#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
ในประเทศ – เลขาธิการ ก.ค.ศ.เผยเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะใหม่ ลดความซ้ำซ้อน (naewna.com)

เลขาธิการ ก.ค.ศ.เผยเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะใหม่ ลดความซ้ำซ้อน
วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 20.40 น.
เลขาธิการ ก.ค.ศ.เผยเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะใหม่ ประเมินผ่านระบบออนไลน์ เพื่อลดความซ้ำซ้อน คาดเปิดใช้งานปี 64
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2563 นายประวิต เอราวรรณ์ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาธิการ ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า ตามที่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มอบมหายให้สำนักงาน ก.ค.ศ.ปรับปรุงระบบวิทยฐานะใหม่ทั้งระบบ โดย ก.ค.ศ.จะปรับปรุงระบบเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา เกณฑ์การประเมินวิทยฐานะศึกษานิเทศก์ เกณฑ์การประเมินวิทยฐานะผู้บริหารสถานศึกษา และเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะผู้บริหารการศึกษา ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้ ต้องสอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพ มาตรฐานตำแหน่ง และมาตรฐานวิทยฐานะด้วย
นายประวิต กล่าวต่อว่า ก.ค.ศ.มีหลักการ 4 ข้อ ในการออกแบบระบบวิทยฐานะใหม่ คือ 1.ต้องลดความซ้ำซ้อนของการประเมิน เช่น ระบบการประเมินวิทยฐานะครู ต่อไปจะรวมการประเมินเงินเดือนและประเมินวิทยฐานะเข้าด้วยกัน ซึ่งจะเรียกเกณฑ์การประเมินนี้ว่า เกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงาน (Performance Appraisal) 2.ระบบการประเมินต่อไปจะเป็นออนไลน์ทั้งหมด เพื่อให้ทันสมัยและไม่ยุ่งยาก โดยครูไม่ต้องยื่นเป็นรายบุคคล แต่โรงเรียนหรือสถานศึกษาจะมีหน้าที่รับผิดชอบส่งข่อมูลเข้ามา โดยผู้อำนวยการโรงเรียนจะเป็นผู้ถือรหัสผ่านในการกรอกข้อมูลทั้งหมด และวงรอบการประเมินจะประเมินตามวงรอบการเลื่อนเงินเดือน คือเดือนเมษายน และเดือนตุลาคม 3.การประเมินต้องลงไปที่ผลการปฏิบัติงานของครู โดยต้องเห็นภาพการทำงานหน้างานจริงของครู และ 4.ประเมินผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ไม่ใช่แค่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเท่านั้น แต่รวมถึงทักษะในศตวรรษที่ 21 และทักษะการทำงานในอนาคตของเด็กด้วย
“ส่วนระบบการประเมิน จะประเมินความก้าวหน้า ซึ่งต่างจากเดิมที่ครูนำสิ่งที่ตนเคยทำมาสร้างเป็นผลงานของตน แต่การประเมินแบบใหม่ ครูต้องบอกว่าในอนาคตข้างหน้าครูวางแผนจะพัฒนาอะไรบ้าง แล้ว ก.ค.ศ.จะตามประเมินเป็นระยะๆ นอกจากนี้ ครูต้องทำงานตามมาตรฐานของวิทยฐานะ เพื่อคงวิทยฐานะของตนไว้ และเมื่อครบ 5 ปีของการดำรงตำแหน่งแล้ว ครูต้องการเลื่อนวิทยาฐานะให้สูงขึ้น ครูก็จะต้องเสนอคลิปการสอนที่ดีที่สุดของตนเอง และแผนการจัดการเรียนรู้ และผลการเรียนรู้ของเด็ก เข้ามาในระบบออนไลน์ ซึ่งผู้ประเมินสามารถประเมินผ่านออนไลน์ได้ทันที คาดว่าจะใช้เวลา 2 – 3 เดือน ในการประเมิน หากไม่ผ่านการประเมิน ครูก็สามารถส่งใหม่ได้ ทั้งนี้ ก็มีข้อเสนอเช่นกันว่า หากมีครูเก่งจะสามารถประเมินข้ามขั้นได้หรือไม่ ซึ่ง ก.ค.ศ.จะนำไปพิจารณาต่อไป เชื่อว่าการประเมินระบบใหม่นี้จะเป็นมิตรกับครู เพราะครูไม่ยุ่งยาก จะลดภาระของครู ลดความซ้ำซ้อนของงาน เพื่อให้ครูพัฒนาตนเองได้มากขึ้น และการประเมินต่อไปจะเป็นระบบเปิด ให้ครู ผู้บริหาร เข้ามาดูว่าการประเมินและตัวบ่งชี้มีอะไรบ้าง เพื่อให้ครูวางแผนพัฒนาตนเองให้เร็วขึ้น” นายประวิต กล่าว
นายประวิต กล่าวต่อว่า ก.ค.ศ.จะนำกรอบแนวคิดการประเมินวิทยาฐานะรูปแบบใหม่รับฟังความคิดเห็นจากผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ศึกษานิเทศก์ ผู้อำนวยโรงเรียน และครู จะนำกรอบแนวคิดนี้มาทำหลักเกณฑ์การประเมินวิทยทฐานะรูปแบบใหม่ ทั้งนี้ ต้องพัฒนาระบบไอทีรองรับเพื่อเชื่อมต่อกับศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ (HCEC) ของ ศธ.ด้วย คาดว่าปีการศึกษา 2564 จะสามารถประกาศใช้เกณฑ์วิทยาฐานะใหม่นี้ได้
นายประวิต กล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้ากรณีที่ผู้อำนวยการโรงเรียน กว่า 1,900 คน ร้องเรียนให้ ก.ค.ศ.ทบทวนมติ กรณีถูกพิจารณาให้เป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติเข้ารับการประเมินวิทยฐานะเกณฑ์ ว13 เรื่องการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ มีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ และวิทยาฐานะเชี่ยวชาญ ซึ่งเปิดให้ยื่นตั้งแต่ปี 2559 และในปี 2561 ได้รับแจ้งผลการพิจารณาว่าเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติ ทำให้ครูและผู้บริหารสถานศึกษาเสียสิทธิ ให้มีสิทธิยื่นทบทวนได้เร็วขึ้นนั้น ดังนั้น ตนจะนำเข้าที่ประชุมบอร์ด ก.ค.ศ.ที่มี นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประทานในบ่ายวันที่ 28 ต.ค.นี้