ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘วัดชินวราราม’ ภูมิถิ่นชาวมอญเมืองสามโคก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/530366

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘วัดชินวราราม’  ภูมิถิ่นชาวมอญเมืองสามโคก

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘วัดชินวราราม’ ภูมิถิ่นชาวมอญเมืองสามโคก

วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 09.30 น.

ภายในพระอุโบสถ

ทุกสถานที่นั้นหากไม่เป็นแหล่งท่องเที่ยวแล้วก็มักจะถูกทิ้งความสำคัญไปอย่างน่าเสียดาย การตามรอยสยาม..จึงเป็นการตามหาภูมิบ้านภูมิเมืองที่ยังหลงหูหลงตาเท่าที่ทำได้  ในจังหวัดปทุมธานี นั้นมีวัดสำคัญที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง ครั้งนี้ได้ตามรอยที่วัดชินวรารามวรวิหาร ซึ่งเดิมเป็นวัดเก่าชื่อวัดมะขามใต้ สร้างเมื่อประมาณ ๒๓๕๘ ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวงชั้นโทชนิดวรวิหาร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ในหมู่ที่ ๒ บ้านบางขะแยง ตำบลบางขะแยง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ด้วยเหตุที่ได้รับการปฏิสังขรณ์ใหม่โดย พระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้าอดีตเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีชื่อวัดใหม่ว่าวัดชินวรารามวรวิหาร ในการปฏิสังขรณ์นั้น ได้ทำให้พระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องทศชาติชาดก สวยงามพร้อมคำบรรยายเป็นโคลงสี่สุภาพ ซึ่งภายในนั้นประดิษฐานพระพุทธชินวร (หลวงพ่อทองคำ) เป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย ที่อัญเชิญมาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

ตักบาตรพระร้อยปทุมธานี

นอกจากนี้ยังได้มีการสร้างตำหนักเจ้าแม่กวนอิมริมน้ำ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๖ พระวิหารพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๐ พระตำหนักชินวรสิริวัฒน์ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๕ ศาลาการเปรียญ หอระฆัง ศาลาท่าน้ำและมณฑปใหม่ที่สร้างขึ้นจากโครงสร้างเดิมพร้อมรอยพระพุทธบาทจำลอง สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๒ ทำให้วัดนี้ทิ้งร่องรอยของวัดมะขามใต้แต่เดิมสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นไป ครั้นเมื่อมีการยกพื้นพระอุโบสถขึ้นหนีน้ำนั้นกลับพบเศียรและชิ้นส่วนพระพุทธรูปศิลาทรายจำนวนมากเป็นศิลปะอยุธยาตอนปลาย จึงทำให้ต้องตามรอยกันต่อว่าโบราณวัตถุสมัยอยุธยาที่พบนี้น่าจะอยู่ที่เดิมหรือวัดใด ซึ่งห่างจากวัดชินวรารามไปตามฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาเลี้ยวขวาออกจากวัดไปประมาณ ๑๐๐ เมตร มีวัดป่ากลางทุ่งหรือวัดเจตวงศ์ ซึ่งเป็นวัดร้าง ยังเหลือ โบสถ์ จิตรกรรมผนังและเจดีย์อยู่ให้เห็น ภาพจิตรกรรมฝาผนังนั้นฝีมืออยู่ในสมัยอยุธยาตอนปลาย ซึ่งสันนิษฐานว่าเดิมน่าจะสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย สอดคล้องกับประวัติศาสตร์ว่าเมื่อ พ.ศ. ๒๒๐๒ ชาวมอญที่เคยร่วมทัพกับพม่านั้นได้พาครอบครัวประมาณหนึ่งหมื่นคนออกจากเมืองเมาะตะมะหลบหนีเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในกรุงศรีอยุธยาและบางส่วนอยู่พื้นที่ด้านนอกโดยเฉพาะตำบลสามโคกซึ่งมีการสร้างแหล่งเตาเผาส่งภาชนะออกขายจนรุ่งเรืองเป็นเมืองสามโคก ครั้งหลังสุดสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้มีชาวมอญที่ถูกเกณฑ์สร้างเจดีย์เมงกุนอีก ๔ หมื่นคนอพยพมาอยู่อีก

พระพุทธรูปทอง

ครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒โปรดฯให้กรมพระราชวังบวรสถานมงคลขึ้นมารับและจัดสรรพื้นที่ให้ชาวมอญได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ในแถบสามโคก นนทบุรี จนถึงพระประแดง เมื่อรัชกาลที่ ๒ เสด็จตำบลสามโคก ทรงได้รับดอกบัวจากชาวมอญจึงตั้งชื่อเมืองให้ว่า ปทุมธานี ด้วยเหตุนี้ประเพณีของชาวมอญตามชุมชนริมแม่น้ำซึ่งมีวัดตั้งอยู่นั้นได้รักษาประเพณีตักบาตรพระร้อย เป็นประเพณีตักบาตรทางน้ำในช่วงเทศกาลออกพรรษาที่ชาวปทุมธานี โดยเฉพาะชาวไทยเชื้อสายมอญ ปฏิบัติกันมานานนับร้อยปี โดยมีพิธีถือปฏิบัติว่าหากวัดใดที่จะจัดพิธีตักบาตรพระร้อยต้องแจ้งกำหนดวันเสียก่อน ซึ่งประเพณีจะเริ่มตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำ ไปจนถึงวันแรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๑๑ วนเวียนกันไปในแต่ละวัด ซึ่งมีการนิมนต์พระเพื่อร่วมพิธีตั้งแต่เช้ามืด โดยจัดลำดับหมายเลขก่อนหลัง เสร็จแล้ววัดเจ้าภาพจึงถวายภัตตาหารเช้าแก่พระที่ร่วมพิธี การตักบาตรพระร้อย ซึ่งนำโดยเรือพระพุทธรูป วัดเจ้าภาพส่วนใหญ่นั้นนิยมใช้เรือกระแชง ภายในเรือจะตั้งพระพุทธรูป โต๊ะหมู่บูชา ดอกไม้ธูปเทียน จากนั้นจึงเป็นเรือพระสงฆ์เรียงตามลำดับหมายเลขที่ได้รับ เดิมนั้นชาวบ้านจะพายเรือแบบพ่อพายท้าย แม่พายหัว ลูกนั่งกลางลำเรือ มาจอดเรือจับเข้ากันเป็นพวงหน้าวัด แล้ว จัดเตรียมอาหารมาใส่บาตร ส่วนพระภิกษุลงเรือนั่งเป็นประธาน มีศิษย์วัดนั่งหัวเรือ ท้ายเรือคอยสาวเรือไปตามพวง เพื่อรับอาหารบิณฑบาต ปัจจุบันชาวบ้านนั่งใส่บาตรบนตลิ่งหน้าวัดแทน ชุมชนมอญที่ตั้งบ้านอยู่ริมน้ำจึงสร้างวัดมาตั้งแต่สมัยพระนารายณ์ถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้นพระอุโบสถที่ยกพื้นสูงขึ้น

พระอุโบสถที่ยกพื้นสูงขึ้นสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์เศียรพระวัดชินวรารามเศียรพระวัดชินวรารามเศียรหินทราย

เศียรหินทรายหนังสือประวัติ

หนังสือประวัติ

Leave a comment