#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/540684

แพทย์ชี้‘การรับประทานไก่’ กับ ‘ภาวะโตเร็ว’ ไม่เกี่ยวกัน
วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
ภาวะเด็กโตเร็ว โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงเป็นสาวเร็วยังคงเป็นสิ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองกังวลเนื่องจากเกรงจะกระทบ “ความสูง”ของลูกและมักจะมีความเชื่อว่าเกิดจากการรับประทานไก่เยอะ ซึ่งแพทย์ชี้ว่าไม่เกี่ยวกัน ส่วนหนึ่งเกิดจากวิธีการบริโภคที่มีความกินดีอยู่ดีมากขึ้น อย่างไรก็ตามหากมีข้อสงสัยสามารถปรึกษากุมารแพทย์ และพบแพทย์เฉพาะทาง
พญ.กัลย์สุดา อริยะวัตรกุล กุมารแพทย์ต่อมไร้ท่อ ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเผยว่า คำถามที่มักได้รับจากผู้ปกครองคือ “ไก่” ทำให้เด็กโตเร็วจริงหรือไม่ ยืนยันว่าการกินไก่เยอะๆ กับเป็นสาวเร็ว ไม่เกี่ยวกัน มันเป็นความเชื่อในอดีตปัจจุบันไม่มีข้อมูลทางการแพทย์ที่ระบุว่าไก่ทำเด็กโตเร็ว ขณะที่มีหลักฐานมากมายที่การเลี้ยงไก่ไม่ต้องใช้ฮอร์โมน อาจารย์สัตวแพทย์ก็ยืนยันว่าไม่มีการใช้แต่มีพัฒนาการด้านเทคโนโลยีการเลี้ยงไก่ อาทิสายพันธุ์ที่ดีขึ้น กระบวนการเลี้ยงที่ดีขึ้น โดยไม่ต้องใช้ฮอร์โมนซึ่งทั้งผิดกฎหมาย เป็นการเพิ่มต้นทุนโดยใช่เหตุ และเป็นไปไม่ได้ที่จะไล่ฉีดไก่ทีละตัว และอันตรายต่อผู้บริโภค ดังนั้น ไม่มีใครเสี่ยงที่จะใช้
ขณะที่งานวิจัยล่าสุดของ สสส. ที่สำรวจกลุ่มตัวอย่างกลุ่มใหญ่ที่สุดคือ 8,161 คน ใน 95 โรงเรียนทั่วประเทศ ก็พบว่า ไก่ไม่ใช่ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเข้าสู่วัยสาว ทุกวันนี้คุณพ่อ-คุณแม่ยังกังวลอยู่น่าจะเป็นเพราะข้อมูลที่แชร์ต่อๆ กันเป็นข้อมูลเก่ามาก ตรงนี้มองว่าเป็นธรรมดาของพ่อ-แม่ ที่มักจะกลัวอะไรที่อาจเกิดอันตรายกับลูกเสมอ กรณีของไก่นี้อาจารย์ที่อยู่ทางใต้ยืนยันว่าเด็กมุสลิมที่ไม่กินหมูแต่กินไก่เยอะ ก็ไม่มีข้อมูลว่าเด็กมุสลิมเป็นสาวเร็วกว่าเด็กอื่นๆ ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องเลี่ยงรับประทานไก่ซึ่งเป็นโปรตีนสุขภาพที่เด็กควรได้รับ แต่ให้เลี่ยงไก่ทอด ของทอด ของมัน ควรรับประทานอาหารให้หลากหลาย และพยายามรักษาน้ำหนักลูกให้เป็นปกติ ก็จะช่วยป้องกันได้ในระดับหนึ่งแล้ว
.jpg)
พญ.กัลย์สุดา อริยะวัตรกุล
ส่วนสาเหตุของภาวะเป็นสาวเร็วคุณหมอกล่าวว่า ในเรื่องนี้ข้อมูลทางการแพทย์ก็ยังไม่รู้ว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร แต่มีข้อมูลจากการวิจัยพบว่าเด็กอ้วนจะเป็นสาวเร็วกว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากวิธีการบริโภค ซึ่งในสมัยนี้มีความกินดีอยู่ดี อาหารการกินดีมากขึ้น สมบูรณ์ขึ้น พอเด็กอ้วนก็มีแนวโน้มเป็นสาวเร็ว ขณะที่เด็กผอมก็โตเร็วได้เพียงแต่โอกาสน้อยกว่า การโตเร็วเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลก อายุเฉลี่ยที่เด็กเริ่มเป็นสาวจากรุ่นพ่อแม่ที่มีประจำเดือนตอนอายุ 15-16 ปี รุ่นเราก็ 13-14 ปี และงานวิจัยล่าสุดของ สสส พบอายุเฉลี่ยปัจจุบันอยู่ที่ 11-12 ปี ซึ่งก็น่าจะมาจากอาหารการกินที่กินดีขึ้น ทำให้ร่างกายเด็กมีความพร้อมเข้าสู่วัยสาว ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่สำคัญ ไม่ได้หมายความว่าพอมีประจำเดือนเร็วแล้วจะเตี้ยกว่าคนในอดีต ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นคือเด็กสมัยนี้สูงกว่าคนในอดีตด้วยซ้ำ
และอีกความเข้าใจผิดที่ทำให้พ่อแม่กังวล คือเชื่อว่าพอมีประจำเดือนแล้วจะหยุดสูงทันที แต่ความเป็นจริงคือ เด็กจะสูงเต็มที่แล้ว ร่างกายจึงจะพร้อมมีประจำเดือน เวลาเริ่มเป็นสาวจะมีเต้านมก่อน หลังจากนั้นเด็กจะสูงอย่างรวดเร็วประมาณ8-10 ซม.ต่อปี พอสูงเต็มที่แล้ว ความสูงจะชะลอลงไม่ใช่หยุดสูงเลย อาจจะเหลือ 2-3 ซม.ต่อปี พ่อแม่ก็เลยคิดว่าทำไงก็ได้ที่จะไม่ให้ประจำเดือนมา เพื่อให้ลูกสูงต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งอันนี้ไม่จริง และต้องอธิบายให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจก่อนว่าการฉีดยารักษาต้องดูเป็นกรณีไป
ส่วนวิธีสังเกตภาวะเป็นสาวเร็ว สัญญาณแรกคือเริ่มต้นเจอก้อนที่เต้านม พ่อแม่ต้องสังเกต เช่นอาบน้ำให้ลูกแล้วคลำเจอ ถ้าพบว่ามีเต้านมก่อน 8 ขวบ จึงจะเรียกว่าเป็นสาวก่อนวัย วิธีต่อมาก็คือส่งตรวจ X-ray กระดูกเพื่อดูว่าพัฒนาไปมากน้อยแค่ไหน ถ้าชัดเจนว่ากระดูกพัฒนาไปมากแล้ว ก็ทดสอบฮอร์โมนเพื่อยืนยันอีกครั้งหนึ่ง ค่อยเข้าสู่กระบวนการรักษา โดยปัจจุบันมีวิธีรักษาคือยาฉีดชะลอฮอร์โมนเพศ เหมือนในร่างกายมีการเปิดสวิตช์หลั่งฮอร์โมนเพศออกมา ยาตัวนี้ก็ไปชะลอไว้ก่อน ก็จะใช้วิธีฉีดไปจนถึงอายุที่เหมาะสมจึงหยุดฉีด
สิ่งที่พบอีกอย่างคือ เวลาเด็กเป็นสาวจะดูสูงกว่าเพื่อนวัยเดียวกัน แต่เขาจะหยุดสูงเร็วกว่าเพื่อน มันก็เลยทำให้พ่อแม่ชะล่าใจและไม่สังเกตลูกมากนัก พอมาถึงจุดที่มีประจำเดือนแล้วก็จะไม่สามารถรักษาได้ เด็กที่โตก่อนวัยมักจะขาดความมั่นใจ ไม่พร้อมดูแลตัวเอง อีกส่วนหนึ่งคือรูปร่างเป็นสาวอาจทำให้เกิดการคุกคามทางเพศ ซึ่งเด็กจะป้องกันตัวเองไม่ได้ก็เป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก ดังนั้น จึงอยากขอย้ำให้คุณพ่อคุณแม่สังเกต ควบคุมดูแลน้ำหนักลูก และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง หรือ
หากมีข้อสงสัยสามารถปรึกษากุมารแพทย์ และพบแพทย์เฉพาะทางหรือแพทย์ต่อมไร้ท่อเพื่อประเมินอาการและเข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป
.jpg)