#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
ผู้หญิง – แก้ปัญหาท้องผูกถูกวิธี บอกลายาถ่ายตลอดชีวิต (naewna.com)

แก้ปัญหาท้องผูกถูกวิธี บอกลายาถ่ายตลอดชีวิต
วันจันทร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
ปัญหาท้องผูกเรื้อรัง เป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกช่วงวัย และมักสร้างความทรมานทุกครั้งที่ต้องเข้าห้องน้ำ เพราะการเบ่งถ่ายที่ยากลำบาก ซึ่งอาจนำไปสู่โรคต่างๆ ได้ เช่น ริดสีดวงทวารหนัก แผลบริเวณรอบๆ ทวารหนัก ในปัจจุบันภาวะท้องผูกเรื้อรังสามารถรักษาได้โดยการฝึกการทำงานของกล้ามเนื้อหูรูดทางทวารหนัก โดยไม่ต้องรับประทานยาอีกต่อไป
.jpg)
นายแพทย์สุขประเสริฐ จุฑากอเกียรติ อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า ภาวะท้องผูกเรื้อรังหมายถึงมีการขับถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ถ่ายอุจจาระก้อนเล็ก ก้อนแข็ง หรือถ่ายแล้วเบ่งยากถ่ายไม่สุด เป็นเวลาต่อเนื่องเกิน 3 เดือนขึ้นไป สามารถแบ่งสาเหตุที่พบได้บ่อยตามช่วงวัย ดังนี้ 1.วัยสูงอายุ อาจเกิดจากเนื้องอกลำไส้ โรคประจำตัว หรือเป็นผลข้างเคียงของยาที่ใช้เป็นประจำ เช่น ยารักษาความดันโลหิตสูง หรือยาแก้แพ้บางชนิด ในกลุ่มนี้อาจจะต้องปรับเรื่องของยารักษาโรคประจำตัว เพื่อลดกลุ่มยาที่ทำให้เกิดปัญหาท้องผูก หรือใช้วิธีควบคุมโรคประจำตัวให้ดีขึ้น ก็จะสามารถรักษาเรื่องของท้องผูกเรื้อรังได้ 2.วัยเด็กและวัยทำงาน อาจเกิดจากการมีภาวะลำไส้แปรปรวน
ที่มีท้องผูกร่วมด้วย หรือเกิดจากการเบ่งอุจจาระผิดวิธี เช่น กลั้นอุจจาระบ่อย หรือมีพฤติกรรมนั่งเล่นโทรศัพท์ในห้องน้ำนานๆ จนทำให้มีการหดเกร็งของหูรูดทวารหนัก
การวินิจฉัยภาวะท้องผูกเรื้อรังเริ่มจากการซักประวัติโดยแพทย์ และตรวจร่างกายว่ามีลักษณะอาการใดที่ต้องตรวจเพิ่มเติม เช่น ตรวจเลือด ส่องกล้องทางเดินอาหาร เป็นต้น หากตรวจเบื้องต้นแล้วยังไม่พบสาเหตุแพทย์จะแนะนำให้ตรวจการทำงานของหูรูดทวารหนัก (Anorectal Manometry) โดยใช้สายขนาดเล็กสอดเข้าทางรูทวารหนัก และให้คนไข้จำลองสถานการณ์ขณะเบ่งอุจจาระซึ่งโดยปกติถ้าไม่มีปัญหาหูรูดทวารหนักในระหว่างการเบ่งต้องมีการคลายตัวของกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก ในทางกลับกัน ถ้ามีปัญหากล้ามเนื้อจะหดเกร็งรัดตัว และเบ่งไม่ออก
หากพบว่าผู้ป่วยมีภาวะหูรูดทำงานไม่สัมพันธ์กับการเบ่ง หรือเบ่งถ่ายอุจจาระผิดวิธี ก็สามารถรักษาด้วยการฝึกเบ่งถ่ายอุจจาระ โดยวิธีที่เรียกว่า (Biofeedback Therapy) ซึ่งเป็นการฝึกเบ่งอุจจาระ โดยที่คนไข้จะเห็นภาพการทำงานของหูรูด
ทวารหนักขณะเบ่งถ่ายอุจจาระ เพื่อสังเกตการหดและคลายกล้ามเนื้อหูรูดในการเบ่งถ่ายแบบเรียลไทม์ และฝึกการเบ่งถ่ายให้ถูกต้อง โดยควรตรวจอย่างน้อยทุกๆ 1-2 สัปดาห์ ต่อเนื่องประมาณ 3 ครั้ง เมื่อผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างถูกต้องตรงจุด 60-80% จะสามารถกลับมาเบ่งถ่ายได้ดี หายจากภาวะท้องผูกเรื้องรัง และหยุดการใช้ยาระบายหรือยาสวนอุจจาระได้
“คนไข้บางส่วนเมื่อประสบปัญหาท้องผูก จะหันไปใช้ยาระบายที่หาซื้อได้ง่าย เช่น ยาระบายกลุ่ม มะขามแขก ปัญหาของการใช้ยาระบายอย่างต่อเนื่องก็คือ อาจเกิดภาวะลำไส้ติดยา หรือลำไส้ดื้อยา และต้องเพิ่มปริมาณการใช้ยาระบายเรื่อยๆ จนกระทั่งใช้เท่าไหร่ก็ถ่ายไม่ออกนี่จึงเป็นข้อเสียของการใช้ยาระบายเองโดยที่ไม่หาสาเหตุ เพราะฉะนั้นหากพบว่าตัวเองเข้าข่ายภาวะท้องผูกเรื้อรัง ควรเข้ามาปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อได้รับการรักษที่ตรงจุด เพราะในกลุ่มที่ใช้ยาเองมาระยะยาว จะรักษายากขึ้น ต้องมีการปรับยา หรือใช้การรักษาหลายๆ วิธีร่วมกัน” นายแพทย์สุขประเสริฐ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ภาวะท้องผูกเรื้อรัง เป็นภาวะที่ป้องกันได้ เพียงปรับพฤติกรรมตาม 3 อ. ได้แก่ 1.อาหาร รับประทานอาหารที่มีกากใยและดื่มน้ำอย่างเพียงพอ 2.อุปนิสัย ฝึกขับถ่ายเป็นเวลา และไม่อั้นอุจจาระ 3.ออกกำลังกาย เพื่อส่งเสริมให้กล้ามเนื้อลำไส้ทำงานปกติ