร่วมมือร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนในโครงการ “ร่วมมือ ร้อยใจรอดภัยแล้ง” น้อมนำแนวพระราชดำริและหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ซึ่งให้ความช่วยเหลือแล้ว 78 ชุมชน27 จังหวัด และยังมี โครงการเทิด ด้วย ทำ ร่วมกับชุมชนในกรุงเทพฯและปริมณฑลดูแลรักษาแม่น้ำลำคลอง ด้วยเข้าใจดีว่าปัญหาการบริหารจัดการน้ำอย่างไม่มีประสิทธิภาพนั้นไม่ได้เกิดเฉพาะแค่ในต่างจังหวัด แต่บางชุมชนในสังคมเมือง ก็ประสบปัญหาเหล่านี้ได้ด้วยเช่นกัน”
ร้อยตรีสมพงษ์ ไชยสง เจ้าของ“พงษ์เจริญฟาร์ม” ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงปลาบ้านหนองนางขวัญ และศูนย์การเรียนรู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น หนึ่งชุมชนตัวอย่างในโครงการ “บัวหลวงร่วมชุมชนแก้ภัยแล้ง” ที่ประสบกับปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค และเพื่อการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง แม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใกล้กับแหล่งน้ำต้นทุนคือ แก่งละว้า รวมทั้งยังประสบปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนด้วยเช่นกัน โดย ร้อยตรีสมพงษ์ หรือ ลุงพงษ์ ให้ข้อมูลว่าเริ่มทำเกษตรแบบผสมผสาน ตามทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง มาตั้งแต่ปี 2548 เพื่อเลี้ยงปลาหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งปลากะพง ปลานิล ตะเพียนยี่สก และกุ้งขาว บนพื้นที่ 56 ไร่ ซึ่งในพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำช่วงหน้าแล้ง ปริมาณน้ำไม่เพียงพอสำหรับเกษตรกรในพื้นที่ เนื่องจากต้องจัดสรรให้ครอบคลุม 13 หมู่บ้าน 3 อำเภอ รวมไปถึงใช้ในระบบชลประทานเพื่อใช้ผลิตน้ำประปาด้วย แต่หลังจากโครงการ “บัวหลวงร่วมชุมชนแก้ภัยแล้ง” เข้ามาในพื้นที่ ก็เริ่มศึกษาแนวทางให้ความช่วยเหลือด้วยการขุดลอกร่องระบายน้ำจากแก่งละว้ามายังจุดต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาความตื้นเขิน และเชื่อมต่อการกระจายน้ำไปยังพื้นที่ต่างๆ ในชุมชนอย่างทั่วถึง รวมทั้งทำการขุดบ่อพักน้ำไว้ที่บริเวณท่าสูบน้ำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสูบน้ำได้ดีขึ้น ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรในพื้นที่ลงได้
.jpg)
“ลุงพงษ์” ร้อยตรีสมพงษ์ ไชยสง เจ้าของ “พงษ์เจริญฟาร์ม” และพื้นที่บริเวณสระเลี้ยงปลาลุงพงษ์
ดร.ทวีลาภ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำให้มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ เท่ากับช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรได้ทางหนึ่ง เพราะหากขาดน้ำจะไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ ส่งผลกระทบต่อรายได้ และปัญหาสังคมในมิติอื่นๆ ตามมาขณะที่บทบาทของธนาคาร ในฐานะสถาบันการเงินซึ่งเกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ทั้งในมิติของเศรษฐกิจและในเชิงสังคม ประกอบกับมีสาขากระจายไปหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทำให้มีโอกาสรับรู้ปัญหา ความเดือดร้อนและความยากลำบากของผู้คนในหลายพื้นที่จึงเข้าใจและมองเห็นความสำคัญ พร้อมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือสนับสนุนการแก้ปัญหา ผ่านการสร้างเครือข่ายพัฒนาองค์ความรู้การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ปัญหาพื้นฐานของประเทศ และสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในมิติอื่นๆ ต่อไป


คณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ดูงานโครงการ “บัวหลวงร่วมชุมชนแก้ภัยแล้ง” จังหวัดขอนแก่น
ธนาคารกรุงเทพ และ มูลนิธิบัวหลวง นำโดย นายอาสา สารสิน ประธานกรรมการมูลนิธิฯ และ คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช กรรมการมูลนิธิฯ ร่วมลงพื้นที่รับฟังศึกษาปัญหา
ธนาคารกรุงเทพ และ มูลนิธิบัวหลวง นำโดย นายอาสา สารสิน ประธานกรรมการมูลนิธิฯ และ คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช กรรมการมูลนิธิฯ ร่วมลงพื้นที่รับฟังศึกษาปัญหา
ธนาคารกรุงเทพ และ มูลนิธิบัวหลวง นำโดย นายอาสา สารสิน ประธานกรรมการมูลนิธิฯ และ คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช กรรมการมูลนิธิฯ ร่วมลงพื้นที่รับฟังศึกษาปัญหา






