กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ไปในการบำเพ็ญกุศล 100 ปีชาตกาล พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ไปในการบำเพ็ญกุศล 100 ปีชาตกาล พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต (naewna.com)

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ไปในการบำเพ็ญกุศล  100 ปีชาตกาล พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ไปในการบำเพ็ญกุศล 100 ปีชาตกาล พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯเสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีบำเพ็ญกุศล100 ปีชาตกาล พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ในการนี้ มูลนิธิวิภาวดีรังสิต ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานผ้าไตร 10 ไตร เพื่อถวายพระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์ และ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระกรุณาเสด็จลงทรงเป็นประธานสงฆ์ในพิธีบำเพ็ญกุศล ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เมื่อวันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2563

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ทรงมีพระนามเดิมว่า หม่อมเจ้าวิภาวดี รัชนี ทรงเป็นธิดาในพระราชวรวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยาลงกรณ (พระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส ต้นราชสกุลรัชนี) และหม่อมเจ้าพรพิมลพรรณ (วรวรรณ) รัชนี ประสูติเมื่อวันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2463ทรงมีอนุชาร่วมพระบิดาพระมารดาเดียวกันหนึ่งองค์ คือ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ทรงศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัยจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6แล้ว จึงศึกษาหลักสูตรสมบูรณ์ศึกษาที่โรงเรียนนี้เพิ่มเติมอีก 3 ปี ทรงสำเร็จการศึกษาเมื่อ พ.ศ. 2485 ภายหลังที่ทรงสำเร็จการศึกษาแล้ว พระองค์หญิงได้ทรงรับใช้พระบิดาอย่างใกล้ชิด กรมหมื่นพิทยาลงกรณ เป็นที่รู้จักกันดีในวงการประพันธ์ในนาม “น.ม.ส.” ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็น “กวีเอก” ผู้หนึ่งของกรุงรัตนโกสินทร์ คล้ายพระบิดาพระองค์หญิงทรงพระปรีชาสามารถหลายประการ โดยเฉพาะทางอักษรศาสตร์ ทรงเขียนเรื่องสำหรับเด็ก เมื่อพระชันษาเพียง 14 ปี และทรงใช้นามปากกาว่า “ว.ณ ประมวญมารค” ทรงนิพนธ์นวนิยายเรื่อง ปริศนา รัตนาวดีเจ้าสาวของอานนท์ ฯลฯ อีกทั้งสารคดีเรื่องตามเสด็จปากีสถาน ต่อมาทรงนิพนธ์นวนิยายอิงประวัติศาสตร์เรื่อง พระราชินีนาถวิกตอเรีย คลั่งเพราะรัก ฯลฯ นอกจากนั้นยังได้ทรงนิพนธ์เรื่องสั้นรวมทั้งบทละครวิทยุด้วย พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ทรงเสกสมรสกับหม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต เมื่อวันที่6 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 โดยทรงเป็นคู่สมรสคู่เดียวที่ได้รับพระราชทานน้ำพระมหาสังข์จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงมีธิดา 2 คน คือหม่อมราชวงศ์วิภานันท์ และ หม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต

พระองค์หญิงทรงเข้ารับราชการสนองพระเดชพระคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในการเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรภาคต่างๆ ในราชอาณาจักร ตั้งแต่ พ.ศ.2500และต่อจากนั้นได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โดยเสด็จในตำแหน่งนางสนองพระโอษฐ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ รวม 25 ประเทศ

ในระยะ 10 ปีสุดท้าย ของพระชนม์ชีพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์หญิงปฏิบัติภารกิจแทนพระองค์ ในด้านการพัฒนาพื้นที่ทุรกันดารภาคใต้ ทรงนำหน่วยพระราชทานไปช่วยเหลือประชาชนในท้องที่ที่ไกลและทุรกันดารที่สุด โดยมิได้ทรงย่อท้อต่อความยากลำบากในการเดินทางหรือที่พักแรม เมื่อพระองค์หญิงเสด็จที่ใดก็ได้นำความไปกราบบังคลทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และต่อมา ความเจริญก็ค่อยๆ ไปถึงที่นั้น จนในที่สุดชาวบ้านจึงได้ขนานพระนามว่า “เจ้าแม่” พระองค์หญิงทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์เพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิต ของประชาชนให้ดีขึ้นด้วยการเสด็จเยี่ยมเยียนพาแพทย์ไปรักษาพยาบาลคนที่เจ็บป่วย จัดสิ่งของหยูกยาไปช่วยชาวบ้าน ที่ยากไร้หรือประสบภัยแจกอุปกรณ์การศึกษาแก่เด็กนักเรียน แนะนำการงานอาชีพและส่งเสริมศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทั้งยังคงนำสิ่งของพระราชทานไปเยี่ยมบำรุงขวัญเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร พลเรือน สมาชิกกองอาสาสมัครรักษาดินแดนแม้ในเขตที่มีผู้ก่อการร้ายปฏิบัติการอย่างรุนแรง ก็ยังทรงพระอุตสาหะเสด็จไปให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ถึงแนวหน้าจนกระทั่งวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2520 ระหว่างทางเสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์ เพื่อนำสิ่งของพระราชทานไปเยี่ยมบำรุงขวัญเจ้าหน้าที่ที่อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทรงทราบจากวิทยุว่ามีตำรวจตระเวนชายแดนได้รับบาดเจ็บจากกับระเบิด 2 นายด้วยความที่ทรงห่วงใยผู้บาดเจ็บ เกรงว่าจะได้รับการรักษาพยาบาลไม่ทันท่วงทีจึงรับสั่งให้นักบินเฮลิคอปเตอร์ร่อนลงเพื่อรับเจ้าหน้าที่ที่บาดเจ็บ 2 นายนั้นไปส่งโรงพยาบาล ขณะนักบินนำเครื่องร่อนลงต่ำใกล้บ้านเหนือคลอง อำเภอเวียงสระจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้ก่อการร้ายได้ระดมยิงเฮลิคอปเตอร์กระสุนทะลุเข้ามาถูกพระองค์หญิง ทรงได้รับบาดเจ็บสาหัสและสิ้นพระชนม์ก่อนเสด็จถึงโรงพยาบาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9จึงทรงมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้สถาปนาหม่อมเจ้าวิภาวดี รังสิต เป็นพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่4 เมษายน พุทธศักราช 2520 และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาจักรีบรมราชวงศ์ ถึงแม้ว่าพระองค์หญิงได้สิ้นพระชนม์ไป 43 ปีแล้ว แต่คุณงามความดีของท่านยังคงอยู่ในความทรงจำของชาวใต้ ชาวสุราษฎร์ฯ ได้กำหนดวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของทุกปี คือวันที่ 16 กุมภาพันธ์ เป็น“วันวิภาวดี” เพื่อทำพิธีสดุดีและบำเพ็ญกุศลถวาย ณ พระอนุสาวรีย์5 แห่ง ทั่วจังหวัดสุราษฎร์ธานีพระรูปพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ในพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

พระรูปพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ในพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยมี ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต ประธานฯ มูลนิธิวิภาวดีรังสิต, ม.ร.ว.วิภานันท์ รังสิต, ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล กรรมการและเลขานุการ, กรรมการมูลนิธิฯ และราชสกุลรังสิต เฝ้าฯรับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยมี ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต ประธานฯ มูลนิธิวิภาวดีรังสิต, ม.ร.ว.วิภานันท์ รังสิต, ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล กรรมการและเลขานุการ, กรรมการมูลนิธิฯ และราชสกุลรังสิต เฝ้าฯรับเสด็จ

Leave a comment