คุยกัน7วันหน : ย้อนหลังดูคู่แข่ง ที่ยอมรับความพ่ายแพ้เป็น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/531839

คุยกัน7วันหน : ย้อนหลังดูคู่แข่ง  ที่ยอมรับความพ่ายแพ้เป็น

คุยกัน7วันหน : ย้อนหลังดูคู่แข่ง ที่ยอมรับความพ่ายแพ้เป็น

วันอาทิตย์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 08.15 น.

จนถึงตอนนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงไม่ออกมายอมรับความพ่ายแพ้ ต่อโจ ไบเดน คู่แข่งจากฝั่งเดโมแครต ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐแม้เวลาจะล่วงเลยมา 10 กว่าวันแล้ว และไบเดนก็ได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง ทะลุหลัก 300 คะแนน จากทั้งหมด 538 คะแนนเกินกว่าคะแนนขั้นต่ำที่ต้องรวบรวมได้อย่างน้อย 270 คะแนนไปไกลแล้วก็ตาม

ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ต่างก็ออกมายอมรับความพ่ายแพ้ เกือบจะในทันทีหลังทราบว่าคู่แข่งของเขารวบรวมคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง ได้ถึง 270 คะแนน ลองไปไล่เลียงดู

ในการเลือกตั้งปี 2535 อดีตประธานาธิบดี จอร์จ บุช ได้กล่าวหลังพ่ายแพ้การเลือกตั้งให้กับอดีตประธานาธิบดีบิลล์คลินตัน เรียกร้องให้ชาวอเมริกันมองข้ามความเห็นต่างระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง แล้วหันไปสนับสนุนประธานาธิบดีคนใหม่ของประเทศ

สี่ปีต่อมา อดีตวุฒิสมาชิกบ๊อบ โดล จากรีพับลิกัน กล่าวยอมรับความพ่ายแพ้ ด้วยการห้ามปรามผู้สนับสนุนไม่ให้โห่ร้องต่อต้านชัยชนะของนายคลินตันที่คว้าชัยชนะเป็นสมัยที่สอง พร้อมกับบอกด้วยว่า คลินตันเป็นคู่แข่งของเขา แต่ไม่ใช่ศัตรู

ในปี 2543 การแข่งขันระหว่างนายอัล กอร์ กับอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุชกลายเป็นที่จดจำของทั้งชาวอเมริกันและผู้คนทั่วโลก เพราะมีการยื่นเรื่องต่อสู้กันทางกฎหมายถึงผลการเลือกตั้ง แต่ในที่สุดอัล กอร์ ก็แถลงยอมรับความพ่ายแพ้ พร้อมกล่าวกับชาวอเมริกันว่า เขาไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาล แต่เพื่อความเป็นเอกภาพของชาวอเมริกันและความเข้มแข็งของประชาธิปไตย เขาขอยอมรับความพ่ายแพ้การเลือกตั้ง

ส่วนการเลือกตั้งเมื่อปี 2547 อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ได้คะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้ง เฉือนชนะคู่แข่งอย่างนายจอห์น แคร์รี ไปเพียง 35 เสียง แต่นายแคร์รีตัดสินใจประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ แทนที่จะยื่นเรื่องคัดค้านให้ผลการเลือกตั้งต้องยืดเยื้อออกไป

ต่อมาในปี 2551 วุฒิสมาชิกจอห์น แม็คเคน พ่ายแพ้การเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ ที่ทำให้นายบารัค โอบามา ได้กลายเป็นประธานาธิบดีเชื้อสายแอฟริกันคนแรกของสหรัฐ ซึ่งสว.แม็คเคนได้แสดงความยินดีกับชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันพร้อมกับเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนเขาร่วมมือกับรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโอบามาเพื่อความเป็นเอกภาพของประเทศ

หลังจากนั้น 4 ปี นายมิตต์รอมนีย์ ก็ประกาศยอมรับความพ่ายแพ้การเลือกตั้งให้กับอดีตประธานาธิบดีโอบามาแบบไม่มีเงื่อนไข เช่นเดียวกับ นางฮิลลารี คลินตัน ที่ยอมรับความพ่ายแพ้หลังโดนัลด์ ทรัมป์ คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อปี 2559 แบบล็อกถล่ม จนหมดหวังสร้างสถิติเป็นผู้หญิงคนแรกที่จะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ และเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนร่วมมือกับผู้นำคนใหม่เพื่ออนาคตที่ดีของประเทศ

ลองมาดูกันไหมว่า ทรัมป์จะกล้าออกปากยอมรับความพ่ายแพ้แบบแมนๆ หรือเปล่า

Leave a comment