#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
ในประเทศ – ปลัดศธ.เตรียมสรุปปม’อควาเรียม’ เดินหน้าต่อหรือเปลี่ยนทำอย่างอื่น (naewna.com)

ปลัดศธ.เตรียมสรุปปม’อควาเรียม’ เดินหน้าต่อหรือเปลี่ยนทำอย่างอื่น
วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 15.33 น.
“ปลัดศธ.”เตรียมสรุปปัญหาและเสนอแนะพัฒนา”อควาเรียม” ว่าจะเดินหน้าต่อหรือเปลี่ยนทำเป็นอย่างอื่น
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่าหลังจากที่ตนได้รับมอบหมายจาก นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ให้ไปตรวจสอบ โครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือ อควาเรียม ทะเลสาบสงขลา ของวิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ดังนั้น ประมาณต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ตนจึงลงไปตรวจสอบเชิงเทคนิกว่ามีความเสียหายตรงไหนบ้าง และจะสามารถเดินหน้าก่อสร้างต่อให้แล้วเสร็จได้หรือไม่ หรือจะทำเป็นอะไรได้บ้าง เนื่องจากเห็นว่าตนเคยเป็นประธานสอบสวนการทุจริตโครงการก่อสร้างอควาเรี่ยมมาก่อน ดังนั้น เมื่อประมาณต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ตนจึงลงไปตรวจสอบเชิงเทคนิก และจากการตรวจสอบพบว่าในส่วนของตัวโครงสร้างอาคาร หลักๆ ไม่เสียหายมาก ที่มีความเสียหาย คือ ส่วนคุมอาคาร ดาดฟ้าสนิมขึ้นยืดหดแตก ซึ่งซ่อมแซมได้ไม่ยากแต่ต้องใช้เงินอีกจำนวนหนึ่ง และพบว่าโครงการนี้มีฟังก์ชั่นการก่อสร้าง 10 อย่าง แต่มีการก่อสร้างฟังก์ชั่นที่ 9 และฟังก์ชั่นที่ 10 ก่อน จึงทำให้เห็นว่ามีการโกงกินกันเพราะไม่สามารถสร้างให้เสร็จได้ ขาดการวางระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ขาดปะการังและระบบตู้ปลาทั้งหมดที่ถูกตัดออกไป ซึ่งในแบบนั้นไม่ได้ออกแบบการตกแต่งภายในไว้ แต่มีการประเมินราคาไว้ 65 ล้านบาท จึงทำให้เกิดปัญหา เพราะความไม่เอาใจใส่ของคณะกรรมการจัดจ้าง เมื่อเหลือเวลาก่อสร้าง 5 – 6 เดือนสุดท้าย แบบตกแต่งภายในไม่มีจึงไม่สามารถสร้างได้ ต้องยกเลิกการออกแบบภายในออก ทั้งที่เป็นรายการที่มีอยู่ในแบบแล้วแต่เขียนว่ารายการนี้ไม่ต้องทำ แต่แนบแบบไว้ในสัญญา สุดท้ายแบบที่ตัดออกไปจึงยังไม่ได้สร้าง และโครงการนี้ไม่ใช่ใช้เงินแค่ 840 ล้าน แล้วได้ครบทั้งหมด แต่ต้องใช้เงินประมาณพันล้านบาท
ปลัด ศธ.กล่าวต่อว่า สำหรับภายในตัวอาคาร ซึ่งยังไม่มีการตกแต่งภายใน และมีห้องเล็กๆอยู่เกือบ 10 ห้อง ถ้าจะทำเป็นอควาเรียม ก็จะต้องออกแบบภายในใหม่ทั้งหมด ต้องวางระบบไฟส่องสว่าง และต้องเปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่ที่ทันสมัยในการเก็บปลา และสร้างโรงพบาบาลสัตว์น้ำซึ่งของเดิมยังทำไม่แล้วเสร็จ หรือเปลี่ยนฟังก์ชั่นเป็นอควาเรี่ยมแบบแอนิเมชั่นรูปปลามาทดแทน ก็ไม่จำเป็นต้องมีตู้ปลาจริงๆเ พื่อลดความเสี่ยง เพราะหากปลาตัวละหลักแสนถึง 1 ล้านบาท ตาย ก็ต้องสอบสวนยุ่งยากอีก และในส่วนของปลายตึกก็ทำเป็นสวนพฤกษาศาสตร์ชายทะเล ไว้ตั้งแคม์ตอนกลางคืนสำหรับเด็กนักเรียนที่จะไปพักแรม หรือทำเป็นศูนย์จัดนิทรรศการ ศูนย์การเรียนรู้อื่นๆ เป็นสกูบาได้
“โครงการนี้ถ้าจะเดินหน้าสร้างเป็นอควาเรียมต่อ ผมคิดว่าไม่คุ้มด้วยประการทั้งปวง แต่ถ้าใช้ฟังก์ชั่นเดิมแต่เปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่เป็นแอนนิเมชั่นรูปปลา อาจจะเป็นไปได้สูง หรือทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ ดังนั้น ภายในสัปดาห์หน้าผมจะเชิญกรรมการจากสภาสถาปนิก และสถาปนิกจากกรมโยธา ซึ่งเป็นสถาปนิกระดับสูงสุดของทั้งสองหน่วยงานมาหารือถึงแนวทาง เมื่อได้ข้อสรุปแล้วก็จะนำความเห็นนี้ไปบอกกับ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เผื่อทางเลขาธิการ กอศ.จะมีไอเดียอะไรเสนอเพิ่มเติม เช่น ทำเป็นศูนย์จัดนิทรรศการอาหารภาคใต้ โดยให้เอกชนเข้ามาประมูล และเขียนไว้ในสัญญาเช่า ว่าทุกๆ 5 ปี ผู้เช่าต้องซ่อมแซมอะไรบ้าง หรือให้เอกชนมาเช่าเป็นศูนย์ไอที เพื่อการเรียนรู้ แต่ในสัญญาอาจระบุไว้ว่าให้ศธ.สามารถนำเด็กเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ด้วย หลังจากนั้น ก็จะสรุปข้อเสนอแนะ เพื่อนำเสนอต่อ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ พิจารณาว่าจะตัดสินใจอย่างไร” ปลัด ศธ.กล่าว