#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
บันเทิง – เปิดใจ’แจง วราพรรณ’ขอเคลียร์ข่าวลือ หลังถูกเม้าท์ว่า เลือกรับละคร (naewna.com)

เปิดใจ’แจง วราพรรณ’ขอเคลียร์ข่าวลือ หลังถูกเม้าท์ว่า เลือกรับละคร
วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 13.09 น.
นักแสดงรุ่นใหญ่หน้านิ่งแต่มากไปด้วยอารมณ์ขัน “แจง วราพรรณ หงุ่ยตระกูล” ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เปิดใจในรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 เล่าถึงช่วงที่พอรู้ว่าตัวเองเป็นโรคมะเร็งเต้านม และต่อสู้กับมะเร็งร้ายมากว่า 5 ปีจนสุดท้ายหายดีแล้ว ใช้ธรรมะเยียวยาใจเพราะไม่รู้จะกลับมาเป็นอีกเมื่อไหร่ พร้อมขอเคลียร์ข่าวลือหนาหู หลังถูกเม้าท์ว่า เลือกรับละคร
จุดแจ้งเกิดในวงการบันเทิงให้รู้ว่านี้คือ แจง วราพรรณ คืออะไรเอ่ย
แจง วราพรรณ : จากละครเวทีค่ะ เพราะตอนนั้นแสดงอยู่ที่โรงแรมมณเฑียร เป็นเรื่องแรกเลยที่เล่นชื่อว่า คุณหญิงอมราภา ซึ่งหนึ่งเรื่องเล่นเป็นเดือนค่ะ เราเล่นทุกวันหยุดแค่วันเดียวเอง แต่ว่าเวทีที่เราเล่นคือจะประชิดคนดูมาก ลักษณะคนเข้าไปดูในบาร์แล้วก็ซื้อดริ้งเพราะทุกคนที่ไปแสดงก็ตั้งใจไปเอ็นเตอร์เทนอยู่แล้ว แล้วด้วยความที่เราเป็นเด็กนักศึกษาตอนนั้นอยู่ประมาณปี 4 เราก็จะตื่นเต้นมากเพราะเราได้อยู่ใกล้ทุกคนที่ไปดูเรามากๆ
เข้าไปสู่ตรงละครเวทีนั้นได้ยังไง
แจง วราพรรณ : เพราะพี่อุ้ย เกรียงไกร อุณหะนันทน์ เป็นอาจารย์พิเศษที่ไปสอนแอคติ้งที่ นิเทศศาสตร์จุฬาฯเราคงไปเข้าตาพี่อุ้ย แล้วพี่อุ้ย เขาทำละครเวทีอยู่เรียกให้ไปลองแสดงเราก็ทำได้เลยได้เล่น
เรื่องนี้ทำให้เราแจ้งเกิดเลยเหรอ
แจง วราพรรณ : เพราะมันเป็นบทที่ขยี้ แต่ในบทเราเล่นเป็นคนที่แก่สุดนะ แต่จริงๆในทุกคนที่เล่นเรื่องนี้เราอายุน้อยที่สุดเพราะตอนนั้นเรายังเป็นนักศึกษาอยู่เลยเราเล่นเป็นท่านผู้หญิงกึ่งไทยกึ่งจีน ซึ่งในบทก็จะมีความขำๆอยู่แล้ว พูดออกมาก็จะไม่ชัด แต่ก็ทำให้เราได้รับรางวัลหน้ากากทองคำ บทสมทบหญิง พูดว่าแจ้งเกิดก็ได้เพราะเล่นเรื่องแรกแล้วก็เข้าตา
ซึ่งนิสัยจริงๆเป็นคนตลกอยู่แล้วหรือเปล่า เพราะละครเรื่องแรกที่ไปเล่นก็เป็นคอมเมดี้นิดๆ
แจง วราพรรณ : เป็นคนที่ชอบคิดอะไรตลกๆหน้าอาจจะดูนิ่งๆ แต่ว่าระหว่างคุยกันก็จะมีสมองส่วนหนึ่งที่คิดอะไรตลกตลอดเวลา เราโชคดีที่พอเราได้แสดงจริงๆมันเลยได้ถ่ายทอดออกมา
ที่บอกว่าเข้าตาเมื่อกี้ ที่เข้าตาคือ เข้าตาหม่อมน้อย
แจง วราพรรณ : หม่อมน้อย ก็ทำละครอยู่ตรงนั้นด้วย และพอหม่อมน้อย ทำหนังก็เรียกให้เราไปเล่นเราก็ไม่ได้โดนเด่นอะไรมาก แต่ท่านน่าจะเอ็นดูเราได้เห็นถึงความตั้งใจเรื่องที่เราได้เล่นคือ มหัศจรรย์แห่งรัก เป็นภาพยนตร์นะคะ ได้เล่นกับคุณนก สินจัย และอีกหลายๆท่าน อันนั้นก็ได้รางวัลตุ๊กตาทอง สมทบหญิงยอดเยี่ยม ก็ต้องขอบคุณอาจารย์ทั้งหลายที่มีคุณูปการกับเรา หลังจากนั้นก็ได้เล่นละครทีวีด้วยค่ะ ไนท์ สปอตโปรดักชั่น ก็เล่นมาเรื่อยๆ แล้วก็เป็นดีเจ เหมือนเป็นงานประจำ พอพักร้อนเราก็ไปเล่นหนัง เล่นละครเวที
แจง วราพรรณ : แต่สิ่งที่เราชอบที่สุดคือ ละครเวทีค่ะ มันสดมากเวลาเราส่งอะไรไปเราจะเห็นรีแอคทันที แล้วเราจะรู้ว่าเราจะไปแบบไหนต่อ แต่ทางของเรามาทางคอมเมดี้ แต่กลับเป็นว่างานละครทีวีเยอะ ตอนนี้ก็เยอะอยู่ ตอนนี้ก็ประมาณ 4 เรื่องเองค่ะ
ซึ่ง 4 เรื่องเอง เป็น 4 เรื่องที่เขาเม้าท์กันว่านี่ขนาดเป็นคนที่เลือกมาก แล้วก็เรื่องมาก ถ้าละครอันนี้ไม่ได้ให้ข้อคิดที่ดีกับคนดู แจง วราพรรณ จะยิ่งเชิดใส่ไม่รับเล่น
แจง วราพรรณ : ไม่ๆค่ะ โดนส่วนใหญ่ละครทุกเรื่องให้ข้อคิดอยู่แล้ว แต่แค่ว่าพอเราสนใจเรื่องธรรมะเราจะรู้สึกว่าอะไรที่เราทำออกไป ไปทำให้เป็นอกุศ ละครทุกเรื่องทุกอันคือ ตอนจบจะมีข้อคิดให้ แต่ก็มีบางเรื่องก็นานไปเพราะระหว่างทางคนดูมันเป๋ไปหมดแล้วกว่าจะได้ข้อคิด แล้วบางคนไม่ได้ดูตลอด แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะชีวิตก็ต้องมีความเสี่ยงนิดๆ ถ้าสมมุติว่าตอนนี้เราไม่ได้งานเยอะมากแล้วเราก็อยากจะเลือกนิดหน่อย
นอกจากงานแสดงแล้ว อีกสิ่งที่ แจง วราพรรณ ทำคือ เป็นเจ้าแม่ออแกไนซ์ แต่ล่าสุดเป็นยูทูปเบอร์ด้วย
แจง วราพรรณ : (หัวเราะ) คือ คนที่เป็นยูทูปเบอร์ต้องมีคนฟอลโลเยอะแต่ของเราคือไก่กามาก ทำกับพี่ใหม่ ณัฐฐา เราคิดกันเล่นๆว่าในวัย 50 อัพแล้ว อีกคนเรียกป้าเราก็อยากทำอะไรที่แบบไม่ต้องเป็นรายการอะไรที่จริงจัง เราชอบกินเ เราชอบไปวัด เป็นการถ่ายทอดวีถีชีวิต ไลฟ์สไตล์ คือที่เราคุยกับพี่ใหม่ ด้วยวัยแบบนี้ไม่อยากให้รู้สึกว่ามันถดถอยยังทำอะไรได้เหมือนเดิมง่าเราต้องดูแลตัวเองตรงไหนบ้าง คือรายการเป็นแบบพากิน พาเที่ยว แล้วก็มีอะไรสนุกๆ การรีวิวถุงผ้า เพราะช่วงนี้ทุกคนรณรงค์การใช้ถึงผ้าเราก็จะมาบอกว่าการใช้ถุงผ้าดียังไง ใช้ยังไง พกพายังไงเพื่อช่วยในการลดโลกร้อน
แล้วในรายการรับลูกค้าเพื่อ Tie – in ไหม
แจง วราพรรณ : รับค่ะ พี่ใหม่พูดอยู่ตลอดเวลาว่าอยากรีวิวสินค้า แต่จริงๆเราไม่ได้คิดว่าจะได้เงินอะไรมากมาย แต่ถ้าอันไหนดีเราบอกต่อให้ฟรีๆเลย ชื่อ ซุปป้า มาGET เพราะคนที่มาดูเราก็น่าจะ GET อะไรสักอย่างเราเองก็ต้อง GET อะไรจากการที่เราทำตรงนี้ด้วย
ซึ่ง พี่ใหม่ กับ พี่แจง ถึงว่าสนิทกันมาก ซึ่งพี่ใหม่ ทำไมเรียก พี่แจง ว่า แจง เทพลีลา
แจง วราพรรณ : เพราะเราเป็นคนเรทชอบไปช้าเป็นเฉพาะกับเพื่อนๆกลุ่มเพื่อนเราที่เราสนิท เพราะที่เราไปช้าเพราะเรารู้ว่ากลุ่มนี้ยังไงก็ต้องรอ เพราะกลุ่มนี้เวลาร่วมตัวกันก็ต้องเม้าท์ ก็ให้คุยกันไปก่อน กินกันไปก่อนเพราะว่าทุกครั้งที่ไปถึงอาหารก็จะเย็นหมดแล้วก็กินได้พอเสร็จงานแล้วเราตามไป เพราะสนิทกันเราเลยลีลาหน่อยได้ แต่ที่เราลีลาเพราะเราไปแวะซื้อกาแฟ เพราะชอบมีของไปฝากเพื่อนๆ แต่มีหลายๆคนที่เป็นแบบเราแต่เพราะเขามาเร็วกว่าเรา แต่มาช้าก็หารเท่าเพื่อนเลยยังคบ
และในตอนนี้ชีวิตคือ มุ่งหน้าเข้าสู่ทางธรรมมากขึ้น แต่เหล้าก็กิน
แจง วราพรรณ : ไม่ค่ะ วัดเข้า เหล้าชงให้คนอื่น แต่ที่ยังเห็นว่าไปเที่ยวอยู่เพราะว่าเพื่อนไปกันเราก็ไปแค่เราไม่ดื่มเหล้าแต่กินกับเปลืองนิดหน่อยไปสนุกๆกับเพื่อน ก็มีไปคาราโอเกะ ร้องเพลงกับเพื่อนๆ
ได้ยินมาว่า สามี คือ เป็นคนอารมณ์ดีมาก
แจง วราพรรณ : จริงๆเขาเป็นคนตลก แต่ถ้ามารายการเขาจะไม่มา แต่เขาจะไม่แสดงออกว่าตัวเองเป็นคนตลกจะเก็ยภาพลักษณ์ ตอนที่อยู่บ้านด้วยกันเปิดเพลงสนุกๆก็ชวนกันเต้นก็ปิดม่าน
ทางโลกก็ใช้ชีวิต ทางธรรมก็ใช้
แจง วราพรรณ : เราก็พยายามทำให้พอดีกัน เพราะจริงๆก็ไม่ควรไปทางไหนสุดไปในวัยแบบนี้ แต่อีกสักพักก็ไม่แน่ เราวางในเรื่องธุรกิจของเราได้บ้างแล้ว
เพราะด้วยที่เคยผ่านวิกฤตหนึ่งที่หนักมากในชีวิตมาตอนนั้นเป็นอะไร
แจง วราพรรณ : ตอนนั้นเป็นมะเร็งเต้านม คือเราปฏิบัติธรรมมาก่อนหน้าแล้ว แต่ไม่ได้ไปเข้าครอส์สำนักอะไรนะคะ เราไปปีละครั้งสองครั้ง จริงๆแล้วเราไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันของเราซึ่งเรารู้วิธีการเราก็ทำได้ ทำงานแบบนี้เราก็ทำได้ แต่มันก็ประมาณ 10 ปี ได้แล้วที่ตอนนั้นเราเป็นมะเร็งเต้านมแล้วรู้สึกว่าใครเป็นก็จะต้องกระทบใจมากแต่เรารู้สึกว่าตอนที่เราเป็นมันก็เหมือนกับมีอะไรบางอย่าง เหมือนกับว่าเราฝึกสติมามันก็จะเข้ามาทำงานว่าเป็นก็เป็นก็ยอมรับความจริงไปก็รับการรักษา ผมก็ร่วง อะไรมันจะเกิดก็เกิดเราแค่อยู่กับความจริง ซึ่งเราเป็นต้นปีพอปลายปีก็กลับมา จริงๆพอผ่าตัดแล้วคุณหมอบอกว่าเราหายแล้วตรวจเช็คแล้วไม่มีเซลล์เนื้อร้ายในร่างกาย แต่เราก็รับเคมีบำบัด คุณหมอจะพูดว่าจุดนี้คือหายแล้วซึ่งคำนี้มันก็สอนอะไรเราบางอย่าง คือ จุดนี้คือปัจจุบันหาย แต่ก็อยู่ที่เราจะประมาณอีกไหมจะกลับไปใช้ชีวิตเปลืองแบบเมื่อก่อนไหม ทำงานหนัก นอนน้อย กินอาหารไม่มีประโยชน์หรือเปล่า แต่สิ่งเหล่าเราถ้าเราดูแลตัวเองดีมันก็ไม่น่าจะกลับมา

