#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/530581

รายงานพิเศษ : ก้าวขึ้นสู่ปีที่4‘สทนช.’ มิติใหม่ของการขับเคลื่อนทรัพยากรน้ำ
วันจันทร์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.
ย้อนไปเมื่อปี 2560 รัฐบาลต้องการให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศมีเอกภาพ ลดความซ้ำซ้อน จึงตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ขึ้นมาตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 46/2560 เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2560 ทำหน้าที่บูรณาการงาน ข้อมูลแผนงานโครงการ งบประมาณ ตลอดจนการติดตามประเมินผล และการควบคุมการปฏิบัติงาน ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำที่มีอยู่กว่า 30 หน่วยงาน
จากวันนั้นที่สทนช.ตั้งขึ้นมาใหม่ๆ ว่าคำเปรียบเปรยว่า จะเป็นแค่ “เสือกระดาษ” แต่เมื่อมาถึงวันนี้ วันที่ สทนช. มีอายุครบ 3 ปี และกำลังก้าวขึ้นสู่ปีที่ 4 ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศเที่เป็นระบบมากขึ้น ลดการทำงานซ้ำซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถวิเคราะห์ เสนอแนวทางแก้ปัญหาน้ำได้ทันสถานการณ์ สทนช.ไม่ใช่แค่เสือกระดาษแล้ว แต่เป็นเสือในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำตัวจริง!
ต้องยอมรับว่า บุคคลสำคัญที่ทำให้สทนช.เป็นรูปร่าง ก้าวมาถึงวันนี้คือ ดร.สมเกียรติ ประจำวงศ์ เลขาธิการ สทนช. คนแรกและคนปัจจุบัน อดีตอธิบดีกรมชลประทาน
.jpg)
ดร.สมเกียรติ กล่าวว่า จากปีที่ 3 เข้าสู่ปีที่ 4 ในปี 2564 สทนช.จะขับเคลื่อนแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ทั้ง 6 ด้านต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านที่ 1 น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และด้านที่ 4 คุณภาพน้ำที่ต้องบูรณาการหน่วยงานเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการประปาหมู่บ้านในระยะ 20 ปี และเตรียมความพร้อมดำเนินการ รวมทั้งจัดแผนแม่บทลุ่มน้ำที่สอดคล้องกับปัญหาและศักยภาพของพื้นที่ โดยมีเป้าหมายและตัวชี้วัดให้ชัดเจน จัดทำแผนปฏิบัติการระยะสั้น ระยะปานกลาง ให้สอดคล้องกับตัวชี้วัดของแผนแม่บทลุ่มน้ำ เสนอแผนแม่บทลุ่มน้ำ แผนปฏิบัติการ แผนงานตามนโยบายรัฐบาลและการขับเคลื่อนโครงการสำคัญ ผ่านคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดและคณะกรรมการลุ่มน้ำ ให้เป็นไปตามขั้นตอนการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำ
นอกจากนี้ สทนช. จะปรับปรุงการติดตาม ประเมินผลแผนงานและโครงการ โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยผ่าน app Thai Water Plan ซึ่งมีกลไกการติดตามระดับพื้นที่ ระดับลุ่มน้ำ ผ่านคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดและคณะกรรมการลุ่มน้ำ เพื่อวิเคราะห์ สรุปรวบรวมเสนอต่อ กนช. และครม. ต่อไป
ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา สทนช.ดำเนินงานตามภารกิจด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาและวางรากฐานงานด้าน “น้ำ” ของประเทศอย่างเป็นธรรมและยั่งยืนในทุกมิติ ภายใต้บทบาทเสนาธิการด้านน้ำของประเทศ สทนช.ให้คุณค่ากับการดำเนินงานของหน่วยงานและผู้ปฏิบัติงานทุกระดับและทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อให้เกิดการบูรณาการอย่างแท้จริงและขับเคลื่อนร่วมกันอย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่ง สทนช.บูรณาการขับเคลื่อนแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนสามารถกำหนดแนวทางการดำเนินงาน เป้าหมาย ตัวชี้วัด รวมทั้งจัดทำแผนหลักและแผนปฏิบัติการ ตลอดจนได้พัฒนาพื้นที่ต้นแบบสำหรับการขยายผลให้บรรลุเป้าหมาย
แผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปีดังกล่าว มีทั้งหมด 6 แผนงาน/แนวทางประกอบด้วย
1.แผนปฏิบัติการด้านการจัดการน้ำเสียชุมชน 20 ปี ตั้งเป้าจัดระบบบำบัดน้ำด้ 1.7 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)ต่อวัน ประชาชนได้ประโยชน์ 10 ล้านคน 2.แผนปฏิบัติการโครงการเพื่อการพัฒนาปี 2562-2563 เพิ่มกำลังการผลิตได้ 989,160 ลบ.ม.ต่อวัน ประชาชนได้ประโยชน์ 1 ล้านคน 3.แผนหลักการป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนสำคัญ 715 ชุมชน ประชาชนได้ประโยชน์ 7.82 ครัวเรือน
4.แผนปฏิบัติการด้านการจัดการน้ำต้นทุน จ.ภูเก็ต 3 โครงการ 5.แผนบูรณาการอุตุนิยมวิทยาเขตร้อนปี 2562-2563 เพื่อให้ระบบการพยากรณ์อากาศมีความแม่นยำทันสมัย และ 6.แนวทางจัดการคุณภาพน้ำและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ โดยเร่งรัดก่อสร้าง ฟื้นฟู ตรวจสอบระบบบำบัดน้ำเสียเก็บค่าบริการบำบัดน้ำเสียตามผู้ก่อมลพิษ พร้อมปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ เป็นอีกผลงานหนึ่งที่สทนช.บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานจนเป็นรูปธรรมตลอดระยะเวลา 3 ปี สทนช.ยังขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญอีก 526 โครงการ โดยแบ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 151 โครงการ โครงการที่ต้องเตรียมเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) 128 โครงการ และโครงการที่ต้องรายงานความก้าวหน้าต่อ กนช.ในภาพรวม 247 โครงการ พร้อมเสนอแผนงาน/โครงการด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร 102 แผนงาน/โครงการ วงเงินกว่า 14,223 ล้านบาท โดยได้รับอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 แล้ว 31 โครงการ วงเงิน 882 ล้านบาท ที่เหลือ 71 โครงการ อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม และบรรจุเข้าแผนเพื่อเสนอของงบประมาณวงเงิน 13,341 ล้านบาท
ล่าสุด สทนช.ยังขับเคลื่อนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ปี 2563-2580 จำนวน 38 โครงการ วงเงิน 52,191 ล้านบาท ได้ปริมาณน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้น 872 ล้าน ลบ.ม. โดยในจำนวนนี้ สทนช.กำกับขับเคลื่อนโครงการไปแล้ว 16 โครงการ ดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2565 จะได้น้ำเพิ่มขึ้น 253.60 ล้าน ลบ.ม.
แผนปฏิบัติการและแผนงบประมาณด้านทรัพยากรน้ำ ตลอดจนการติดตามประเมินผลโครงการ เป็นอีกผลงานหนึ่งที่เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมประกอบด้วย
.jpg)
1.ผลดำเนินงานแผนบูรณาการน้ำปี 2563 จำนวน 3,621 โครงการ งบประมาณ 56,711 ล้านบาท
2.งบกลางปี 2563 บูรณาการหน่วยงานจัดทำโครงการแก้ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วมและโครงการเร่งด่วนเพื่อการกักเก็บน้ำฤดูฝนปี 2563 โดย ครม.ได้อนุมัติงบกลางจำนวน 30,985 โครงการ วงเงิน 28,831 ล้านบาท และนายกรัฐมนตรีอนุมัติอีก 69 โครงการ 24,59 ล้านบาท
3.จัดทำแผนปฏิบัติการด้านน้ำปี 2564 จำนวน 26,810 โครงการ วงเงิน 115,448 ล้านบาท
4.ติดตามประเมินผลโครงการตามแผนบูรณาการด้านน้ำปีงบประมาณ 2563 และงบกลางปี 2563
และ 5.Thai Water Plan เป็นการพัฒนาระบบฐานข้อมูลแผนปฏิบัติการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแผนงบประมาณรายจ่ายปี 2563 ตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และพัฒนาระบบติดตามพร้อมทั้งรายงานผลการปฏิบัติงานแผนบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 30,985 โครงการ วงเงิน 28,831 ล้านบาท
ภารกิจหลักอีกเรื่องที่ สทนช.ได้ขับเคลื่อนในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาคือ การดำเนินงานภายใต้พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ
พ.ศ.2561 และจัดทำกฎหมายลำดับรอง เป็นอีกผลงานที่สทนช.ได้ดำเนินการด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยเฉพาะร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดลุ่มน้ำ พ.ศ….. ได้ผ่านความเห็นชอบจากครม.แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างทูลเกล้าฯเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย รวมทั้งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำ 76 จังหวัด ร่างกฎกระทรวง 7 ฉบับ ระเบียบ/ประกาศอีก 4 ฉบับ
“สทนช.ยังได้สร้างกลไกบริหารจัดการน้ำให้เป็นระบบ จัดตั้งและขับเคลื่อนกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ซึ่งดำเนินแก้ปัญหาคุณภาพน้ำบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง การแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ EEC การคาดการณ์ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงภัย พิจารณาปรับแผนปลูกข้าวนาปรังให้เก็บเกี่ยวก่อนฤดูน้ำหลากเพื่อใช้เป็นพื้นที่รองรับน้ำหลาก จัดทำหลักเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง การเร่งรัดแก้ปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำ กำจัดวัชพืช จัดทำแผนเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำต้นทุน ติดตามเร่งรัดดำเนินงานงบกลางและสร้างการรับรู้กับประชาชน นอกจากนี้ สทนช.ยังให้ความสำคัญในการสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิ ภาพการบริหารจัดการน้ำ การพัฒนาและเป็นศูนย์กลางความร่วมมือระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ลุ่มน้ำโขง ความร่วมมือด้านน้ำนานาประเทศ” เลขาธิการ สทนช. กล่าว
ผลงานและการวางแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของสทนช. ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา น่าจะเป็นเครื่องการันตีได้ว่า การขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศมาถูกทางแล้ว มีเอกภาพมากขึ้น มีการบูรณาการ การทำงานเป็นระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการซ้ำซ้อน โดยยึดมั่นในประโยชน์ของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการก้าวขึ้นสู่ปีที่ 4 และปีต่อๆไปของสทนช.