‘เอนก’ จับมือ ‘ม.ขอนแก่น – 6สถาบันเครือข่าย’ ตั้งเป้าใช้ ‘งานวิจัย’ พัฒนาภาคอีสานอย่างยั่งยืน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘เอนก’จับมือ‘ม.ขอนแก่น-6สถาบันเครือข่าย’ ตั้งเป้าใช้‘งานวิจัย’พัฒนาภาคอีสานอย่างยั่งยืน (naewna.com)

‘เอนก’จับมือ‘ม.ขอนแก่น-6สถาบันเครือข่าย’  ตั้งเป้าใช้‘งานวิจัย’พัฒนาภาคอีสานอย่างยั่งยืน

‘เอนก’จับมือ‘ม.ขอนแก่น-6สถาบันเครือข่าย’ ตั้งเป้าใช้‘งานวิจัย’พัฒนาภาคอีสานอย่างยั่งยืน

วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในการประชุมหารือเชิงนโยบายด้านการอุดมศึกษา ณ ห้องประชุม Board Room ชั้น 3 อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จ.ขอนแก่น โดยกล่าวถึงโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย) ว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) หน่วยงานในกระทรวงหลายกระทรวง อยากจะให้ช่วยเก็บข้อมูลบางด้าน

“หลายท่านในนั้นเห็นสมรรถนะและศักยภาพในโครงการของเราว่านอกจากจะทำเรื่องการพัฒนาแล้วยังสามารถเก็บข้อมูล และเชื่อว่าเราสามารถทำระบบ big data และวิเคราะห์ได้ดีพอสมควร ซึ่งในที่ประชุมได้สนับสนุนให้เราขยายจำนวนตำบลเพิ่มขึ้นอีก 4,900 ตำบล ซึ่งจะครบ 7,900 ตำบล โดยประมาณ จากโครงการนี้จะทำให้มีผู้ที่ได้ทำงานมากกว่า 120,000 คน”
ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก ระบุ

รมว.อว. กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้มีอุทยานวิทยาศาสตร์ กระจายอยู่ในภูมิภาคซึ่ง อว. ได้พิจารณามหาวิทยาลัยที่มีความพร้อมเป็นแม่ข่ายและเป็นที่ตั้งของอุทยานวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ยังได้รวบรวมมหาวิทยาลัย ภาคธุรกิจ ภาคเอกชนภาคท้องถิ่น ในพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาทำงานร่วมกัน เพื่อทำให้วิทยาศาสตร์ วิจัยนวัตกรรม กับการปฏิบัติมาเชื่อมต่อกันได้

จากการดำเนินงานที่ผ่านมาได้ผลเป็นอย่างดี ซึ่งตนก็ดีใจที่ผลงานวิจัยหลายๆ อย่างสามารถขายได้ เป็นนิมิตหมายที่ดี และคิดว่ามหาวิทยาลัยขอนแก่นโดดเด่นในหลายด้าน ที่ประทับใจมากคือด้านเกษตร การแพทย์ และการนำเทคโนโลยีโทรคมนาคมต่างๆ ที่เจริญก้าวหน้ามากมาใช้ในการทำแผนที่ IOT อย่างไรก็ตาม อว.ไม่ได้กำหนดว่าแต่ละมหาวิทยาลัยต้องวิจัยด้านใด เพราะว่าแต่ละที่จะแสดงออกมาเองว่าตนเองเก่งและชำนาญโดดเด่นเรื่องอะไร

“โดยทั่วไปความเก่งของคนไทย ของสถาบันวิจัย ของมหาวิทยาลัย จะครอบคลุมด้าน BCG เศรษฐกิจ เศรษฐศาสตร์ วิทยาการที่เกี่ยวกับชีววิทยาการแพทย์ อาหาร สาธารณสุข วิทยาศาสตร์การแพทย์ เครื่องสำอาง รวมไปถึง การแก้ปัญหาทำอย่างไรให้คนอยู่ดีกินดีขึ้น ฉะนั้นผมคิดว่าตอนนี้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีของประเทศไทยกำลังไล่กวดประเทศอื่นๆ ที่เคยนำหน้าเราไป ใกล้ชิดมากขึ้น ก้าวไปสู่ภาคปฏิบัติได้มากขึ้น และรัฐบาลก็สนับสนุนในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มากขึ้น”ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก กล่าว

ด้าน รศ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ม.ขอนแก่น ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาผลงานด้านวิชาการ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนแก่ภาคสังคม ธุรกิจ อุตสาหกรรม วิสาหกิจทุกระดับ และการส่งเสริมวิทยาการและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาประเทศไปสู่อุตสาหกรรมยุค 4.0 จากแนวคิดดังกล่าว จึงได้จัดนิทรรศการแสดงผลงานวิจัย และนวัตกรรมที่ได้คัดเลือกมานำเสนอในวันนี้ จำนวน 15 นิทรรศการ

ประกอบด้วย นิทรรศการนวัตกรรมทางการแพทย์ (ชุดตรวจทางการแพทย์,ชุดตรวจธาลัสซีเมีย) นิทรรศการนวัตกรรมด้านเกษตรและอาหาร (ไก่KKU1+นมA2, ปุ๋ยและผลิตภัณฑ์จากไส้เดือนดิน และอาหารเพื่อสุขภาพ) นิทรรศการด้าน Smart city นิทรรศการด้านการศึกษา (Smart learning, โครงการคณิตศาสตร์ขั้นสูง) นิทรรศการโครงการด้านการแพทย์และสาธารณสุข (โครงการกัญชาสำหรับใช้ในทางการแพทย์, โครงการป้องกันและชะลอโรคไตเรื้อรัง, โครงการแก้ไขปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี)

นิทรรศการด้าน BCG (แบตเตอรี่ ไฮโดรเจน มีเทน และไบโอพลาสติก) นิทรรศการดำเนินงานและบริการของอุทยานวิทยาศาสตร์,ตลอดจนนิทรรศการพื้นที่ต้นแบบของการบูรณาการจากองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นแบบครบวงจร อาทิ Smart Farm โครงการแก้จนจิ้งหรีด และบ้านโต้นโมเดล นอกจากผลงานวิจัยเหล่านี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่นยังได้ผลิตผลงานวิจัยอีกมากมาย ที่มุ่งหมายในการแก้ปัญหาของพื้นที่ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน และสร้างให้ไทยสามารถแข่งขันได้ ในระดับสากล

อนึ่ง นอกจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้ว ยังมีอีก 6 สถาบันอุดมศึกษาที่เป็นเครือข่าย ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย และวิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย โดยตั้งเป้าหมายให้สถาบันเหล่านี้สร้างงานวิจัยเพื่อทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือพัฒนาอย่างยั่งยืน

Leave a comment