‘ณัฏฐพล’ เร่งปรับฐานกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เน้นยืดหยุ่น-ลดความซับซ้อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘ณัฏฐพล’เร่งปรับฐานกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เน้นยืดหยุ่น-ลดความซับซ้อน (naewna.com)

'ณัฏฐพล'เร่งปรับฐานกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เน้นยืดหยุ่น-ลดความซับซ้อน

‘ณัฏฐพล’เร่งปรับฐานกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เน้นยืดหยุ่น-ลดความซับซ้อน

วันพุธ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 14.24 น.

“ณัฏฐพล”เร่งปรับฐานกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เน้นยืดหยุ่น-ลดความซับซ้อน เอื้อการเทียบโอนตามมาตรฐานวิชาชีพต่างๆให้ผู้เรียน หวังสร้างแรงงานคุณภาพ

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมการขับเคลื่อนงานกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เมื่อเร็วๆ นี้ ศธ.ให้ความสำคัญในการปรับฐานกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการเทียบโอนตามมาตรฐานวิชาชีพต่างๆ โดยมีหลักสำคัญคือต้องลดความซับซ้อน เพราะขณะนี้ยังมีความซับซ้อนกันอยู่ เช่น เรียนด้านไฟฟ้า จากสถานบันในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เมื่อเรียนจบต้องไปผ่านมาตรฐานวิชาชีพของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรวงงานอีก ดังนั้น จำเป็นต้องมีการบูรณาการร่วมกันในหลายกระทรวง ถึงความจำเป็นที่จะต้องสร้างฐานแรงงานที่มีคุณภาพ

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ตนได้รับฟังความคิดเห็นจากคณะอนุกรรมการทั้ง 4 คือ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติสู่การปฏิบัติ คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบเทียบโอนผลการเรียนรู้และประสบการณ์ตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบเครือข่ายฐานข้อมูล และคณะอนุกรรมการบริหารและกำกับติดตามการพัฒนากำลังคนในสาขาอาชีพที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อเตรียมฐานข้อมูลในการพัฒนา 7 อุตสาหกรรมเร่งด่วน และเตรียมข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนงานร่วมกับโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งเรื่องนี้สอดคล้องกับเป้าหมายในการยกระดับโรงเรียนมัธยมศึกษาในประเทศไทยของ ศธ.ที่ต้องการให้นักเรียนมีทางเลือกในสายวิชาชีพมากขึ้น ถือเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนและประเทศ

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ส่วนการผลักดัน 7 อุตสาหกรรมเร่งด่วน มีการจัดทำร่างแผนปฏิบัติการด้านการผลิตและพัฒนากำลังคนในสาขาอาชีพที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ต่อการพัฒนาประเทศตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ พ.ศ.2562 – 2565 ใน 7 สาขา ประกอบด้วย สาขาอาชีพโลจิสต์โครงสร้างพื้นฐาน , สาขาอาชีพโลจิสติสและซัพพลายเชน, สาขาอาชีพหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ , สาขาอาชีพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และดิจิทัลคอนเทนต์ , สาขาอาชีพอาหารและเกษตร , สาขาอาชีพโตรเคมี เคมีภัณฑ์พลังงานและพลังงานทดแทน และสาขาอาชีพแม่พิมพ์ ซึ่งเรื่องเหล่านี้สอดคล้องกับศูนย์ความเป็นเลิศ หรือ EXCELLENT CENTER ของ สอศ.วางแนวทางการทำงานไว้อยู่แล้ว

“ในอนาคต ศธ.สามารถนำมาตรฐานวิชาชีพ 800 วิชาชีพ ที่สำนักงานกรอบคุณวุฒิวิชาชีพรองรับมาใช้เทียบวุฒิให้กับผู้เรียนใน สพฐ.ได้ ก็จะทำให้สามารถลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ผู้เรียนก็สามารถพัฒนาทักษะอาชีพ หรือทักษะชีวิตได้ ซึ่งจะทำให้นักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ขึ้นไป มีความคุ้นเคยกับวิชาชีพ หรือเรื่องอื่นๆ ที่นอกเหนือจากวิชาการ แต่อย่ามองว่า ศธ.ให้นักเรียนได้เรียนรู้สายอาชีพแล้วจะทำให้นักเรียนขาดการเรียนรู้ด้านวิชาการไป เพราะวิธีนี้เป็นการต่อจิ๊กซอของ ศธ.ที่ร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อยกระดับการศึกษาอย่างแท้จริง” นายณัฏฐพล กล่าว

Leave a comment