ชายคาพระพิรุณ : 9 พฤศจิกายน 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/530577

ชายคาพระพิรุณ : 9 พฤศจิกายน 2563

ชายคาพระพิรุณ : 9 พฤศจิกายน 2563

วันจันทร์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส้มหล่นใส่พี่น้องชาวนาและชาวสวนยางพารา 2.9 ล้านครัวเรือน เมื่อลุงตู่ใจป้ำ ทุ่มงบกว่า 6 หมื่นล้านบาท ประกันรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2563/64 วงเงิน 51,858 ล้านบาท และโครงการประกันรายได้ชาวสวนยางระยะที่สองวงเงิน 10,042 ล้านบาท นอกจากนี้ ครม.สัญจร ยังอนุมัติมาตรการคู่ขนานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2563/64 ประกอบไปด้วย 3 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีปีการผลิต 2563/64 วงเงิน 19,826 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 1 พฤศจิกายน 2563-31 ธันวาคม 2564 2.โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2563/64 วงเงิน 15,000 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ ตุลาคม 2563 – 31 ธันวาคม 2564 และ 3. โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก วงเงิน 610 ล้านบาท ปีการผลิต 2563/64 ระยะเวลาโครงการ 1 ตุลาคม 2563 – 31 ตุลาคม 2565 เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ในช่วงที่มีข้าวเปลือกออกสู่ตลาดมาก โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 7 ล้านตันข้าวเปลือก ซึ่งทั้ง 3 โครงการจะใช้เงินงบประมาณรวมทั้งสิ้น 35,999 ล้านบาท รวมทั้งโครงการ สนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2563/2564 โดยให้จ่ายเงินเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวกับกรมการส่งเสริมการเกษตร ในอัตราไร่ละ 500 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ หรือครัวเรือนละไม่เกิน 10,000 บาท เป็นการจ่ายก่อนในเบื้องต้น วงเงินจ่ายขาด 28,046 ล้านบาท

ครม.ยังอนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางระยะที่ 2 วงเงิน 10,042 ล้านบาท ครอบคลุมเกษตรกรชาวสวนยางกว่า 1.8 ล้านราย พื้นที่ปลูกยางพารากว่า 18 ล้านไร่ โดยยึดหลักเกณฑ์เดิมตามโครงการระยะที่ 1 ส่วนระยะเวลาโครงการ เดือนกันยายน 2563 – กันยายน 2564 (ประกันรายได้ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 – 1 มีนาคม 2564) ยิ่งกว่านั้น ครม.สัญจร ยังได้อนุมัติ โครงการคู่ขนานตามมติคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ ครั้งที่ 1/2563 โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 และช่วยให้เกษตรกรชาวสวนยางขายไม้ยางพาราได้ในราคาที่เป็นธรรม รวมถึงสนับสนุนการลดพื้นที่ปลูกยางพารา โดยธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ สนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้ชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี แต่ไม่เกิน 600 ล้านบาท และมีค่าบริหารจัดการโครงการ 4 ล้านบาท ส่วนเป้าหมายของโครงการมีดังนี้ (1) ผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ร้อยละ 80 (2) กระตุ้นการโค่นยาง จำนวน 400,000 ไร่ และดูดซับไม้ยางจากการโค่น จำนวน 12 ล้านตัน และ (3) ราคาไม้ยางที่คาดหวังเฉลี่ย 1,300 บาทต่อตัน ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 – กันยายน 2565 ซึ่งขณะนี้ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเดินหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรและมาตรการเสริมทันที…

ขออนุญาตชี้แจง กรณีคอลัมน์ส่องเกษตร ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์แนวหน้าในช่วงเช้าของวันที่ 4 พ.ย.2563 ได้มีข้อผิดพลาดทางเทคนิค เนื่องจากได้มีการนำเนื้อหาข่าวอื่นมาสลับลงในคอลัมน์ส่องเกษตร โดยลงชื่อผู้เขียนคือคุณสมชาย ชาญณรงค์กุล หน้าเกษตรจึงขอเรียนชี้แจงว่า เนื้อหาที่เผยแพร่ในเว็บไซต์แนวหน้าช่วงเวลาดังกล่าวไม่ใช่บทความซึ่งเขียนโดยคุณสมชาย ชาญณรงค์กุล และเมื่อทางหน้าเกษตรทราบเรื่อง จึงได้มีการแก้ไขนำบทความซึ่งเขียนโดยคุณสมชาย ชาญณรงค์กุล มาเผยแพร่ให้ถูกต้องจนถึงปัจจุบัน หน้าเกษตร ต้องขออภัยผู้อ่านมาที่ทำให้สับสน และขออภัยคุณสมชาย ชาญณรงค์กุล ที่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น

ขุนเกษตรา

Leave a comment