สศท.5 แนะปลูกถั่วเหลืองพืชหลังนากำไรงาม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สศท.5แนะปลูกถั่วเหลืองพืชหลังนากำไรงาม (naewna.com)

สศท.5แนะปลูกถั่วเหลืองพืชหลังนากำไรงาม

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นางอิศราภรณ์ ชัยกุณา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 นครราชสีมา (สศท.5) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่าถั่วเหลืองนับเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญในประเทศ และมีความต้องการทางตลาดสูง นำมาใช้ประโยชน์ได้หลายด้าน ปัจจุบันเกษตรกรนิยมนำมาปลูกหลังทำนา ซึ่งนอกจากจะสร้างรายได้ให้เกษตรกรแล้วยังปรับปรุงโครงสร้างดิน เกิดความสมดุลของธาตุอาหาร ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์มากขึ้นจึงนับได้ว่าถั่วเหลืองเป็นพืชมีอนาคตสำหรับเกษตรกรโดยแต่ละปีการผลิตถั่วเหลืองเกษตรกรสามารถเพาะปลูกได้ 2 ฤดูคือ ฤดูฝน จะปลูกช่วงกรกฎาคม–สิงหาคม เก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน และถั่วเหลืองฤดูแล้งเริ่มเดือนธันวาคม-กลางเดือนมกราคมของปีถัดไป และเก็บเกี่ยวเดือนมีนาคม-เมษายนของปีถัดไป

สำหรับจ.ชัยภูมิมีพื้นที่เพาะปลูกถั่วเหลืองประมาณ 9,000 ไร่ เป็นแหล่งเพาะปลูกอันดับต้นๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเนื่องจากสภาพดินร่วนเหนียวปนทรายมีอุณหภูมิเหมาะสมต่อการงอกและเจริญเติบโต (20-30 องศาเซลเซียส) และสภาพความเป็นกรด-ด่างที่เหมาะสมระหว่าง 5.5-6.5 แหล่งปลูกสำคัญอยู่ในอ.ภูเขียว อ.เกษตรสมบูรณ์ และอ.คอนสาร ซึ่งช่วงเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ เริ่มเข้าสู่การเพาะปลูกถั่วเหลืองฤดูแล้ง

สศท.5ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลิตและต้นทุนถั่วเหลือง รุ่นที่ 2 (ถั่วเหลืองหลังฤดูกาลทำนาปี) ของจ.ชัยภูมิ พบว่าปัจจุบันเกษตรกรนิยมปลูกถั่วเหลืองพันธุ์เชียงใหม่ 60, มข.35 และพันธุ์พื้นเมือง ซึ่งหาซื้อได้ตามท้องตลาด ราคาเมล็ดพันธุ์เฉลี่ย 25-30 บาท/กิโลกรัม ซึ่งปลูกด้วยวิธีหว่านใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 20 กิโลกรัม/ไร่ มีต้นทุนการผลิตจนถึงเก็บเกี่ยวเฉลี่ย 2,827 บาท/ไร่/รอบการผลิต เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เมื่ออายุ 90-110 วัน ให้ผลผลิตรวม 868 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 210 กิโลกรัม/ไร่/รอบการผลิต ราคาที่เกษตรกรขายได้เมล็ดความชื้น 14.5% เฉลี่ย 19 บาท/กิโลกรัม (ราคา ณ เดือนพฤศจิกายน 2563) สร้างรายได้เฉลี่ย 3,990 บาท/ไร่/รอบการผลิต คิดเป็นผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย (กำไร) 1,163 บาท/ไร่/รอบการผลิต ด้านสถานการณ์ตลาด ผลผลิตส่วนใหญ่ ร้อยละ 95 เกษตรจะจำหน่ายลักษณะเมล็ดแห้งให้พ่อค้าที่รวบรวมในท้องที่ เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปแปรรูป ส่วนอีกร้อยละ 5 เกษตรกรเก็บเป็นเมล็ดพันธุ์ เพื่อลดต้นทุนการผลิตต่อไปได้

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนเกษตรกรที่สนใจหันมาปลูกถั่วเหลืองคุณภาพดี เนื่องจากเป็นพืชอายุสั้นปลูกเพียง 4 เดือน ต้องการน้ำน้อย ให้ผลผลิตสูง ราคาดีรองรับความต้องการตลาด และยังเป็นพืชช่วยบำรุงคุณภาพดินที่จะส่งผลให้การปลูกข้าวของเกษตรกรได้ผลผลิตสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม พื้นที่ปลูกถั่วเหลืองที่เหมาะสมควรมีปริมาณน้ำเพียงพอและเป็นพื้นที่ที่ระบายน้ำออกได้ดีโดยเกษตรกรต้องระวังเรื่องคุณภาพ การเก็บเกี่ยวควบคุมคุณภาพเมล็ดเรื่องความชื้นสูงเพราะจะทำให้เมล็ดบวม เน่า เสียหาย สำหรับผู้สนใจข้อมูลสถานการณ์การผลิตการตลาดถั่วเหลืองใน จ.ชัยภูมิ หรือพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สศท.5 โทร. 0-4446-5120 หรืออีเมล zone5@oae.go.th

Leave a comment