เลิกความผิด ‘ค้าประเวณี’ แก้ ‘ส่วย-ค้ามนุษย์-โรคติดต่อ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เลิกความผิด‘ค้าประเวณี’ แก้‘ส่วย-ค้ามนุษย์-โรคติดต่อ’ (naewna.com)

เลิกความผิด‘ค้าประเวณี’  แก้‘ส่วย-ค้ามนุษย์-โรคติดต่อ’

เลิกความผิด‘ค้าประเวณี’ แก้‘ส่วย-ค้ามนุษย์-โรคติดต่อ’

วันพุธ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 08.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ (Empower Foundation) องค์กรภาคประชาสังคม (NGO) ที่รณรงค์เรื่องสิทธิของผู้ขายบริการทางเพศและพนักงานในสถานบันเทิง “เชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อยกเลิกการกำหนดให้การขายบริการทางเพศในกรณีสมัครใจและมีอายุ 18 ปีขึ้นไปเป็นความผิดตามกฎหมาย” ซึ่งปัจจุบันยังมีการระบุความผิดเรื่องดังกล่าวไว้ใน พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 (มาตรา 7) มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน-2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 10,000-40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ “ตลอดระยะเวลาที่กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ พบว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ รวมถึงการค้าประเวณีในกลุ่มเด็กและเยาวชนได้จริง”ดังจะเห็นข่าวการจับกุมสถานบริการที่ล่อลวงผู้ที่ไม่ได้สมัครใจ รวมถึงที่นำพาเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีมาขายบริการทางเพศอยู่เป็นระยะๆ “หากยกเลิกความผิดฐานค้าประเวณี คนที่ทำอาชีพดังกล่าวโดยสมัครใจจะช่วยเป็นหูเป็นตาช่วยแจ้งเบาะแสให้รัฐได้อีกทางหนึ่ง” เพราะไม่ต้องกังวลว่าเมื่อไปสถานีตำรวจแล้วตนเองจะถูกจับกุมดำเนินคดีก่อนในข้อหาค้าประเวณี

นอกจากนี้ยังช่วย “แก้ปัญหาคอร์รัปชั่น” ที่ผ่านมา “แม้ประเทศไทยจะกำหนดให้การค้าประเวณีเป็นอาชีพผิดกฎหมาย แต่ในความเป็นจริงไม่ว่าคนไทยหรือนักท่องเที่ยวต่างชาติต่างรู้ดีว่าจุดไหนของแต่ละเมืองเป็นสถานบริการที่มีการขายบริการทางเพศ คำถามคือสถานบริการเหล่านี้เปิดได้อย่างไร” เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลพื้นที่นั้นไม่รู้เรื่องจริงหรือ “การยกเลิกความผิดฐานค้าประเวณี จะทำให้เม็ดเงินที่อยู่นอกระบบถูกดึงกลับเข้ามาเป็นรายได้ของรัฐ” เป็นงบประมาณแผ่นดินนำไปพัฒนาประเทศ เป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวม

อนึ่ง “ข้อกังวลที่ว่าหากยกเลิกความผิดฐานค้าประเวณีแล้วจะทำให้ไม่สามารถคุ้มครองเด็กและเยาวชน หรือไม่อาจปกป้องประชาชนจากการถูกบังคับล่อลวงไปขายบริการทางเพศนั้น ในความเป็นจริงประเทศไทยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว” เช่น ประมวลกฎหมายอาญา ว่าด้วยความผิดฐานพรากผู้เยาว์ (มาตรา 317-319)และหมวดความผิดเกี่ยวกับเพศ (อาทิ มาตรา 277, 278, 279,282, 283, 283 ทวิ, 284เป็นต้น) รวมถึง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กพ.ศ.2546 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551

“การยกเลิกความผิดฐานค้าประเวณี (โดยสมัครใจและอายุเกิน 18 ปี) จึงไม่ทำให้ภาครัฐดำเนินมาตรการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชนได้น้อยลงแต่อย่างใด” ในทางกลับกัน “การยกเลิกความผิดฐานค้าประเวณี ยังเพิ่มการคุ้มครองแรงงานกลุ่มนี้ด้วย” เช่น หากอยู่ใน
สถานบริการก็จะเข้าสู่ช่องทางกฎหมายคุ้มครองแรงงานและกฎหมายประกันสังคม

หรือหากอยู่ข้างนอก อย่างน้อยที่สุดสามารถปฏิเสธลูกค้าที่ต้องการใช้บริการแบบไม่ปลอดภัยทั้งเรื่องความรุนแรงและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น มีการทำร้ายร่างกาย หรือไม่ใช้ถุงยางอนามัย “หากการขายบริการทางเพศยังเป็นความผิดอาจทำให้ผู้ขายบริการไม่กล้าปฏิเสธหรือไม่กล้าไปแจ้งความ กรณีถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์แบบไม่ปลอดภัย ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบต่อผู้ขายบริการแล้วยังรวมถึงสังคมโดยรวมด้วย” เพราะเท่ากับยังเปิดช่องให้มีกลุ่มเสี่ยงเอื้อต่อการเกิดโรคระบาด

การยกเลิกความผิดฐานค้าประเวณีจึงเป็นทั้งการควบคุมโรค และยังสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล เพราะแม้กระทั่งคนทำผิดกฎหมายถูกจำคุกจำกัดอิสรภาพ แต่ก็ยังต้องมีมาตรฐานขั้นต่ำในการคุ้มครองในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ไม่สามารถลงโทษโดยทารุณโหดร้ายได้ นอกจากนี้ “การยกเลิกความผิดฐานค้าประเวณี ยังทำให้คนเหล่านี้มีทางเลือกมากขึ้นในอนาคต หากวันหนึ่งต้องการออกจากอาชีพดังกล่าวก็สามารถไปหางานอื่นทำได้ โดยไม่ถูกตีตราเลือกปฏิบัติ” จากประวัติอาชญากรรมที่ครั้งหนึ่งเคยถูกจับในข้อหาค้าประเวณี

สำหรับผู้ที่ต้องการร่วมลงชื่อยกเลิกความผิดฐานค้าประเวณี สามารถเข้าไปดาวน์โหลดเอกสารร่วมลงชื่อและศึกษารายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ https://www.empowerlibrary.online เลือกหัวข้อ “NobodyWrong Empower” หรือที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ“Empower Foundation” หรือหมายเลขโทรศัพท์ 053-282504 และส่งเอกสารร่วมลงชื่อได้ที่ มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ 322 เชียงใหม่แลนด์ ถ.ช้างคลาน ต.ช้างคลาน อ.เมืองจ.เชียงใหม่ 50100 โดยเมื่อครบ 1 หมื่นรายชื่อตามที่รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 กำหนดแล้ว จะยื่นต่อรัฐสภาเพื่อเข้าสู่ช่องทางพิจารณากฎหมายต่อไป!!!

Leave a comment