‘เสมา1’ เตรียมพัฒนาคนรองรับสถานการณ์โลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘เสมา1’เตรียมพัฒนาคนรองรับสถานการณ์โลก (naewna.com)

'เสมา1'เตรียมพัฒนาคนรองรับสถานการณ์โลก

‘เสมา1’เตรียมพัฒนาคนรองรับสถานการณ์โลก

วันอังคาร ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 14.15 น.

“เสมา1” เตรียมพัฒนาคนรองรับสถานการณ์โลก หลังหารือคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เมื่อเร็วๆนี้ ว่า ที่ประชุมหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลการทำงานร่วมกัน เนื่องจากแผนงานการพัฒนาประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งแผนงานเหล่านี้เกี่ยวข้องกับ ศธ. เพราะศธ.เป็นหน่วยงานในการพัฒนาคน โดยตนได้อธิบายและเสนอแผนงานในการพัฒนาการศึกษาของ ศธ.ไป เช่น การพัฒนาโรงเรียนคุณภาพในจังหวัดต่างๆ การพัฒนาโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง เป็นต้น จากการหารือเรื่องการพัฒนาคนด้านกีฬา ที่ประชุมเห็นว่ากีฬาเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องผลักดันให้เกิดมากขึ้นในชีวิตประจำวันของนักเรียน

ซึ่งขณะนี้ ศธ.​มีแนวคิดที่จะผลักดันเรื่องกีฬาในชีวิตประจำวันของนักเรียน โดยให้นักเรียนเล่นกีฬาเพื่ออกกำลังกาย ประมาณ 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือวันละ 1 ชั่วโมง เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กสัมผัสกีฬาที่หลากหลาย และค้นหาความถนัดของตนเอง เช่น การจัดกีฬาสีภายในโรงเรียน หรือจัดแข่งขันกับโรงเรียนอื่น ๆ ส่วนจะผลักดันได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ขึ้นอยู่กับจำนวนนักเรียนของแต่ละโรงเรียน หรือการพัฒนาครูให้มีทักษะด้านกีฬามากขึ้น ซึ่งต่อไป ศธ.จะสรุปข้อมูลจำนวนครูที่สนใจเข้าร่วมฝึกกีฬาชนิดต่างๆ เพื่อเสริมสร้างทักษะครูให้ครูสามารถฝึกสอนนักเรียนได้ ทั้งนี้ ตนหวังว่าถ้า ศธ.ลดภาระครูลง เชื่อว่าครูจะมีเวลาในการเรียนการสอนและมีเวลาร่วมกิจกรรมอื่น ๆมากขึ้น

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ส่วนความร่วมมือด้านวัฒนธรรม ที่ประชุมเสนอว่าอาจจะต้องมีการปรับการเรียนการสอนด้านวัฒนธรรม การเผยแพร่วัฒนธรรมระหว่างจังหวัด ผ่านการทัศนศึกษา หรือรับข้อจากมูลกระกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในการทำงาน หรือจะร่วมมือการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม​ในโรงเรียนหรือห้องสมุด เพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม​ของชาติและของท้องถิ่นด้วยตนเอง เชื่อว่า ศธ.​และวธ.สามารถแบ่งปันทรัพยากรการเรียนรู้ร่วมกันได้ รวมถึงการสร้างแรงจูงใจให้เด็กเห็นความสำคัญในการรักษาวัฒนธรรม​ของตน

“ส่วนการร่วมมือด้านพัฒนาทรัพยากร​มนุษย์​​นั้น ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางการพัฒนาทักษะดิจิทัล, การพัฒนาครูต้นแบบด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี, การพัฒนาโรงเรียนต้นแบบทักษะศตวรรษที่ 21 ตลอดจนการจัดทำข้อมูลสารสนเทศกำลังคนที่มีความสามารถพิเศษของประเทศ​ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ศธ.ได้วางแผนพัฒนาอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าจะสามารถพัฒนาได้มากแค่ไหน ต้องวางแนวการพัฒนาอีกครั้ง ส่วนความร่วมมือพัฒนาแรงงานนั้น ถ้า ศธ.สามารถพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพมากขึ้น มีห้องปฏิบัติการต่างๆในระดับชั้นประถมศึกษาเพื่อเสริมทักษะด้านอาชีพ และทักษะชีวิตให้กับนักเรียน ซึ่งจะทำให้เด็กสามารถตัดสินใจอนาคตตัวเองได้ว่าต้องการเรียนต่อสายอาชีพ หรือสายสามัญ ทั้งหมดนี้ก็กลับมาที่ ศธ.ที่ต้องผลักดันให้แต่ละโรงเรียนมีจำนวนนักเรียนไม่เกิน 2,000 คน หรือ 1,500 คน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีคุณภาพ โดย ศธ.ได้แลกเปลี่ยนแผนการทำงานกับคณะกรรมการปฏิรูปประเทศฯ ซึ่งผมคิดว่ามีแนวทางปฏิบัติที่คล้ายกัน เพียงแต่ในส่วนของศธ.จะต้องพัฒนาเรื่องเหล่านี้อย่างเข้มข้นมากขึ้น เพราะถ้าเราทำงานช้าจะไม่ทันต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน” นายณัฏฐพล กล่าว

Leave a comment