#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
ในประเทศ – พบเด็กเร่ร่อนบนท้องถนนในกทม.กว่า 5 พันคน ช่วงต.ค.2562-ก.ย.2563 (naewna.com)

พบเด็กเร่ร่อนบนท้องถนนในกทม.กว่า 5 พันคน ช่วงต.ค.2562-ก.ย.2563
วันอังคาร ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 19.15 น.
“ครูโอ๊ะ” ปิดโครงการพัฒนาระบบการช่วยเหลือและส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับกลุ่มเด็กบนท้องถนน พร้อมนำผลวิจัยขยายช่วยเหลือกลุ่มเด็กบนท้องถนนนับแสนคน ดันครูเร่ร่อนเป็นพนักงานราชการ
วันที่ 8 ธันวาคม 2563 นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธานปิดโครงการ พัฒนาระบบการช่วยเหลือและส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับกลุ่มเด็กบนท้องถนน (Children in Street) ในเขตกรุงเทพมหานคร ณ โรงแรมรอยัลริเวอร์ เขตบางพลัดกรุงเทพฯ พร้อมมอบโล่เกียรติคุณให้กับภาคีเครือข่าย
นางกนกวรรณ กล่าวว่า ในฐานะที่ตนทำหน้าที่กำกับดูแลนโยบาย และหน่วยงานที่ข้องกับกลุ่มเด็กบนท้องถนน กลุ่มเด็กเปราะบาง และกลุ่มเด็กด้อยโอกาส ของกระทรวงศึกษาธิการ ได้เห็นการทำงานของผู้ที่เกี่ยวข้องและองคร์กรที่มีส่วนร่วมได้ทุ่มเทพลังความคิดและทรัพยากรมาร่วมบูรณาการในการทำงานให้โครงการพัฒนาระบบการช่วยเหลือและส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กบนท้องถนน ในเขตกรุงเทพฯ ดำเนินการจนสำเร็จลุล่วงเป็นอย่างดี ซึ่งจากสถิติล่าสุดพบว่ามีเด็กบนท้องถนน อยู่ประมาณ 3 หมื่นคน ที่กระจายอยู่ในเมืองใหญ่ทั่วประเทศ รวมถึงในเขต กทม. และหากผนวกเข้ากับจำนวนเด็กและเยาวชนที่ตกหล่นที่ไม่ได้รับการศึกษาอีกนับแสนคน ถือว่าเป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทย และเป็นความท้าทายขององค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงภาคประชาสังคมในการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
“หากกลุ่มเด็กบนท้องถนน กลุ่มเด็กเปราะบาง หรือเด็กด้อยโอกาสเหล่านี้ ได้รับความช่วยเหลือให้เข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึงจะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นไปในอนาคต และขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้กับองค์กรที่เกี่ยวข้อง คือ สำนักงาน กศน.กทม., มูลนิธิบ้านนกขมิ้น, มูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาวุคคล(Mercy), ศูนย์สร้างโอกาสเด็กกรุงเทพมหานคร สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร, มูลนิธิสายเด็ก ๑๓๘๗, และ องค์กาาเฟรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย” นางกนกวรรณ กล่าว
รมช.ศธ. กล่าวต่อว่า ทั้งนี้กระทรวงศึกษาฯมีครู กศน.ที่ทำงานร่วมกับองค์ต่างๆในเขต กทม. ที่ได้ทำงาฯวิจัยและได้สรุปผลการวิจัยที่ถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเพื่อนำไปสู่การจัดระบบในการช่วยเหลือที่มีมติและได้รูปแบบที่เหมาะสม ซึ่งในส่วนของ กศน.ก็ได้มีนโยบายจะสร้างความมั่นคงให้กับครูเร่ร่อนที่มีอยู่กว่า 30 คน ทั่วประเทศ เพื่อบรรจุให้เป็นพนักงานราชการ โดยตนได้มอบหมายให้ ดร.วรัท พฤกษาทวีกุล เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ไปขับเคลื่อนในเรื่องนี้แล้ว เพื่อเชิญผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องมาหารือถึงความจำเป็นและเหมาะสม และหากจำเป็นต้องเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณา ตนก็พร้อมจะนำเสนอ
ทั้งนี้ เพื่อเติมเต็มการทำงานและเพื่อให้เด็กเร่ร่อนเกิดความเชื่อมั่นไว้ใจบุคลากรของ กศน. รวมถึงให้มีการพัฒนาครูเร่ร่อนบนท้องถนนให้มีความเหมาะสมกับบริบทในแต่ละจังหวัดต่าง ๆที่มีเด็กเร่ร่อนอยู่ในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ จ.ขอนแก่น และ จ.เชียงใหม่ ได้นำผลวิจัยนี้ไปใช้ ทำให้สามารถพัฒนาครูเร่ร่อนได้ผลดีระดับหนึ่งแล้ว โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาช่วยสนับสนุน ซึ่งงานวิจัยนี้ถือเป็นประโยชน์เพื่อนำไปเป็นข้อมูลที่จะของห้รัฐบาลและ ครม.สนับสนุนในการทำให้ครูเร่ร่อนมีความมั่นคงในการบรรจุเป็นพนักงานราชการ
ด้านนายวรัช พฤกษาทวีกุล เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กล่าวว่า ขณะนี้กศน.มีครูเร่ร่อนอยู่จำนวน 35 คน ตนกำลังดูอยู่ว่ามีอัตราว่างที่จะสามารถบรรจุครูเร่ร่อนให้เป็นพนักงานราชการได้กี่คน อย่างไรก็ตาม ครูกลุ่มนี้จะต้องได้รับการบรรจุเป็นพนักงานราชการแน่นอน และถ้าเป็นไปได้ก็อยากทำให้เร็วที่สุดเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่
ขณะที่ รศ.ดร.นิตติยา ปภาพจน์ หัวหน้าโครงการวิจัยเรื่องการพัฒนาระบบการช่วยเหลือและส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับกลุ่มเด็กบนท้องถนน (Children in Street) ในเขตกรุงเทพมหานคร ณ โรงแรมรอยัลริเวอร์ เขตบางพลัดกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า จากผลวิจัยพบว่า สาเหตุเกิดจากปัญหาครอบครัวอันดับ 1 และพ่อแม่แยกทางกัน ความรุนแรงในครอบครัว ไม่มีผู้ดูแล บิดามารดาไม่มีงานทำ มีรายได้น้อย ปัญหาความยากจน และปัญหาเกิดจากตัวเด็กเอง ติดเพื่อน ติดเกม พิการ ใช้สารเสพติด ติดแฟน ปัญหาเกิดจากโรงเรียน ความรุนแรงในโรงเรียนและอื่น ๆ ทำให้เด็กขาดโอกาสทางการศึกษา จึงต้องให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม จัดทำโครงการพัฒนาระบบการช่วยเหลือและส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับกลุ่มเด็กบนท้องถนน (Children in Street) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ห้กับเด็กและพัฒนาสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับครูและคนทำงานกับเด็กบนท้องถนน
หัวหน้าโครงการวิจัย ฯ กล่าวต่อว่า จากการวิเคราะห์และผลการบันทึกข้อมูลเด็กเป็นรายบุคคล และการสำรวจของ กศน.กทม. พบว่ามีเด็กเร่ร่อนใน กทม.กระจายอยู่ตามเขตต่าง ๆ 22 เขต เป็นเด็กบนถนน จำนวน 152 คน นอกจากนี้ จากข้อมูลภาคีเครือข่าย 5 องค์กร พบว่าในช่วงเดือน ต.ค.2562-ก.ย.2563 มีเด็กบนท้องถนนรวมทั้งสิ้น 5,409 คน ซึ่งเด็กบนท้องถนนจะครอบคลุมเด็กเร่ร่อน และเด็กกลุ่มเสี่ยง เด็กในภาวะยากลำบากที่มีโอกาสจะหลุดออกจากนอกระบบการศึกษา ที่มีคุณภาพในเขต กทม.จำนวน 203 คน






