#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

นศ.วิศวฯ มจธ.คว้าสุดยอดนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ จากโครงการ Go Further Innovator Scholarship
วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
นศ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ประกอบด้วย สมาชิกในทีม 3 คน คือนายปภังกร สุขเพ็ญ, นายวชิรวิทย์ รางแดงและ นายพชร ยินดี จากภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลนักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศโครงงานสิ่งประดิษฐ์ในระดับอุดมศึกษาจากการประกวดสุดยอดนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ประจำปี 2020 ในหัวข้อ “เทคโนโลยี ROAD SAFETY เพื่อทุกชีวิตปลอดภัยบนท้องถนน” โครงการ GoFurther Innovator Scholarship จากผลงาน “ระบบลดอัตราการหดตัวของรูม่านตาอย่างฉับพลัน เมื่อผู้ขับขี่ยานพาหนะออกจากอุโมงค์” เล่ารายละเอียดของผลงานให้ฟังว่า “การทำงานจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ศึกษาพฤติกรรมการหดตัวของรูม่านตาที่มีต่อแสง และหาว่าจะมีอุปกรณ์ตัวไหนที่จะตรวจจับรูม่านตาได้ อีกส่วนคืออุปกรณ์ในการควบคุมไฟในรถ และตรวจจับกับไฟที่อยู่หน้าอุโมงค์หรือแสงที่อยู่ภายนอกตัวรถส่วนสุดท้ายคือโปรแกรมที่ต้องจำลองสมมุติฐานเพื่อดูผลสิ่งที่ได้ทำการทดลองจริงกับผลในโปรแกรมใกล้เคียงกันหรือไม่” นายวชิรวิทย์ กล่าว
นายปภังกร กล่าวเสริมตัวอย่างให้เข้าใจชัดว่า เช่น หากไม่ทราบว่าอุโมงค์มีความเข้มต่อแสงเท่าไร จะมีการนำหลักการวัดรังสียูวีตกค้างในอุโมงค์มาใช้ด้วย เพื่อมาประมวลผลเป็นอัลกอริทึมที่ใช้ในการวัดค่าเพื่อให้ประสิทธิภาพในการวัดหาอัตราส่วนของรูม่านตาของคนที่เหมาะสมที่สุดขณะออกจากอุโมงค์ เพื่อมาสร้างแบบจำลองที่ดีที่สุดก่อน จึงจะซื้ออุปกรณ์เพื่อมาทำการทดลองเป็นขั้นตอนต่อไป
ด้าน นายพชร กล่าวเสริมว่า จากการจัดทำระบบลดอัตราการหดตัวของรูม่านตาอย่างฉับพลัน เมื่อผู้ขับขี่ยานพาหนะออกจากอุโมงค์นี้ ทางทีมได้มีแผนพัฒนาต่อยอดผลงานเพื่อศึกษาการลดผลกระทบของแสงไฟแยงตาจากไฟสูงไฟต่ำระหว่างรถวิ่งสวนทางต่อไปอีกด้วย ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งผลงานที่เชื่อมั่นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างมาก โดยระบบดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุที่ปลายอุโมงค์ ซึ่งจะมองเห็นแสงวาบเมื่อรถเคลื่อนตัวถึงปลายอุโมงค์เนื่องจากระดับแสงภายในและภายนอกอุโมงค์มีความเข้มที่ต่างกันมากจึงทำให้รูม่านตาของผู้ขับขี่ปรับตัวไม่ทัน ส่งผลต่อทัศนวิสัยของผู้ขับขี่และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้”
ดร.ชาญชัย เตชะวัชราภัยกุล อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ และอาจารย์สาขาวิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมไฟฟ้าและพลังงาน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า“สิ่งประดิษฐ์นี้ ยังไม่มีใครทำมาก่อน ซึ่งคณะกรรมการอยากได้แนวคิดที่จะเป็นไปได้ในอนาคต และนี่คือผลงานที่แปลกใหม่ โจทย์คือต้องการนวัตกรรมใหม่ที่ส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน และสามารถต่อยอดผลิตภัณฑ์ของ ฟอร์ดฯ ที่เป็นอุตสาหกรรมรถยนต์ได้ ซึ่งผลงานของนักศึกษาตอบโจทย์ทั้งสามข้อ และจากผลงานนี้อาจจะเป็นโอกาสที่ดีในการต่อยอดความร่วมมือกับฟอร์ดฯ ได้ในอนาคต จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายอีกข้อหนึ่งสำหรับทีมนักศึกษา ที่จะนำเสนอผลงานที่ลงทุนในการสร้างไม่มาก แต่สามารถทำให้ผลิตภัณฑ์หลักของฟอร์ดฯมีมูลค่าที่สูงขึ้นได้”
ในส่วนของการทำงานร่วมกัน ดร.ชาญชัยกล่าวว่า การประดิษฐ์ คิดค้น นักศึกษาจะเป็นคนลงมือทำโดยจะมีอาจารย์เป็นผู้สนับสนุนทั้งในส่วนของข้อมูล การประสานงาน และอื่นๆถ้าหากนักศึกษาติดขัดในส่วนใดก็จะเข้ามาปรึกษากับทีมอาจารย์เพื่อร่วมกันหาคำตอบ การทำงานร่วมกับนักศึกษาในรูปแบบนี้อาจารย์ก็จะได้เรียนรู้ไปพร้อมกับนักศึกษาด้วยเช่นกัน อีกทั้งได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาในแต่ละชั้นปีได้ทำงานและเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อที่จะสามารถส่งต่อองค์ความรู้ไปยังนักศึกษารุ่นต่อไปได้ เช่น ให้นักศึกษาชั้นปีที่ 2ทำงานร่วมกับนักศึกษาชั้นปีที่ 3 หรือนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ทำงานร่วมกับนักศึกษาชั้นปีที่ 4 เป็นต้น
โครงงานสิ่งประดิษฐ์ในระดับอุดมศึกษาจากการประกวดสุดยอดนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ประจำปี 2020 ในหัวข้อ “เทคโนโลยี ROAD SAFETY เพื่อทุกชีวิตปลอดภัยบนท้องถนน” โครงการ Go Further Innovator Scholarship นี้จัดขึ้นโดย ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมกับทีวีบูรพาและสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน(Population and Community Development Association หรือ PDA) จากการประกวดรอบชิงชนะเลิศเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2563ที่ผ่านมา มีผลงานผ่านเข้ารอบสุดท้ายนี้ทั้งหมด 20 ผลงานในระดับอาชีวะและอุดมศึกษา





