#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/522465

อึ้ง! สช.เผยผลตรวจ’ครู-บุคลากร’ ร.ร.สารสาสน์ฯ ราชพฤกษ์ 398 คน พบมีเอกสารครบ 141 คน
วันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 16.24 น.
วันที่ 2 ตุลาคม 2563 นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) เปิดเผยว่า ตามที่ สำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.)ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ลงไปหาข้อมูลในโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ นนทบุรี แล้วนั้น เบื้องต้นพบว่าโรงเรียนมีครูและบุคลากรทั้งหมด 398 คน แบ่งเป็นครูไทย 194 คน ครูต่างชาติ 127 คน บุคลากรทางการศึกษา 32 คน พี่เลี้ยงเด็ก 45 คน ในจำนวนนี้รวมถึงครูจุ๋มด้วย โดยในส่วนของครูไทย 193 คนนั้น พบว่ามีเอกสารยืนยันใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูครบ 142 คน ใบอนุญาตฯ หมดอายุ 4 คน ทางสช.จึงกำลังตรวจสอบว่าได้ไปต่อใบอนุญาตฯแล้วหรือยัง และระหว่างนี้โรงเรียนให้ปฏิบัติหน้าที่อะไร หากให้ปฏิบัติหน้าที่สอนโรงเรียนก็มีความผิด ส่วนอีก 52 คน ยังหาเอกสารไม่ครบจึงยังไม่สามารถยืนยันข้อมูลได้
นายอรรถพล กล่าวต่อว่า สำหรับครูต่างชาติ พบว่า 76 คน ที่ขออนุญาตเข้ามาปฏิบัติการสอนและมีใบอนุญาตฯถูกต้อง ส่วนอีก 51 คน มีเฉพาะรายชื่อกับสัญชาติแต่ไม่มีข้อมูลอื่น ซึ่งจะต้องมาตรวจสอบว่า มีสัญญาจ้าง และเข้าเมืองมาอย่างถูกต้องหรือไม่ และสอนเด็กระดับไหนอย่างไร สำหรับบุคลากร 32 คน และพี่เลี้ยงเด็ก 45 คน รวมเป็น 77 คนนั้น กำลังตรวจสอบสัญญาจ้าง และให้ปฏิบัติหน้าที่ได้ถูกต้องตามสัญญาจ้างหรือไม่ กรณีหากเป็นบุคลากรอื่นที่ไม่ใช่บุคลากรทางการศึกษา ทางโรงเรียนได้ ทำประกันสังคมให้หรือไม่ เพราะถ้าเป็นบุคลากรทางการศึกษา จะเข้าระบบกองทุนสงเคราะห์ได้ตามระเบียบ อีกปัญหาหนึ่งที่พบในโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ นนทบุรี ในตราสารจัดตั้งได้ขออนุญาตให้มีรองผู้อำนวยการโรงเรียน 3 คน แต่ทางโรงเรียนกลับไม่มีการแต่วตั้ง มีเพียงผู้อำนวยการโรงเรียนคนเดียวทำหน้าที่ เมื่อผอ.ไม่อยู่ก็ไม่มีผู้บริหารดูแล เป็นเหตุให้การบริหารงานผิดพลาด แม้กระทั่งการจัดเก็บเอกสารของโรงเรียนก็ไม่เป็นระบบ เรื่องเหล่านี้ผู้อำนวยการโรงเรียนคนเดียวไม่สามารถดูแลได้ครอบคลุม เพราะเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ ขณะที่ครูขาดความมั่นใจในบทบาทหน้าที่ การทำงานจึงไม่เป็นระบบและเกิดปัญหาขึ้น
“สช.กำลังไล่ตรวจสอบโรงเรียนสารสาสน์ราชพฤกษ์วิเทศราชพฤกษ์ รวมถึงสาขาอื่นๆด้วย แต่เท่าที่ดูยังไม่ถึงขั้นต้องตั้งคณะกรรมการเข้าไปควบคุม เพราะหลักการควบคุมสถานศึกษา จะสามารถดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อ พิจารณาแล้วเห็นว่าโรงเรียนนี้ไม่สามารถบริหารจัดการเองได้ แต่ตอนนี้ทางผู้บริหารเองก็พยายามแก้ไขปัญหา และ สช.คิดว่า ทางโรงเรียนยังมีศักยภาพ ที่จะบริหารโรงเรียนต่อไปได้ เพียงแต่ต้องจัดระบบการบริหารใหม่” นายอรรถพล กล่าว