#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/540707

มหาวิทยาลัยสยามติดอันดับ Top 100 มหาวิทยาลัยยั่งยืนของโลก
วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
องคมนตรีและนายกสภามหาวิทยาลัยสยาม พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข แสดงความยินดีกับอธิการบดี ดร.พรชัย มงคลวนิชในโอกาสที่มหาวิทยาลัยสยาม ได้รับการจัดอันดับเป็นมหาวิทยาลัยยั่งยืนอันดับที่ 93 ของโลก (the 93rd World’sMost Sustainable University) อันดับที่ 30 ของมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเอเชีย และอันดับ 5 ของประเทศไทย จากการจัดอันดับของ UI GreenMetric World University Rankings 2020
UI GreenMetric World University Rankings จัดทำโดย University of Indonesia (UI) ประเทศอินโดนีเซีย มาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว ตั้งแต่ พ.ศ.2553 การจัดอันดับพิจารณาจากโครงสร้างพื้นฐานการจัดการด้านพลังงาน การจัดการของเสีย การจัดการน้ำการเดินทาง และการศึกษาด้านความยั่งยืน โดยในปีนี้มีมหาวิทยาลัยจากทั่วโลกเข้าร่วมการจัดอันดับจำนวน 912 แห่งมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเอเชีย 468 แห่ง มหาวิทยาลัยจากประเทศไทย 37 แห่งที่น่ายินดี คือ ในปีนี้มหาวิทยาลัยสยามได้รับการจัดอันดับที่ 1 ของมหาวิทยาลัยไทยถึงสองด้าน คือ การเดินทาง และการศึกษาด้านความยั่งยืน ส่วนในอันดับโลกมหาวิทยาลัยสยามก็ได้รับการจัดอันดับที่ 31ของโลกด้านการเดินทาง และอันดับที่ 28ของโลกด้านการศึกษาเพื่อความยั่งยืนจากมหาวิทยาลัยทั้งหมด912 แห่ง รวมทั้งยังเป็นมหาวิทยาลัยที่ยั่งยืนอันดับที่ 45 ของมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองทั้งหมด 459 แห่งทั่วโลก

สำหรับ “สุดยอดมหาวิทยาลัยยั่งยืน” ของโลกประจำปี 2020 ได้แก่ Wageningen University & Research ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้รับคะแนนจากการประเมินทั้ง 6 ด้าน ที่ 9,150 คะแนน ส่วนมหาวิทยาลัยไทยที่สามารถก้าวขึ้นไปสู่อันดับ Top 100 มหาวิทยาลัยยั่งยืนของโลกมีเพียง 5 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้อันดับ 62 ของโลก (7,875 คะแนน) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้อันดับ 73 ของโลก (7,775 คะแนน) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้อันดับที่ 81 ของโลก (7,675 คะแนน) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ อันดับ 82 ของโลก (7,675 คะแนน) และมหาวิทยาลัยสยาม ได้อันดับที่ 93 ของโลก (7,575 คะแนน)
ทั้งนี้ การจัดอันดับ หรือ Rankingเป็นเรื่องจำเป็นเพราะทำให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งได้เรียนรู้ตนเอง ได้ทบทวนประเด็นที่ต้องเพิ่มการพัฒนา และในภาพรวมทำให้เห็นบทบาทของมหาวิทยาลัยที่จะร่วมกันเป็นพลังในการขับเคลื่อนการพัฒนาของประเทศให้เข้มแข็งและเกิดความยั่งยืนต่อไป