#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
ผู้หญิง – ประจำเดือนผิดปกติ สิ่งแจ้งเตือนที่คุณละเลย (naewna.com)

ประจำเดือนผิดปกติ สิ่งแจ้งเตือนที่คุณละเลย
วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ แต่หากหนุ่มๆ จะอ่านแล้วบอกต่อคนที่คุณรัก เธอคงจะเป็นปลื้ม ที่คุณใส่ใจถึงสุขภาพส่วนตัวของเธอ
ประจำเดือน หรือ ระดู หรือที่รู้จักกันทั่วไปในคำที่เรียกทับศัพท์มาจากภาษาอังกฤษ และละตินว่า เมนส์ (Mens) คือ เลือดและเนื้อเยื่อที่ออกจากช่องคลอดทุก 24- 35 วัน นานประมาณ 3-6 วัน ซึ่งการสังเกตประจำเดือนนี่แหละ สามารถบอกถึงสุขภาพโดยรวมของคุณได้คร่าวๆ
หญิงที่มีประจำเดือนปริมาณมาก อาจเกิดจากความผิดปกติทางฮอร์โมน การแข็งตัวของเลือดผิดปกติหรืออาจมีเนื้องอกในโพรงมดลูก
หญิงที่มีประจำเดือนปริมาณน้อย อาจเกิดจากฮอร์โมนที่ผิดปกติ แต่ในผู้ป่วยที่เกิดอาการนี้หลังการติดเชื้อ หรือเคยได้รับการขูดมดลูก อาจเป็นเพราะมีพังผืดในโพรงมดลูก
หญิงที่มีประจำเดือนกะปริดกะปรอย หากเป็นในช่วง2 สัปดาห์ หลังมีประจำเดือน และมีเลือดออกไม่มากอยู่ 2- 3 วัน อาจเป็นเลือดจากฮอร์โมนปกติที่เปลี่ยนแปลงหลังไข่ตก แต่หากมีเลือดออกอยู่หลายวัน อาจเกิดจากความผิดปกติทางฮอร์โมน มีติ่งเนื้อในโพรงมดลูก ติ่งเนื้อที่ปากมดลูก มดลูกอักเสบ หรือ มะเร็ง
หญิงที่มีประจำเดือนเว้นช่วงห่าง คือมีรอบประจำเดือนห่างกันมากกว่า 35 วัน และในผู้ป่วยบางรายอาจมีเลือดประจำเดือนออกมากเป็นบางเดือนสลับกับเลือดออกกะปริดกะปรอย เหล่านี้อาจเกิดจากภาวะเครียด หรือฮอร์โมนที่ผิดปกติ ซึ่งผลกระทบต่อสุขภาพ ขึ้นอยู่กับชนิดของฮอร์โมนที่ผิดปกติ เช่น หากเกิดจากภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง จะทำให้มีขนดก ผิวมัน มีบุตรยาก และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก หลอดเลือดหัวใจ ระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดสูง ผู้ป่วยจึงควรหาสาเหตุและรักษา พร้อมทั้งตรวจติดตามโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว หากรับประทานยาคุมกำเนิดหรือ ฉีดยาคุมกำเนิด บางคนอาจมีเลือดออกกะปริดกะปรอยได้อันเป็นผลข้างเคียงจากยา แต่หากไม่ได้คุมกำเนิดแล้วมีเลือดออกผิดปกติ อาจมีสาเหตุจากการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติได้จึงควรมาพบแพทย์โดยเร็ว
การเริ่มต้นตรวจสุขภาพด้วยตัวคุณเอง คือการสังเกตลักษณะประจำเดือนและหากพบว่า ประจำเดือนผิดปกติ หรือมีเลือดออกกะปริดกะปรอยอยู่นานหลายวัน ก็ควรปรึกษาสูติ-นรีแพทย์เพื่อการค้นหา ป้องกัน และรักษาโรคแต่เนิ่นๆ โดยผู้ป่วยควรจดบันทึกลักษณะประจำเดือน จำนวนวัน และระยะห่างของประจำเดือนเพื่อให้แพทย์ได้ข้อมูลสำหรับการวินิจฉัยโรคมากที่สุด………แต่ สำหรับสาวๆ ที่คิดว่าการมาพบสูติ-นรีแพทย์ หมายถึงการตรวจภายในด้วยนั้น ขอยืนยันว่า ไม่จำเป็นต้องตรวจในผู้ป่วยทุกรายนะคะ ดังนั้น สาวๆ สามารถมาขอคำปรึกษาได้เลยค่ะ
พญ.ทวิวัน พันธศรี
ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา